
สร้างเพลงด้วยใจ'ไมค์'ทุ่มทุนสุดตัว
สร้างเพลงด้วยใจ'ไมค์'ทุ่มทุนสุดตัว : ดนตรี
หลังจากหมดสัญญากับทางค่าย "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ก็เหมือนว่า "ไมค์" พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล จะหันมาเอาดีทางด้านการเป็นนักแสดง แต่ล่าสุดไมค์ก็หันคืนวงการเพลงอีกครั้ง ในนาม “ไมค์ ดี แองเจโล" โดยงานเพลงครั้งนี้ นักร้องหนุ่มลงมาควบการทำงานเพลงทั้งหมด ไม่ว่าจะการเลือกเพลงเอง ร้องเอง รวมทั้งเรื่องของเมโลดี้เนื้อร้องของทุกเพลง
งานเพลงชุดนี้จะประกอบไปด้วย 3 เพลง “Berak You Off Tonight, Oh Baby I” และ “ให้ฉันได้เป็นผู้ชายที่เธอจะรัก” ผลงานทุกชิ้นในอัลบั้มนี้ ยังบอกความเป็นตัวตนของไมค์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นมุมเท่ๆ ที่นำเสนอผ่านเพลง “Break You Off Tonight” เพลงนี้เป็นเพลงสากลหนักๆ ที่นำเสนอออกมาในลุคอินเตอร์ ส่วนอีก 2 เพลง อย่าง “Oh Baby I” และ “ให้ฉันได้เป็นผู้ชายที่จะรักเธอ” เป็นเพลงที่ใช้ประกอบซีรีส์ “วุ่นนัก รักเต็มบ้าน (Full House เวอร์ชั่นไทย)" และในเพลง “Oh Baby I” เวอร์ชั่นอะคูสติก ก็ยังได้เสียงใสๆ ของนางเอกของเรื่อง อย่าง "ออม" สุชาร์ มาร่วมร้องให้เพลงดูมีสีสัน และมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย
"ไมค์เองหาโอกาสทำเพลงมานานแล้ว แต่พอมีโอกาสมาเล่นซีรีส์ฟูลเฮ้าส์ของพี่อนันดา (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เลยขอทางพี่อนันดาว่า ไมค์ขอทำเพลงประกอบซีรีส์ได้ไหม ซึ่งพี่อนันดาก็ให้งบประมาณมา แต่ก็ไม่ได้มีเยอะมาก เพราะว่าต้องเอาไปลงเรื่องโปรดักชั่นของละคร ฉะนั้นงานนี้เลยไม่ได้แค่ทำเพลงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงต้องบริหารเงินด้วย ด้วยความที่เรามีคนทำงานน้อย เราเลยต้องลงไปทำในเรื่องของการผลิตค่อนข้างเยอะ ทำให้ใช้เวลาค่อนข้างนานในการทำเพลง" นักร้องหนุ่มเผย
งานเพลงนี้ ไมค์ตั้งใจทำเป็นมินิอัลบั้ม แต่ไม่ได้ทำออกมาเป็นอัลบั้มซีดีออกมาขาย แต่เขาจะทำออกมาเป็นสเปเชียลแพ็กเก็ต คือทำเป็นโฟโต้บุ๊กเป็นภาพของไมค์และเบื้องหลังซีรีส์ฟูลเฮ้าส์ มีมินิอัลบั้มนี้
"ตลอดเวลา ไมค์เองพยายามไม่ให้ตัวเองหายไปในด้านของงานเพลง ตอนที่ไปเล่นละครเรื่องรากบุญ ไมค์ก็ได้ร้องเพลงประกอบละคร แต่ตอนนั้นเป็นเพลงการนำเพลง "ชายคนนี้ ไม่ใช่ผู้วิเศษ" มาคัฟเวอร์ใหม่ เราต้องยอมรับว่าเราเองไม่ได้เกิดมาจากการเป็นนักแสดง เราเองอยากที่ทำงานในแบบที่ครบวงจรมากกว่า คือทำเพลงได้ งานแสดงก็ได้ ไมค์เองเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้กับความฝัน ทุกวันนี้ไมค์ยังร้องเพลงอยู่ ร้องเพลงทุกวัน" ไมค์กล่าว
"ไมค์" พิรัชต์ กล่าวอีกว่า "ตอนนี้ไมค์ได้ตัดสินใจมาประมาณหนึ่งแล้วว่า ถ้าทำเพลงจะทำในระดับสากล ทำให้ตอนนี้เรามีการมองหาช่องทางในการทำเพลงในระดับสากล ซึ่งงานเพลงในไทย ไมค์คงเลือกทำเพลงในแบบที่ชิลๆ ป๊อปๆ ในส่วนของแนวเพลงแบบที่เน้นการเต้น เราคงจะไปทำในตลาดเพลงสากลมากกว่า เพราะเนื่องจากตลาดเพลงไทยการตอบรับในแนวเพลงแบบนี้ยังไม่มากนัก ถ้าเทียบกับแนวอะคูสติก ที่จะได้รับกระแสตอบรับมากกว่า ซึ่งหากเราทำงานเพลงออกมาแล้ว ไม่มีคนฟัง ไม่มีคนสนใจ มันก็เท่ากับเราทำไปแล้วเหนื่อยเปล่า เพราะฉะนั้นเราเลือกทำเพลงในแบบที่อยู่ตรงกลางในแบบของเราและคนฟัง น่าจะลงตัวที่สุด" ไมค์กล่าวปิดท้าย



