
เล่นหูเล่นตา:'ระหว่างนั้น'
'ระหว่างนั้น' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“ 9 - 8 - 7 - 6 -5 - 4 - 3 - 2 - 1 สวัสดีปีใหม่คร๊าบ ”
เสียงพิธีกรประกาศนับเวลาถอยหลังท่ามกลางนักร้องและนักแสดงที่ถูกจ้างมายืนกันเต็มเวทีในงาน Mega Wish ที่เมกา บางนา ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ... สิ้นเสียงคำว่า “ปีใหม่” พลุลูกแรกก็พุ่งทะยานจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้าแตกเป็นสีเป็นดอก ดูเจิดจ้าตระการตา ผู้ชมต่างแหงนมองพลุผ่านจอมือถือ ภาพที่ปรากฎเหมือนมีใครเอาผ้าสีดำขึงตึงปิดท้องฟ้าอันกว้างใหญ่แล้วละเลงด้วยดอกไม้สีสดโปรยปรายเบ่งบานบนผืนผ้านั้นดอกแล้วดอกเล่า พร้อมเสียงดังปรุๆๆ พวกเราร้องเพลง “พรปีใหม่” ร่วมกันบนเวทีประกอบกับพลุสวยๆ เหล่านั้น บรรยากาศช่างปีใหม่เสียจริงๆ
“ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ทุกวันทุกคืนรื่นรมย์ให้สมฤทัย ... สวัสดีวันปีใหม่เทอญ” เพลงพรปีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ให้กับปวงชนชาวไทย
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” แต่ละปีผ่านไปอย่างมีความสุขได้ก็ด้วยพระบารมีของท่านปกเกล้าปกกระหม่อมให้ประชาราษฎร์ได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข (ถ้าจะมีอะไรไม่สุขก็เพราะคนเราไม่รู้จักพอ!) ... สิ่งแรกที่ฉันนึกถึงในเวลานั้นคือ “พระองค์่ท่าน” ... ฉันนึกต่อไปถึงครอบครัวที่ป่านนี้คงนอนหลับกันหมดแล้วตามประสาคนแก่ที่ผ่านอะไรมามากมาย ไม่มีสิ่งใดจะทำให้ประหลาดใจได้ ... ยกเว้น “ความตาย” ที่ต้องประสบพบเอง ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเดินไปจบที่จุดนั้นเหมือนกัน ... เวลานี้ทุกคนที่ฉันรักยังคงหายใจและสบายดีกันอยู่ในบ้านที่ปลอดภัยนั่นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้พรจากสวรรค์อยู่ทุกวัน ... วันปีใหม่ก็คือวันที่ถูกสมมุติขึ้นเพื่อแบ่งช่วงเวลาครบรอบ 12 เดือนในแต่ละครั้งก่อนขึ้นรอบ 12 เดือนต่อไป ฉันยังแอบนึกในใจว่า ... นี่เราเข้าใกล้จุดจบไปอีก 1 ปีแล้วใช่มั้ย? ยังคงเหลือปีใหม่อีกกี่ครั้งให้ฉันนับ ยังคงมีสิ่งใดที่ยังไม่ได้ทำเพื่อคนรอบข้างและสังคมอีก ... ฉันเหลือเวลาสั้นลงๆ ทุกที ... ปากก็ร้องไปใจก็นึกไปจนจบเพลง นักร้องและนักแสดงต่างกอดกันแสดงความยินดีที่ก้าวข้ามผ่านปีใหม่มาได้อย่างครบถ้วนทั้งกายและใจ ทั้งโก้ มิสเตอร์แซกแมน โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ นัท เดอะวอยซ์2 น้องแก้ม วิชญาณี ดีเจดาด้าดีเจเสริฐ และเกรท วรินทร หล่อเข้มสมเป็น “ สามี ” (ละครช่อง 3) เขาหันมาทางฉันแล้วกางแขนออก (เอิ่ม ... สาวสวยบริสุทธิ์อย่างเราจะยอมให้เขากอดดีมั้ยนะ แม่จะว่ามั้ย?) ระหว่างตัดสินใจเขาก็กอดฉันแล้วพูดว่า “สวัสดีปีใหม่ครับพี่คิ้ม” ส่วนฉันบอกเขาเบาๆ ในใจว่า “แต่งงานกันเถอะ!” ดูจากอุณหภูมิของร่างกายเขาเวลานั้นและความแนบกระชับกับระยะเวลาในการกอดแล้ว เขาจะคิดว่ากอดญาติผู้ใหญ่อะไรก็ช่างเถอะ ... ฉันจะคิดอีกอย่างของฉันก็แล้วกัน ยังไงเรื่องมันก็จบตรงนี้ ... จบแค่นี้ ... ใช่มั้ยคะคุณตำรวจ! บนฟ้าจะจุดพลุกี่ดอกก็ช่าง แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันได้มาดอกหนึ่งละ! ...
“นี่คือสิ่งสำคัญที่เรายังอยู่ด้วยกัน สิ่งอื่นใดนั้นมันยังไม่มาถึง บอกได้แค่นี้จะรักหมดหัวใจที่มี ให้มันตราตรึงอยู่ในใจเพื่อไปถึงวันลาจาก” เพลง “สิ่งสำคัญ” ของ ดา เอ็นโดรฟิน ดังขึ้นเบาๆ ในใจ ประกอบช่วงของการกอดกับ “สามี” แบบสั้นๆ ไม่กี่วินาที ผละจากเกรท โก้ก็รอกอดอยู่ กรูหมดอารมณ์ตอนนี้แหละค่ะ! หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ... ขณะเดินกลับไปขึ้นรถก็ได้ยินเสียงเพลงดังขึ้น รีบหันไปถามคุณสีเกด ผู้จัดการว่าใครร้องอยู่ ก็ได้คำตอบว่า “เกรทร้องอยู่” ... ห๊ะ! ร้องได้ดีขนาดนี้เชียว พี่นึกว่าวงวัยรุ่นที่ไหนกำลังเล่นอยู่ เอ่อ ... คุณเกรทคะ ... หล่อก็ระดับพระเอก ยังจะร้องเพลงระดับอาชีพ จะเอาดีทุกด้านขนาดนี้ ที่เหลือจะหารับประทานกันยังไงล่ะคะ คุณน้องควรจะร้องเปลี้ยๆ เพี้ยนๆ คร่อมๆ มั่งมะ? เห็นใจนักร้องหน้าตาอย่างพวกเรากันบ้างเห๊อะ!
ฉันตื่นขึ้นมาวันปีใหม่ 1 มกราคม 2557 นอนลืมตายิ้มยังกะคนบ้า นึกขอบคุณอะไรไม่รู้ที่ทำให้ยังมีชีวิตอยู่ครบ 32 ไม่เจ็บไม่ไข้ในวันนี้ ใช้เวลาอ้อยอิ่งทิ้งขว้างจนถึงเย็น เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่ายังไงก็ไม่รู้ ไม่ถนัดกับการอยู่เฉยๆ นั่งดูทีวีแบบนี้ ชอบการออกไปดิ้นรนค้นหาชีวิตแล้วกลับมาถึงบ้านพร้อมกับคำว่า “อยู่รอดปลอดภัย” ในทุกๆ วัน ... นั่นแหละวิถีชีวิตของฉัน ...
คิดไปไม่ถึงไหน ผู้จัดการท็อปก็โทรมาบอกว่า พ่อท็อป ดารณีนุชอยู่ในห้องไอซียู ฉันรีบพุ่งไปพร้อมกับนังนุชนาฎและสีเกด นึกถึงปีที่แล้วที่พวกเราไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลในเวลาที่แม่ท็อปกำลังจะเสีย ... นึกถามตัวเองว่าไปเป็นกำลังใจให้คนเป็นหรือคนกำลังจะไป ได้คำตอบในทันทีว่า “คนเป็น” นังท็อป เพื่อนรักฉันมันเป็นคนต้องการกำลังใจมากมายจากเพื่อนฝูง พอไปถึงพ่อกลับมีอาการดีขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นวูบไป 10 นาทีจนตัวเขียวแล้วหมอปั๊มหัวใจขึ้นมาได้ ได้อยู่ต่อให้ท็อปเอาอกเอาใจในระดับ “สปอยล์” ... ในหมู่พวกเราท็อปจัดเป็น “จอมสปอยล์ตัวแม่” ที่พวกเราไม่สามารถเทียบชั้นได้ เพราะนางมีวิธีที่พวกเราคาดไม่ถึง “ในทุกความต้องการของพ่อกับแม่ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับท็อป” พ่ออายุ 83 ฟันในปากก็โยกเยกและร่อยหรอจนถึงขั้นหลอ พ่อบอกอยากรักษาฟันกรามซี่ในไว้ ทั้งๆ ที่ควรจะถอน ท็อปก็ตามใจเสียค่าครอบและรักษารากฟันไปซี่ละแสนกว่า ... นางยังชิว! วันเกิดพ่อก็จัดให้อย่างเถิดเทิงทั้งๆ ที่วันนั้นต้องรีบขึ้นเครื่องไปทำงานที่ต่างจังหวัด นางก็ยังแบ่งเวลาฉีกร่างมาทำให้ตั้งแต่เช้า ร่ำๆ จะตกเครื่อง ณ จุดๆ นี้ คนที่พอจะชิงเข็มขัดยอดกตัญญูกับท็อปเห็นจะมีแต่ “พี่ก้อง ปิยะ” ที่ก่อนพ่อพี่ก้องจะเสียก็จัดงานวันเกิด เรียกทั้งเพื่อนพ่อเพื่อนลูกมาสร้างความบันเทิงขีดสุดจนพ่อพูดว่า “พ่อมีความสุขที่สุด” จากนั้นไม่กี่เดือนพ่อก็เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉียบพลันขณะไปตีแบดกับเพื่อน พี่ก้องจัดงานศพอย่างงดงาม ยิ่งกว่านั้นยังยกคอนโดและซื้อรถให้กับคนรู้ใจพ่อ ด้วยเหตุผลที่ว่า “พ่อรักผู้หญิงคนนี้ ถ้าเขายังลำบาก พ่อคงยังเป็นห่วง”
ส่วนนังท็อปเพื่อนฉัน ระหว่างที่พ่ออยู่ไอซียู นางว่า “ไม่มีส่วนของเอ็นเตอร์เทนให้พ่อเลย ไม่ว่าจะเป็นทีวี ดนตรี” ว่าแล้วนางก็หาทางชดเชยพ่อด้วยเครื่องดื่มที่พ่อขอ (พ่อเขียนลงกระดาษที่ให้เวลาที่อยากได้อะไรหรือรู้สึกอย่างไร) ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลสด กาแฟทรีอินวัน สิ่งที่ฉันขำในความมานะของนังท็อปที่สุดก็คือ หมอห้ามให้น้ำพ่อ แต่พ่ออยากกินน้ำหวานๆ ท็อปก็มานะเอาปลายสำลีชุบน้ำอัดลมทาที่ลิ้นและริมฝีปากพ่อให้พอรู้รส ... อือ ... ดูพ่อลูกคู่นี้! ... ท็อปหากระดาษที่พ่อเขียนมาบรรยายสรุปให้เพื่อนๆ ฟังอย่างสนุกสนาน (กลบเกลื่อนความกลัวและกังวลที่มีอยู่) พ่อเขียนลายมือขยึกขยือ “ผมกลัวตาย” ช่วงที่ความดันตก ท็อปเปิดซีดีเสียงคำสอนให้เจริญสัมมานุสสติให้พ่อฟัง) พ่อกำมือกระตุกแรงๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรสักอย่าง ท็อปบอกพ่อว่า ... “พ่อจ๋า ถ้าพ่อเหนื่อย พ่อก็หลับซะนะไม่ต้องเป็นห่วง พ่ออย่าสู้กับสังขาร ...” ผลก็คือพ่อลืมตาขึ้นมาถลึงตาใส่ท็อป (ขณะที่เล่าทั้งท็อปและพวกเราหัวเราะก๊าก) “พ่อกูไม่อยากตาย อยากอยู่ต่อ เลยปิดเสียงสวด เปิดเพลงสุนทราภรณ์ให้ฟังแทน ถึงได้สงบ”
ผ่านวันที่ 1 และ 2 จนช่วงเย็นของวันที่ 3 มกราคม พ่อก็สิ้นลมอย่างสงบด้วยวัย 83 ปี ... นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดธาตุทองต่อไป ... ท็อปยังดูเข้มแข็ง ยิ้มแย้ม ตอนอยู่ท่ามกลางพวกเรา แต่พอนางกลับถึงบ้านเห็นข้าวของพ่อ นางจะต้องร้องไห้คร่ำครวญ ดราม่า เพราะตอนแม่เสีย ท็อปโทรคุยกับเพื่อนๆ แล้วร้องไห้บอกคิดถึงแม่ เคยได้กอดแม่ทุกๆ วัน ความคิดถึงทำให้ท็อปเสียน้ำตา ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดหรือเสียดายว่ายังไม่ได้ทำอะไรเพื่อพ่อแม่ นั่นคือสิ่งธรรมดาที่ควรเป็น ... พ่อแม่พี่ก้อง ท็อป และโก้ มิสเตอร์แซกแมน เสียไปกันหมดแล้ว เหลือแค่ฉันที่ยังมีพ่อแม่อยู่ครบ ให้ได้กอด ได้กราบ ได้สปอยล์ ฉันยังคงมีเวลาเหลืออยู่เพื่อดูแลท่านก่อนที่ฉันจะไปถึงวันสุดท้ายของชีวิต เวลาระหว่างนั้น ...
“เวลาที่ยังมีพ่อแม่อยู่กับฉัน” เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ไม่ใช่วันปีใหม่หรือวันใดๆ ที่คนบนโลกสมมุติให้ฉัน ...
.......................................
(หมายเหตุ 'ระหว่างนั้น' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



