
หนังโรงเล็ก:'นางเอกคนสุดท้าย'ของฮอลลีวู้ด
03 ม.ค. 2557
'นางเอกคนสุดท้าย' ของฮอลลีวู้ดเคยยืนหยัดและโรยรา : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ไฟระยิบระยับของคริสต์มาสปลายปีที่ผ่านมา ผมหมกตัวอยู่ในร้านหนังสือหลายแห่ง เพราะชอบตามเก็บหนังสือสำคัญหลายๆ เล่มที่ออกมาในช่วงนั้น นิตยสารเล่มหนึ่งตั้งคำถามอย่างน่าสนใจว่า ทำไมหนังรักแบบหนังรักจริงๆ ไม่มีแล้ว เพราะที่ออกมาก็ต้องผสมผสานตระกูลหนังกันเพื่อการตลาด
แล้วก็ถามว่า นางเอกที่จะเล่นหนังแบบยาวนาน เหมือนในวันคืนเก่าๆ ก็คงไม่มีอีกเหมือนกัน ใครบางคนก็สรุปว่า จูเลีย โรเบิร์ต น่าจะเป็นนางเอกคนสุดท้ายของฮอลลีวู้ด ที่ยืนหยัดมาในแนวทางนั้น (คือผู้หญิงเล่นหนังอย่างต่อเนื่อง หลายบทบาท เป็นคนสุดท้าย)
จอห์นนี่ เวสต์ เคยเขียนถึง มาริลีน มอนโร ว่า เธอเหมือน sex symbol ของอเมริกันที่ไม่มีใครจะมาเป็น “ตราประทับที่สอง” ได้อีก ส่วน มอลลี แฮสเกลล์ เคยแสดงความเห็นถึง ออเดรย์ เฮพเบิร์น ว่า เหมือนเธอหล่นจากฟากฟ้ามาสู่ฮอลลีวู้ดในทศวรรษที่ 50
ภาพเหล่านั้น เมื่อหันมามองทศวรรษที่ 90 หรือปลายศตวรรษที่ 20 ของฮอลลีวู้ดแล้ว ไม่มีดารานักแสดงคนไหนที่จะ “ขึ้นชั้น” ไปเทียบเท่ากับเธอข้างต้นที่เรากล่าวถึงได้
ทว่า ในความเงียบเหงาตรงนี้ ทศวรรษที่ 90 ในฮอลลีวู้ดใช่ว่าจะ “ไร้เรื่องราว” ไปทั้งหมด ผมรู้สึกว่า จูเลีย โรเบิร์ตส เป็นผู้หญิงที่มี “ที่มั่น” ของตัวเองอยู่มากบนถนนสายนี้ ที่ทางซึ่งแข็งแรงของเธอนั้น ไม่ได้วัดจากค่าตัวที่แพงที่สุด ( 20 ล้านเหรียญหรือ 800 ล้านบาท/ เรื่อง)
แต่ถูกบอกเล่าได้โดย “การงานของเธอ” ที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่นับว่าชื่อของ จูเลีย ยังสามารถเป็น “หลักประกันทางการตลาด” ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะดีหรือไม่ดี
ผมไม่เคยชอบหรือเกลียดดาราคนนี้ แต่หลังจาก จูเลีย โรเบิร์ตส ให้สิ่งดีๆ กับ Notting Hill และตามมาด้วยหนังคุณภาพกลางๆ อย่าง Erin Brockovich แล้ว รู้สึกว่าเธอเป็น “นักแสดง” มากกว่า “ดารา” ชัดขึ้นเรื่อยๆ (อันที่จริง, แววเธอเริ่มฉายตั้งแต่ My Best Friend’s Wedding แล้ว)
สองวันก่อนได้ดูเธอให้สัมภาษณ์ทางช่องเคเบิล ก็รู้สึกว่าเธอมีมุมมองต่อชีวิตที่อบอุ่น ผมชอบมองใบหน้าของเธอบ่อยๆ บนหนังสือ Notting Hill หรือบนปกเทป-ซีดีซาวด์แทรคของหนังเรื่องนี้
จูเลีย โรเบิร์ตส อาจจะไม่ใช่ “สาวร้อน” อย่าง อลิซาเบธ เทย์เลอร์ หรือ เดนิส ริชาร์ด ไม่ใช่เด็กสาวใจแตกที่หนีออกจากบ้านอย่าง มาดอนน่า หรือ ดรูว์ แบบรีมอร์ แต่ก็ไม่ใช่คนที่เรียบร้อยขนาดออเดรย์ เฮพเบิร์น หรือ จูดี้ การ์แลนด์อย่างน้อย, ความรักของเธอ “ที่เคยกับ” คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์ ก็ไม่ได้เรียบร้อยอย่างผ้าพับไว้ เวลามองใบหน้าเธอใน Notting Hill
จูเลียไม่ใช่คนสวย ขณะที่ เมอรีล สตรีฟ เหมือน “ประภาคาร” ของการแสดง และ กวินเนธ พัลโธรว์ คล้ายเก้าอี้บนระเบียงไม้ในชนบท (เวลาเธอเศร้า)
แต่จูเลียเหมือนท้องฟ้า ที่มองแล้วสบายใจ คล้าย “สวนสาธารณะ” ที่มีเนื้อที่มากมาย เวลาไปนอนหรือนั่งอ่านหนังสือแล้ว สุขใจถ้าเธอเป็นที่ปรึกษาที่ดีของใครๆ ได้ สวนสาธารณะของจูเลียก็เหมือนมีต้นไม้ต้นใหญ่ ที่สวามารถบังแดดและหลบฝน สวนสาธารณะแบบนี้ (park)คงมีคนอยากไปวิ่งเยอะๆ และนอนอ่านหนังสือบนสนามหญ้าในวันหยุด
ผมชอบท้องฟ้า (ไม่เกี่ยวกับท้องของคนชื่อฟ้า) เพราะเวลานั่งมองแล้วสบายใจ แต่กับชีวิต คนที่จะเป็น “ท้องฟ้า” ของคุณหรือผม คงมีไม่มากในชีวิต คนที่เราจะสบายใจ เมื่อได้พูดคุยหรือปรึกษา เวลาไหนหรือเรื่องอะไร…
บางคนไม่เคยมีท้องฟ้าของตัวเอง (ทั้งชีวิต) เขาหรือเธอเจอแต่คนที่เป็นทางด่วนและตึกสูง บางวันรถติด บางคืนลิฟต์ค้าง
รุ่นพี่คนหนึ่งเคยบอกว่า เขาให้พ่อเป็น “ตะวัน” และให้แม่เป็น “ดวงจันทร์” ผมบอกเขาว่า ถ้าพ่อของผมไม่จากไปเร็ว ผมคงมี “ขุนเขา”(ที่มั่นคง) แต่ก็ไม่รู้สึกขาด เพราะมีแม่เป็น “ท้องฟ้าของครอบครัว” บท “อีริน บรอคโควิช” ที่จูเลีย โรเบิร์ตส แสดงในหนังชื่อเดียวกัน เธอก็เหมือนดวงจันทร์ แต่เป็นดวงจันทร์ที่อีกครึ่งดวง ต้องรับบทเป็นตะวัน
ไม่ต่างจาก มาลัย ในยุวชนทหารฯ ที่ชีวิตบังคับให้เธอต้องเป็นท้องฟ้าของน้องชาย..
มีความเชื่อกันว่า จูเลียคงเป็น “นางเอกคนสุดท้าย” หลังจากทำให้ใครบางคนจดจำเธอไปตลอดจากบทพูดใน Notting Hill ที่บอกกับ ฮิวจ์ แกรนต์ ในร้านหนังสือว่า
The fame thing isn’t really real, you know. Don’t forget - I’m also just a girl. Standing in front of a boy. Asking him to love her…
เพราะบางทีการไม่มีฟอร์มมากมายของแอนนา ก็ทำให้เราชื่นชมเธอ เหมือนกับที่เคยและยังชื่นชอบด้านที่เงียบเหงา อ้างว้างของเอมิลี วัตสัน และความเป็นคนชอบครุ่นคิดและช่างรู้สึกของโจดี้ ฟอสเตอร์
ใช่ - คนที่ “ช่างรู้สึก” กับโลกและผู้คน
มีเสน่ห์กว่าคนที่ชอบ “คิดมากในทุกๆ เรื่อง”
.......................................
(หมายเหตุ 'นางเอกคนสุดท้าย' ของฮอลลีวู้ดเคยยืนหยัดและโรยรา : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



