บันเทิง

เปิดใจ 'ชิวีเทล อีจิโอฟอร์'

เปิดใจ 'ชิวีเทล อีจิโอฟอร์'

12 ม.ค. 2557

บันเทิงต่างประเทศ : เปิดใจ 'ชิวีเทล อีจิโอฟอร์' ใน '12 Years a Slave'

 

                    ชิวีเทล อีจิโอฟอร์ เป็นที่รู้จักจากบทบาทที่หลากหลาย ตั้งแต่บทผู้อพยพชาวอังกฤษ ในหนังแจ้งเกิด เรื่อง Dirty Pretty Things และบทอนาคตนักปฏิวัติใน Children of Men ไปจนถึงบทสาวประเภทสองใน Kinky Boots และบทเจ้าหน้าที่ซีไอเอใน Salt แต่ไม่เคยรับบทหนัก ในภาพยนตร์มหากาพย์อย่าง "12 Years a Slave" โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า "ปลดแอก คนย่ำคน" ซึ่ง สตีฟ แม็คควีน ผู้กำกับในเรื่องนี้มั่นใจว่า ชิวีเทล อีจิโอฟอร์ เหมาะกับบท โซโลมอน นอร์ธัพ ทาสหนุ่มที่ประสบชะตากรรมอันโหดร้ายแต่ไม่เคยทำตัวหดหู่มากที่สุด ซึ่งนักแสดงหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์ถึงบทที่ได้รับว่า

 

@ เมื่อ สตีฟ แม็คควีน นำบท โซโลมอน นอร์ธัพ มาเสนอ คุณรู้สึกอย่างไร

                    ผมบอกสตีฟว่าขอคิดดูก่อน พูดตามตรง คือผมรู้ว่ายังไงผมก็ต้องรับบทนี้ แต่เรื่องราวของหนังเรื่องนี้มันตราตรึงในใจ มันเป็นเรื่องที่บีบคั้นหัวใจจริงๆ เมื่อได้เห็นเบื้องหลังประวัติศาสตร์ยุคนั้น ผมไม่เคยผ่านหรือเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ท้ายสุดผมจึงตัดสินใจรับแสดงบทนี้ สำหรับผมนี่คือประสบการณ์ที่พิเศษและบทบาทที่ท้าทายที่สุดในชีวิต เพราะผมรู้เรื่องราวเกี่ยวกับทาสเพียงผิวเผิน การที่จะทำให้คนดูเข้าใจจิตใจของ โซโลมอน นั้นเป็นเรื่องยาก ผมไม่รู้ว่าคนที่เจออะไรแบบนั้นเป็นยังไง มันยากจริงๆ ที่จะแสดงให้คนเห็นว่าคนเรามีความอดทนขนาดไหน โซโลมอนเผชิญกับเหตุการณ์ที่โหดร้ายที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ และรอดมาได้ด้วยจิตใจที่ยังสมบูรณ์พร้อม

 

@ ได้ยินว่าเพื่อให้เข้าถึงบทบาทนี้ ทำให้คุณเริ่มต้น ศึกษาเรื่องราวของอเมริกาตอนใต้ในสมัยของโซโลมอน

                    ผมยึดหนังสือเป็นหลัก แต่การเดินทางไปยังหลุยเซียน่าและได้เห็นสถานที่จริงซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิม ตั้งแต่บ้านใหญ่ไปจนถึงกระท่อมทาสที่ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้น ผมก็เห็นภาพมากขึ้น ผมได้พูดคุยกับผู้คนในยุคนั้น และรู้สึกว่าเรื่องราวได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ดนตรีคือสิ่งที่เชื่อมโยงเข้ากับชุมชน และทุกคนมองว่าเขามีพรสวรรค์และเป็นคนพิเศษ ตอนต้นของเรื่องเขาเป็นหนุ่มทรงเสน่ห์จากครอบครัวชั้นสูง ได้รับการนับหน้าถือตาในสังคม แต่ผมรู้สึกว่าเขาอาจจะมองข้ามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในอีกฟากหนึ่งของอเมริกา และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องเผชิญเมื่อไปยังหลุยเซียน่า ที่นั่นเขาต้องเจอกับสิ่งที่เขาละเลยและหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

 

@ ซึ่งคุณสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของ นอร์ธัพ ได้อย่างตรงไปตรงมา หลังจากที่ถูกวางยาและถูกลักพาตัว

                    ผมว่าเขาคงไม่เชื่อว่ามีการลักพาตัว แม้จะมีหลักฐานมารองรับ แต่เขาคงคิดว่า 'คงไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก’ ตอนที่ออกเดินทาง ผมว่าเขายังคงเชื่อว่าเขาจะเอาตัวรอดได้ แม้แต่ตอนนั่งเรือไปนิวออร์ลีนส์ เขาคิดว่ายังไงก็ต้องมีทางรอด

 

@ ในเรื่องคุณต้องถูกขายเหมือนสินค้าและกลายเป็นสมบัติของเจ้าของไร่สามคน ที่ปฏิบัติต่อคุณต่างกันไป

                    ผมมองว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ นอร์ธัพ เป็นตัวละครที่น่าจดจำ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เจ้าของทาสเหมือนกันคือพวกเขามองเห็นบางอย่างในตัวโซโลมอนที่ต้องกำจัดบางอย่างที่อันตราย ไม่ใช่ความรุนแรงในคำพูดหรือการกระทำ แต่เป็นทัศนคติที่ไม่สามารถลบล้างได้ เขายึดมั่นในความเชื่อที่ว่าการค้าทาสถูกวิจารณ์อย่างหนัก เป็นไปไม่ได้ที่มันจะคงอยู่ตลอดไป สตีฟเป็นคนเนี้ยบ เขาต้องการการแสดงที่ดีที่สุดจากคุณตลอดเวลา เขาไม่ชอบทางลัด เขาเป็นคนทำหนังที่ชอบทำสิ่งที่ซับซ้อน และใส่ใจกับงานที่คุณทำ มันช่วยให้เป็นธรรมชาติและชัดเจน อารมณ์ที่หลากหลายคือความท้าทาย ท้าทายแบบที่คุณมองข้ามทุกอย่างและหมกมุ่นกับตัวละคร

 

@ คนดูจะได้อะไรจากภาพยนตร์เรื่องนี้

                    ผมคิดอยู่นานว่าจะเชื่อมโยงหนังเรื่องนี้กับโลกปัจจุบันอย่างไร และผมคิดว่าบางอย่างในตัวนอร์ธัพอยู่เหนือกาลเวลาและจับใจพวกเรา มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของเราเรื่องอิสรภาพ ความสัมพันธ์กับครอบครัว และคนรอบข้าง นั่นคือพลังที่แท้จริงของเรื่องราวของนอร์ธัพ มันเป็นเรื่องราวที่เข้มข้น ลึกซึ้ง และสวยงาม

                    พิสูจน์ความสามารถของผู้ชายคนนี้ได้ 16 มกราคม ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น