บันเทิง

'ไทยคม 6'สู่วงโคจรจุดเปลี่ยน'บรอดคาสต์ไทย'

'ไทยคม 6'สู่วงโคจรจุดเปลี่ยน'บรอดคาสต์ไทย'

08 ม.ค. 2557

"ไทยคม 6" สู่วงโคจรจุดเปลี่ยน "บรอดคาสต์ไทย" : คอลัมน์ โลกไร้เสา




          สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2557 ดาวเทียม "ไทยคม 6" จะขึ้นสู่วงโคจร นับเป็นดิถีฤกษ์เบิกฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ของไทย
    
          ดั่งที่ทราบกัน บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมการจัดส่ง "ดาวเทียมไทยคม 6" ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งไทยคม 6 เป็นดาวเทียมขนาดกลางรุ่น สตาร์ 2.3 จัดสร้างโดย บริษัท ออบิทอล ไซเอนซ์ส คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา มีจำนวนช่องสัญญาณ 26 ทรานสปอนเดอร์ แบ่งเป็นช่องสัญญาณ ซี-แบนด์ จำนวน 18 ทรานสปอนเดอร์ และ ช่องสัญญาณเคยู-แบนด์ จำนวน 8 ทรานสปอนเดอร์
    
          ทั้งนี้ ดาวเทียมไทยคม 6 จะขึ้นสู่วงโคจรที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก โดยใช้จรวดส่งฟอลคอน 9 โดยมั่นใจว่าดาวเทียมไทยคม 6 จะช่วยรองรับโลกดิจิตอล โดยเฉพาะการรับชมสัญญาณภาพและเสียงที่คมชัดมากยิ่งขึ้น
    
          "ไทยคม" (THAICOM) เป็นชื่อดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน โดยย่อมาจาก "ไทยคมนาคม" (Thai Communications) เป็นดาวเทียมเพื่อใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง โทรศัพท์ และการสื่อสารข้อมูล เป็นสัญลักษณ์การเชื่อมโยงประเทศไทยกับเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ในโลกยุคดิจิตอล
    
          บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมที่มีศักยภาพและคุณภาพมาตรฐานโลกมาตั้งแต่ปี 2534 โดยไทยคมได้จัดส่งดาวเทียมไปแล้วทั้งสิ้น 5 ดวง
    
          สำหรับวันนี้ ได้ให้บริการจำนวน 2 ดวง ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ให้บริการด้านบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมด้วยไทยคม 5 ซึ่งเป็นดาวเทียมบรอดคาสต์ ถ่ายทอดช่องรายการโทรทัศน์มากกว่า 470 ช่อง ครอบคลุมพื้นที่รับชมทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    
          พ.ศ.2557 ไทยก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านระบบออกอากาศโทรทัศน์ จากระบบอนาล็อกมาสู่ระบบดิจิตอล ซึ่งอันจะเป็นการเปลี่ยนประสบการณ์การชมโทรทัศน์ของผู้ชมกว่า 22 ล้านครัวเรือนในเมืองไทย โดยจะทำให้มีช่องรายการต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 600 ช่อง
    
          ด้วยปริมาณความต้องการใช้บริการสัญญาณดาวเทียมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดาวเทียมไทยคม 5 ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน "ไทยคม" จึงส่งดาวเทียมดวงใหม่คือ "ไทยคม 6" ขึ้นสู่วงโคจร เพื่อเสริมทัพในการให้บริการด้านบรอดคาสต์
    
          อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถขายช่องสัญญาณล่วงหน้าบนดาวเทียมไทยคม 6 ได้แล้วถึง 66% โดยเฉพาะมีการลงนามในสัญญาเช่าช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 กับ บริษัท พีเอสไอโฮลดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายจานดาวเทียมรายใหญ่ที่สุดของประเทศ
    
          ในช่วงเฟสแรก ทางบริษัท พีเอสไอ จะออกอากาศส่งสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไทยคม 5 ย่านความถี่เคยู-แบนด์ โดยยังคงเน้นลักษณะการให้บริการแบบช่องฟรี (Free view) สำหรับผู้ที่ซื้อจานพีเอสไอ
    
          และในช่วงเฟสที่สอง มีแผนขยายการให้บริการผ่านดาวเทียมไทยคม 6 โดยจะจองการใช้งานช่องสัญญาณล่วงหน้าในย่านความถี่ซี-แบนด์จำนวน 1 ทรานสปอนเดอร์และย่านความถี่เคยู-แบนด์อีกจำนวน 1 ทรานสปอนเดอร์ เพื่อต่อยอดธุรกิจการขายจานดาวเทียมของบริษัทพีเอสไอ โดยมูลค่าของสัญญาทั้งหมดอยู่ที่ประมาณกว่าพันล้านบาท
    
          นอกจากนี้ แกรมมี่กับอาร์เอส ก็มีแผนเช่าทรานสปอนเดอร์ดาวเทียมไทยคม 6 เพื่อย้ายช่องจากไทยคม 5 ทำให้รองรับการขยายจำนวนช่องเพิ่มขึ้น
000
    
          ระหว่างที่เตรียมการส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจร "ไทยคม" ก็เดินแผนขอใบอนุญาตประเภทที่ 3 ให้ "ดาวเทียมไทยคม 8" ในตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก
    
          นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อขอเพิ่มบริการโครงข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียม โดยจะใช้ตำแหน่งวงโคจรที่ 78.5 องศาตะวันออก (ไทยคม 8) ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 ซึ่งในตอนนั้นเป็นการให้ใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการดาวเทียมเพื่อให้บริการดาวเทียมไทยคม 7 ในตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออก โดยไม่ต้องมีการประมูล
    
          ตรงนี้เป็นปมปัญหา การดำเนินการในครั้งนั้น ดำเนินการภายใต้สัญญากับกระทรวงไอซีที ซึ่งทรัพย์สินต้องตกเป็นของกระทรวงไอซีทีด้วย รวมทั้งเป็นดาวเทียมที่ไม่ได้ใช้คลื่นความถี่ด้วยตัวเอง จึงสามารถรับใบอนุญาตแบบที่ 3 ได้ทันที โดยเป็นการกำหนดให้เป็นใบอนุญาตสำหรับดาวเทียม ไม่ใช่ใบอนุญาตที่ให้แก่บริษัท ซึ่งระบุไว้ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 รวมถึงในตอนนั้นยังเป็นการรักษาสิทธิวงโคจร 120 องศาตะวันออก ซึ่งได้หมดอายุตามข้อกำหนดของ (ITU) ในเดือน มกราคม ที่ผ่านมา
    
          อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนเรื่องร่างหลักเกณฑ์ใบอนุญาตผู้ประกอบการประเภทที่ 2 หรือผู้ให้บริการรับ-ส่งสัญญาณเพื่อเชื่อมสัญญาณระหว่างภาคพื้นดินกับดาวเทียม (อัพลิงก์-ดาวน์ลิงก์) ว่าใครจะต้องประมูลคลื่นความถี่ ก็ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้
    
          เนื่องจากปัจจุบันคณะอนุกรรมการดำเนินการร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตการประกอบกิจการดาวเทียม (คณะอนุกรรมการดาวเทียม) ซึ่งบอร์ด กทค. แต่งตั้งมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าหรือได้ข้อสรุปอะไรออกมาเลยในเรื่องดังกล่าว
    
          นี่แหละคือปัญหาใหญ่ในอนาคต เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ กับผู้รักษากติการรายใหม่อย่าง กสทช.

.......................................
(หมายเหตุ "ไทยคม 6" สู่วงโคจรจุดเปลี่ยน "บรอดคาสต์ไทย" : คอลัมน์ โลกไร้เสา)