บันเทิง

'วงการเพลงไทยปีมะแม แพ้ หรือเสมอตัว'

'วงการเพลงไทยปีมะแม แพ้ หรือเสมอตัว'

02 ม.ค. 2557

'วงการเพลงไทยปีมะแม แพ้ หรือเสมอตัว' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ




          คอลัมน์ครั้งที่แล้ว เป็นการส่งท้ายปีด้วยการสรุปภาพเพลงไทยในสายตาของผู้สังเกตการณ์ ถึงสิ่งที่ผ่านมาตลอดทั้งปี 2556 ว่า ธุรกิจเพลงในบ้านเราว่าลำพังแค่การประคองรายได้ทางธุรกิจ และจำนวนการออกผลงานของศิลปินในสังกัด ก็หนักหนาเอาการแล้ว ธุรกิจค่ายเพลงแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำรายได้อย่างที่ในอดีตเคยทำได้อีกต่อไป

          ค่ายเพลงจึงจำเป็นต้องปรับตัวเองสู่ธุรกิจต่อยอด จากรากเดิมที่เน้นธุรกิจเพลงเป็นหลัก สู่ธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งคอนเสิร์ต กิจกรรม หรือแม้กระทั่งสื่อ เพื่อแตกกิ่งก้านสาขาให้เดินก้าวไปข้างหน้าต่อ หรือเริ่มต้นมาจากธุรกิจอื่นๆ แล้วต่อยอดมาที่ธุรกิจเพลง เช่น จากบริษัทละคร สู่การปั้นศิลปิน หรือจากธุรกิจสื่อสู่ธุรกิจเพลงเป็นต้น

          GMM ปรับธุรกิจสู่ 4 ทีวีแพลตฟอร์มหลัก คือ ทีวีดาวเทียม เพย์ทีวี, โอทีที (Over the top) และล่าสุดชนะการประมูลทีวี ดิจิตอลมาสำเร็จ ในขณะที่ฝั่งรายได้จากฝั่งอื่นๆ และค่ายเพลงยังคงต้องประคองตัวต่อไป แต่ทรัพย์สมบัติเก่าๆ ยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่องแม้จะลดลงบ้างตามธรรมชาติก็ตาม

          RS ปีหน้าปักธง สามค่ายหลัก คือ เยส! มิวสิค, กามิกาเซ่, อาร์สยาม โดยเน้นเก็บรายได้หลักจากดิจิตอลเป็นหลัก ทั้งการให้บริการเพลงและดาวน์โหลด และในส่วนของสื่อยังคงวางตัวเป็นผู้ผลิตเนื้อหารายการที่หลากหลาย ที่ปีนี้มีลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกรอทำรายได้อยู่ และธุรกิจสื่อค่ายเพลงที่รองลงมาอย่าง Spicy Disc, BEC Tero, Small room และค่ายเล็กๆ อีกหลายค่าย ยังต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดกับกระแสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิตอล โดยมีภารกิจที่ต้องผลักดันศิลปินเดิมของค่ายให้ออกผลงานอย่างต่อเนื่องขณะที่ต้องดันศิลปินใหม่ๆ ให้ติดลมบนเพื่อสร้างฐานแฟนเพลงให้ดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น และทั้งยังต้องหาช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ ชดเชย การขายซีดีต่อไป ยังคงเน้นหนักรายได้จากการขาย โชว์ของนักร้องที่เป็นที่ต้องการของตลาด

          การทยอยออกผลงานของทุกค่าย จะเป็นการนำเสนอเพลงเป็นเพลงๆ (Single) จะเป็นมาตรฐานใหม่ในการผลิตงานของศิลปินและค่ายเพลงยุคนี้ การผลิตเป็นอัลบั้มจะน้อยลงจนแทบไม่เหลือ แต่จะมาให้ความสำคัญกับการส่งเพลงเป็นจังหวะตามความเหมาะสมมากกว่า เพื่อหล่อเลี้ยงเพลงและศิลปินให้มีความต่อเนื่องยาวนานขึ้น โดยวิธีนี้ก็อาจมีผลกระทบให้ค่ายเพลงและศิลปินทั่วไปหากไม่กระแสเพลงไม่แรงพออาจทำให้คนฟังเริ่มเบื่อหน่ายกับการโปรโมทแบบยืดเยื้อ ขณะที่ข้อดีคือการส่งผลให้ศิลปินมีทางขายงานจ้างได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่หมดเทอม Promote แล้วก็เงียบหายทั้งยอดการดาวน์โหลดเพลงและงานแสดง

          ทำธุรกิจเพลงอย่างเดียวรอดยาก หากไม่ต่อยอดหรือมีธุรกิจที่สอดคล้อง

          ธุรกิจเพลงประกอบด้วยการจําหน่าย สินค้าเพลง (physical products) การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ การจําหน่ายสินค้าเพลง ในรูปแบบดิจิตอล และการจัดการแสดง และการให้นักร้องเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า

          ช่วงเวลาที่ค่ายเพลงไทยมีแต่ทรงกับทรุด ในขณะที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในเกาหลีกลับมีผลประกอบการเติบโตแบบเขย่งก้าวกระโดดขึ้นไปทั้งสามค่ายใหญ่ SM Entertainment, YG Entertainment, JYP ส่วนในญี่ปุ่นเอง การขาย ซีดี ยังคงเป็นรายได้ที่พอคาดหวังได้บ้าง แม้ความนิยมในการซื้อเป็นแผ่นจะลดลงไปบ้างตามโลกที่เปลี่ยนไป แต่ยังดีว่าดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศในโลก

          ในปี 2557 นี้ ผลกระทบจากสภาเศรษฐกิจส่งผลจากสถานการณ์ทางการเมือง ยังคงมีผลต่อเนื่องอย่างน้อยในช่วงไตรมาสแรกของปี หากโชคดีไตรมาสที่สองอาจจะมีเม็ดเงินจากผู้ผลิตสินค้าทยอยปล่อยงบออกมาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเศรษฐกิจให้คึกคักขึ้น หลังจากซบเซามาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

          อย่างไรก็ตาม ในปีมะแม เป็นปีที่คนในวงการเพลงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรับสิ่งใหม่ๆ ต้องเร่งจัดการกับหลายอย่างรอบข้างในเวลาเดียวกัน ไม่ฝืนหรือยื้ออีกต่อไป ใครทำได้ก่อนอาจพบหนทางสดใสก่อน ขอให้โชคดี และสวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ

.......................................
(หมายเหตุ 'วงการเพลงไทยปีมะแม แพ้ หรือเสมอตัว' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ)