บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:เกมยาว'ทีวีดิจิตอล'

มองผ่านเลนส์คม:เกมยาว'ทีวีดิจิตอล'

08 ม.ค. 2557

เกมยาว "ทีวีดิจิตอล" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร




          ข่าวใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมทีวีเมืองไทย ปี 2557 คงหนีไม่พ้นเรื่องทีวีดิจิตอล 24 ช่องธุรกิจ ซึ่งมีบทวิเคราะห์การประมูล "ทีวีดิจิตอล" โดย Siam Intelligence Unit (SIU) ที่น่าสนใจมาก อยากแนะนำให้ลองไปหาอ่านฉบับเต็มกันดู
    
          เพื่อให้เห็นภาพรวม จึงขอคัดลอกบางตอนมาเผยแพร่ต่อในคอลัมน์นี้ ซึ่ง SIU มองว่า สงครามทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ เป็นเกมยาว วัดกันที่สายป่าน
    
          "การประมูลทีวีดิจิตอลครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น ของอุตสาหกรรมฟรีทีวีในระบบดิจิตอลของประเทศไทย
เงินค่าประมูลหลักร้อย-พันล้านบาท ถือเป็นค่าซื้อสิทธิ์ ในการประกอบธุรกิจทีวีดิจิตอลภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. โดยจ่ายครั้งนี้จะได้สิทธิการทำทีวีนาน 15 ปีเท่ากันทุกราย
    
          "แต่เงินค่าประมูลไม่ใช่ต้นทุนเพียงอย่างเดียวของการทำธุรกิจทีวีดิจิตอล เพราะหลังจากนี้ไป บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่ายการกระจายสัญญาณอีกเดือนละเป็นหลักหลายล้านบาท และต้องเสียค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการให้กับ กสทช. อีกเป็นประจำทุกปี (แม้จะอยู่ในสัดส่วนที่ถูกกว่าระบบสัมปทานเดิมมาก แต่ก็ถือเป็นต้นทุน) สุดท้ายยังต้องนับรวมค่าผลิตรายการ เพื่อให้มีรายการฉายเป็นประจำทุกวัน ซึ่งเผลอๆ อาจจะมีต้นทุนสูงกว่าค่าประมูล-โครงข่ายเสียอีก
    
          "คำถามคือในแง่ธุรกิจแล้ว คุ้มค่าหรือไม่
    
          "โมเดลธุรกิจทีวีนั้นอยู่ด้วยโฆษณาแทบจะ 100% ในเมื่ออุตสาหกรรมโฆษณาของประเทศไทยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก บริษัทห้างร้านต่างๆ มีเม็ดเงินลงโฆษณาไม่ต่างจากปีก่อนมาก แต่เมื่อตัวหาร ที่เข้าร่วมชิงเค้กมีจำนวนมากขึ้นมากภายในชั่วข้ามคืน (จาก 6 ราย เป็น 6+24 = 30 ราย) ก็แน่นอนว่าต้องมีคนที่ได้ส่วนแบ่งน้อยและได้ส่วนแบ่งมาก
    
          "ช่วงเวลาอีก 1 ปีต่อจากนึ้จะถือเป็นช่วงเวลาลองผิดลองถูก ของทั้งผู้ประกอบการทีวีรายใหม่ทั้ง 24 ช่อง, ของผู้ชมโทรทัศน์ทั่วประเทศ และของเอเยนซี่โฆษณาทั้งหลายที่กุมเม็ดเงินค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาทางโทรทัศน์ในประเทศไทย ทุกคนยังใหม่กับตลาดนี้ และยังไม่รู้ว่าแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม (best practice) ของอุตสาหกรรมทีวีที่เปลี่ยนไปนั้นควรจะเป็นเช่นไร
    
          "SIU เชื่อว่าถ้ามีผู้เล่นในตลาดเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ในระยะยาวแล้วจะต้องมีธุรกิจที่แข่งขันไม่ไหวและต้องถอนตัวออกจากตลาดอย่างแน่นอน ดังนั้นธุรกิจรายใดจะอยู่ได้หรือไม่ คงต้องวัดกันที่คุณภาพของเนื้อหา ว่าทำออกมาได้ดีมีคุณภาพ และตรงกับความสนใจของผู้บริโภคชาวไทย (ซึ่งจะแตกออกเป็นกลุ่มย่อยๆ จำนวนมาก) ได้มากน้อยแค่ไหน
    
          "ดังนั้นในช่วงแรกๆ ทีวีทุกช่องน่าจะต้องต่อสู้กันอย่างเต็มที่ในแง่เนื้อหารายการ เพื่อให้ช่องใหม่ของตัวเองนั้นติดตลาดให้เร็วที่สุด ช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณามาจากคู่แข่งให้มากที่สุด
    
          "แต่กว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ ช่องทีวีเหล่านี้คงต้องยืนระยะขาดทุนกันอีก 3-5 ปี ดังนั้นปัจจัยชี้ขาดจึงอยู่ที่สายป่าน ว่าของใครยาวกว่ากัน"
    
          อ่านบทสรุปของ SIU ข้างต้น ผู้ที่จะมีโอกาส "รอด" จากสงครามทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ คงหนีไม่พ้นผู้เล่นหน้าเก่าๆ ที่ "แบรนด์" ติดตลาด และ "ฐานคนดู" ชัดเจน
    
          จะว่าไปแล้ว "ผู้เล่นหน้าใหม่" ที่ไม่ได้จากฝั่งทีวี หรือกลุ่มบันเทิง ดูจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคเยอะ เพราะต้องเร่งสร้าง "แบรนด์" ให้คนจดจำ และสร้างฐานคนดู มันเป็นโจทย์ที่แสนจะท้าทายยิ่ง

.......................................
(หมายเหตุ เกมยาว "ทีวีดิจิตอล" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)