บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'Inside llewyn davis'

เอกเขนกดูหนัง:'Inside llewyn davis'

03 ม.ค. 2557

'Inside llewyn davis' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
 
 
 
          เมื่อพี่น้องโคเอน ทำหนังเพลงจะเกิดอะไรขึ้น...ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเมื่อ 10 กว่าปีก่อน โจเอล และ อีธาน โคเอน ก็จับ จอร์จคลูนีย์ มาสวมบทนักโทษแหกคุกปลอมตัวหลบหนีเจ้าหน้าที่ไปเป็นนักร้องประสานเสียงมาแล้ว เพียงแต่ครั้งนั้น “o brother, where art thou?”อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเป็นที่พูดถึงมากเท่ากับ “inside llewyn davis”ในปีที่ผ่านมา
 
          โดยส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกเข้าถึงหนังตำนานราชาเพลงโฟล์คในหลืบเร้นมากกว่าหนังเรื่องไหนๆ ของ โคเอนบราเธอร์ ไม่ใช่แค่เพลงเพราะ ภาพสวย เนื้อหาที่เข้าใจง่าย แต่กลวิธีที่พี่น้องคู่นี้ใช้เพื่อสื่อความหมาย ล้วนแต่ถอดรหัส ตีความได้ไม่ยากเย็นนัก ชนิดที่ว่าดูแค่รอบเดียวก็เก็ทแล้ว
 
          ก่อนอื่นมาดูงานด้านภาพที่ต้องขอบอกว่าเป็นหนังของสองศรีพี่น้องโคเอนที่ถ่ายภาพได้สวยเอามากๆ จากฝีมือผู้กำกับภาพชาวฝรั่งเศส bruno delbonnel ที่เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเขาก็คือการใช้สีโดยเฉพาะวอร์มโทน ด้วยสีอบอุ่นจากการย้อมสีในเฟรมด้วยสีเหลืองและสีเขียว โทนสีของ inside llewyn davis ก็เช่นกัน เกรนของภาพที่ดูนุ่มนวลให้ความรู้สึกฟุ้งฝัน แม้จะอยู่ท่ามกลางความหม่นมืดในอีกซอกหลืบของมหานครนิวยอร์กที่สะท้อนเป็นนัยๆ ว่า ความฝันของนักดนตรีหนุ่มในฐานะศิลปินโฟล์กผู้โด่งดังดูเหมือนจะลางเลือนริบหรี่เต็มทน แต่อย่างน้อยมันก็เป็นความฝันที่คนหนุ่มสาวพึงมีเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของตน
 
          มาถึงเรื่องเพลงกันบ้าง ไม่ต้องพูดถึงแต่ละบทเพลงที่หยิบมาร้องและเล่นให้ได้ยิน...เรียกว่าฟังแล้วแทบขาดใจ เพลงอมตะที่ถูกหยิบนำมาร้องใหม่ล้วนเต็มไปด้วยสีสันมากมาย ที่สำคัญเสน่ห์เหล่านั้นมาจากนักแสดงที่ไม่น่าเชื่อว่า เขาและเธอ จะร้องและเล่นได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง ทั้งออสการ์ ไอแซค, แครี่ มัลลิแกน และโดยเฉพาะไอ้หนุ่มหน้าจืด สตาร์คแซนด์ ในบท ทรอยเนลสัน พลทหารหนุ่มที่หาลำไพ่พิเศษด้วยการร้องเพลงในคลับซึ่งทำได้ดีเอามากๆ(หมอนี่เคยรับบทสมทบในทีวีซีรีส์และละครเวทีมาหลายเรื่อง ก่อนจะประสบความสำเร็จสูงสุดในละครเวทีเรื่อง journey’s end ที่คว้ารางวัลนักแสดงผู้โดดเด่นจาก เธียเตอร์ เวิลด์ อวอร์ดและเข้าชิงรางวัลโทนี่อวอร์ด สาขานักแสดงนำชายมาแล้ว) ที่สำคัญในฉากโชว์ถัดมา เขาเปิดตัวคู่ดูโอ้สามีภรรยาจิมและจีน (รับบทโดยจัสติน ทิมเบอร์เลคและแครี่ มัลลิแกน) ก็ทำให้เราต้องอึ้งกับเพลงสุดเพราะอย่าง ‘500 miles’ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่า จัสติน ทิมเบอร์เลคคือป๊อปสตาร์ที่ร้องเพลงได้โฟล์กได้เพราะที่สุดคนหนึ่งในโลก
 
          ไม่เพียงภาพสวย เพลงเพราะ การแสดงเยี่ยม หากแต่การสื่อความหมายด้วยเสียงเพลงในหลายๆ ฉาก พี่น้องโคเอน ก็ทำได้เยี่ยมยอดไม่แพ้กัน เพลง hang me, oh hang me ถือเป็นกลวิธีที่พี่น้องคู่นี้ใช้สื่อความหมายในหนังผ่านเสียงเพลงได้อย่างเอกอุฉกาจฉกรรจ์ในฐานะหนังเพลงเรื่องหนึ่งพึงกระทำได้ทีเดียว ความรันทดอดสู หดหู่ห่อเหี่ยวในชีวิต ที่ไอ้หนุ่ม เลวีน เดวิส พร่ำบ่นยอมรับในชะตากรรมผ่านเสียงเพลงของเขาไม่เพียงเนื้อหาที่สะท้อนออกมาอย่างเด่นชัด แต่วิธีการร้อง ตลอดจนสรรพเสียง สำเนียงที่ ‘เดฟ’ เปล่งออกมาล้วนเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างภาคภูมิในฐานะศิลปินโฟล์กคนหนึ่งที่เคารพในวิทยฐานะของตัวเองจะเปล่งเสียงออกมาเท่าที่ทำได้
 
          สัญลักษณ์ที่ดูเหมือนฉายชัดในสิ่งที่พี่น้องโคเอนต้องการสื่อในหนังเรื่องนี้อีกอย่างก็คือเจ้าแมวเหมียว โจเอล และ อีธาน ใช้แมว เป็นสัญลักษณ์สำคัญในหนัง ใช้แทนความหมายในหลายลักษณะ ตั้งแต่การใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรของ ‘เดฟ’ ที่ไม่ต่างจากแมว ไม่ว่าจะเป็นแมวของผู้มีพระคุณที่เขาต้องดูแล แมวจรจัด ที่เขาเข้าใจผิดเก็บมาเลี้ยงดู หรือแมวหลงทางที่เขาขับรถชนเข้าอย่างจังจนได้บาดเจ็บในวันที่ชีวิตของเขาเจ็บปวดไม่แพ้กัน และสุดท้ายเจ้าแมว ‘ยูลิซิส’ ที่เขาดูแล หลงครอบครอง และมันหาทางกลับมาหาเจ้านายตัวเองได้ในตอนท้าย ซึ่งล้วนสื่อนัยไปยังตัวละครสำคัญในเรื่อง นั้นก็คือ llewyn davis ศิลปินโฟล์คแห่งยุคสมัย ที่มีเพียงไม่กี่คนจดจำได้ เฉกเช่นเดียวกับวีรบุรุษในบทกวี ‘โอดิสซี่ย์’ ที่ได้การยอมรับเป็นมหากาพย์กรีกโบราณ ซึ่งมีฐานะเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ ที่คนรุ่นหลังลำนำขับร้องเล่าขานต่อกันมา ความยิ่งใหญ่จึงอาจไม่เทียบได้เท่าได้รับการจารจารึกเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่อย่างน้อยเรื่องราวของเขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นตำนาน แม้จะอยู่ในฐานะศิลปินที่ตกหล่นบนหน้าประวัติศาสตร์วงการดนตรีก็ตาม
 
.......................................
(หมายเหตุ 'Inside llewyn davis' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)