
'สารคดีของ mark rothko'
'สารคดีของ mark rothko' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ถ้าสารคดีของ มาร์ค รอทโค (mark rothko) จะกลายเป็นหนังที่ถูกสร้างเสร็จและได้รับความสนใจจากคนดูทั่วไป มันก็น่าจะเป็นความชอบธรรมอยู่พอสมควร
เพราะผู้ชายคนนี้คือ "พายุลูกใหม่" แห่งวงการภาพเขียนอเมริกันในศตวรรษที่ 20 เขาดิ้นรนหาวิธีใช้สีย้อมเป็นอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวเพื่อใช้แทนภาพของ “แหล่งสะสมความรู้สึกอันกว้างใหญ่” และสุดท้ายเขาจบชีวิตของตนเองด้วยการฆ่าตัวตายเมื่อค้นพบว่าความพยายามของตนเองนั้นมากเกินไป
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ส่วนหนึ่งของเรื่องราวอันน่าฉงนงุนงงที่สุดของรอทโคมีส่วนพัวพันกับผลงานชื่อว่า “seagram murals” ซึ่งเป็นผลงานบนผืนผ้าใบหลากชิ้นจัดแสดงอยู่เต็มห้องสูทหนึ่งห้อง ในอดีตรอทโคผลิตชิ้นงานให้ไปเจิดจรัสอยู๋ในภัตตาคาร four season ที่แมนแฮทตัน
เขาเป็นศิลปินที่พูดว่า “สัมผัสของความเศร้าสลดอยู่กับผมตลอดเวลาที่เขียนภาพ” และเขาก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆ เราคงไม่สามารถหาสถานที่ๆ เหมาะสมกับการจัดแสดงภาพของเขามากไปกว่าโรงแรมหรูแห่งนี้ที่เสิร์ฟเค้ก petit four ให้รับประทานคู่กับกาแฟหลังมื้ออาหาร
ผลงาน seagram murals ทั้งหมด 15 ชิ้นที่จัดแสดงเป็นครั้งแรกในแกลเลอรีแห่งหนึ่งที่พิพิธภัณฑ์ tate modern ในลอนดอน ผลงานที่นำออกแสดงนี้เป็นงานชิ้นเอกของรอทโคเรียกได้ว่าเป็นการแสดงภาพอันน่าเศร้าสลดจากจิตรกรผู้ล่วงลับ
เมื่อครั้งที่เขายังมีชีวิตอยู่นั้น ช่วงเวลาที่ศิลปะดังกล่าวถือกำเนิดจากปลายแปรงพู่กันเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดทางอำนาจของรอทโคในการเป็นศิลปิน แม้มันจะไม่เหมาะกับเขาสักเท่าไหร่ก็ตาม ในห้วงเวลานั้นเหล่ากูรูผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองเรื่องเศรษฐกิจและเทรนด์ในเวลานั้นพากันซื้อหารูปกลุ่มหมอกสีต่างๆที่เป็นผลงานของเขา
เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะภาพสีเหล่านี้สามารถใช้ตกแต่งได้ น่าขันที่เหตุผลนี้สนับสนุนข้อเท็จจริงที่ รอทโคเงียบหายไปในปีค.ศ.1957 ทิ้งไว้เพียงแสงส่องสว่างจากผลงาน four darks in red ที่เสร็จสมบูรณ์ในปีถัดมาและผู้คนพากันมองว่าเป็นเพียงภาพเขียนที่เข้ากันดีกับม่านในห้องนั่งเล่นเท่านั้น
แม้จะหายตัวไป แต่รอทโคก็ยังมีข่าวคราวอยู่เสมอ เพียงไม่กี่เดือนหลังจากข้อเท็จจริงข้างต้น รอทโคตอบรับการผลิตผลงานชิ้นใหม่ให้กับร้านอาหารดังกล่าวในอาคาร seagram building ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ การสั่งงานศิลปะครั้งนี้มาจากคำสั่งของฟิลิป จอห์นสัน สถาปนิกชาวอเมริกันและนายหน้าค้าชิ้นงานทางวัฒนธรรม ผู้ประสานงานในการออกแบบ four seasons
อีกทั้งยังเป็นหัวหอกในการจัดซื้อภาพเขียนของรอทโคให้แก่พิพิธภัณฑ์ museum of modern art ในนิวยอร์ก
การตกลงรับผลิตผลงานให้แก่โรงแรม four seasons อาจเป็นสิ่งที่ทำไปเพราะความกตัญญูในตัวจอห์นสัน รอทโคจึงยอมรับข้อตกลงในการสร้างผลงานขัดกับตัวตนของเขาในทุกๆ ทาง เนื่องจากโรงแรงหรูกลางเมืองใหญ่เป็นตัวแทนของความหวือหวาและรสสัมผัสทางโลกเพียงเท่านั้น
รอทโคในวัย 54 ปีที่มีอารมณ์จริงจังและรุนแรง จิตใจที่ทุกข์ทรมาน เขาหมกมุ่นอยู่กับการสร้างภาพให้แก่ยุคสมัยที่การเอ่ยถึงพระเจ้าเป็นเพียงบนสนทนาอันน่าเบื่อหน่าย ไม่จำเป็นต้องมีความยอดเยี่ยมเหนือธรรมชาติใดๆ
หากเราตั้งคำถามว่ารอทโคคาดหวังให้ผู้ชมผลงานของเขานั่งคิดคร่ำครวญและพูดถึงสารที่งานของเขาต้องการสื่อระหว่างรับประทานหอยนางรมและซูเฟลหรือไม่ คำตอบคือเขาไม่ได้หวังผลเช่นนั้นแน่นอน จากคำพูดที่เขาเคยกล่าวว่า “ผมเคยคิดจะวาดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความอยากอาหารของไอ้โง่ทุกคนที่นั่งอยู่ในร้านนั้น”
แม้จะพูดอย่างนั้นแต่สุดท้ายรอทโคก็ยอมทนทำงานจนได้ผลงานทั้งหมดจำนวน 30 ผืนผ้าใบเต็มไปด้วยสีมืดหม่น แถบสีเส้นแนวราบที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเขาถูกแทนที่ด้วยเส้นแนวตั้งและสี่เหลี่ยมจัตุรัสแลดูคล้ายประตูไปสู่อะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้
ในท้ายสุดหลังจากที่ใช้เวลาจินตนาการภาพผลงานของตนวางอยู่ข้างกำแพงในสถานที่แฮงก์เอาท์กลางเมือง รอทโคก็ถอนตัวจากโปรเจคดังกล่าวในปี 1960
แม้ว่าจะต้องถอนตัวจากการทำงานครั้งสำคัญ แต่เขายังคงก้าวต่อไปเพื่อสร้างผลงานครั้งใหม่ในรูปแบบซีรีส์ เช่น งาน the black on black canvases จากปีค.ศ.1964 โดยในแต่ละผืนผ้าใบจะมีสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำอยู่ที่พื้นหลังสีดำที่มืดกว่าสี่เหลี่ยมดังกล่าวเพียงเล็กน้อย
รอทโคไม่ได้เสียเวลาทำทีเล่นทีจริงกับช่วงสุดท้ายของหน้าประวัติศาสตร์ทางศิลปะกับการทดลองว่าภาพของเขาจะว่างเปล่าและแบนได้มากเท่าไหร่
ภาพเหล่านี้ที่รู้จักกันในนามว่า the black-form paintings เป็นลัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ การมีอยู่จริงของรายละเอียดในระดับใกล้กับโมเลกุล เกี่ยวข้องกับการจัดลำดับความจำเป็นเพื่อแยกชีวิตออกจากความสับสนวุ่นวายแห่งความตาย จริงๆ แล้วการจ้องมองภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นเวลานานพอจะทำให้คุณนึกถึงประตูไปสู่การดำรงอยู่ของตัวตนบนโลกนี้
รูปภาพเหล่านี้เป็นจิตนาการความตายของรอทโคที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วหรือ? ไม่มีใครรู้ได้แน่ชัด สิ่งที่เรารู้อย่างแท้จริงคือช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่รอทโคยืนอยู่หน้าประตูบานเดียวกันนั้น คิดถึงสิ่งที่ผลงานของเขาต้องการจะบอก แล้วเขาก็ก้าวเข้าผ่านประตูเข้าไป
มาดูสิว่า เมื่อมีข่าวว่าจะมีการทำสารคดีเฉพาะกิจขึ้นมาเกี่ยวกับตัวเขา หนังจะมองมุมของเขาในภาพไหนบ้าง..
.......................................
(หมายเหตุ 'สารคดีของ mark rothko' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



