
โลกไร้เสา : ศักราชใหม่'ทีวีดิจิตอล'
โลกไร้เสา : ศักราชใหม่ 'ทีวีดิจิตอล' อวสานยุคผูกขาดฟรีทีวี
รื่นเริงเถลิงศกใหม่ คนไทยจำนวนไม่น้อยตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการโทรทัศน์เมืองไทย หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิตอลเมื่อปลายปี 2556
แสดงว่าชาวบ้านร้านถิ่นจะได้รับชมช่องฟรีทีวีเพิ่มอีก 24 ช่อง (ช่องธุรกิจ) จากเดิมที่เป็นโทรทัศน์ระบบอนาล็อก มีอยู่แล้ว 6 ช่อง
คาดว่า ปี 2563 จะมีการยกเลิกระบบอนาล็อกที่ใช้กันอยู่อย่างสิ้นเชิง และเดินหน้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลเต็มรูปแบบ
ช่องเอชดี 2 หมื่นล้าน
26 ธันวาคม 2556 กสทช. จัดประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ทีวีดิจิตอล) ประเภทเอชดี จำนวน 7 ช่อง
สำหรับผู้ชนะเคาะประมูลช่องเอชดี 7 ราย ประกอบด้วย บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย (ช่อง 3) 3,530 ล้านบาท บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (ปราสาททองโอสถ) 3,430 ล้านบาท, บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) 3,370 ล้านบาท, บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ (ไทยรัฐ) 3,360 ล้านบาท, บมจ.อสมท 3,340 ล้านบาท, บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น 3,320 ล้านบาท และบริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี (แกรมมี่) 3,320 ล้านบาท
รวม 7 ช่อง มูลค่า 23,700 ล้านบาท
ในกลุ่มนี้ มีหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์อย่าง "บางกอกมีเดีย" ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ คว้าช่องเอชดี ด้วยยอดวงเงินประมูลสูงเป็นอันดับ 2
บ่ายวันเดียวกัน มีการประมูลประเภทช่องทั่วไปความคมชัดมาตรฐาน (วาไรตี้ เอสดี) จำนวน 7 ช่อง
ผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทวาไรตี้ เอสดี 7 ช่อง ประกอบด้วย เวิร์คพอยท์ 2,355 ล้านบาท, ทรูวิชั่นส์ 2,315 ล้านบาท, แกรมมี่ 2,290 ล้านบาท, บีอีซีมัลติมีเดีย (ช่อง 3) 2,275 ล้านบาท, อาร์เอส 2,265 ล้านบาท ,โมโน 2,250 ล้านบาท และเครือเนชั่น 2,200 ล้านบาท
รวม 7 ช่องมูลค่า 15,950 ล้านบาท
ช่องข่าวเฉียดหมื่นล้าน
27 ธันวาคม 2556 มีการประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทช่องข่าว 7 ช่อง
ผู้ชนะการประมูล ได้แก่ เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น (เครือเนชั่น) 1,338 ล้านบาท, วอยซ์ทีวี 1,330 ล้านบาท, ไทยทีวี (ทีวีพูล) 1,328 ล้านบาท, สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น มูลค่า 1,318 ล้านบาท ,ไทยนิวส์เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) 1,316 ล้านบาท, ดีเอ็น บรอดคาสท์ (เดลินิวส์) 1,310 ล้านบาท และบริษัท 3 เอ มาร์เก็ตติ้ง (ผู้ผลิตรายการข่าว 5 หน้า 1) 1,298 ล้านบาท
รวมราคาประมูล 9,238 ล้านบาท
ในช่วงบ่าย จะเป็นการประมูลช่องเด็ก ครอบครัว เยาวชน 3 ช่อง
ผู้ชนะการประมูล ได้แก่บีอีซี-มัลติมีเดีย (ช่อง 3) 666 ล้าน, อสมท 660 ล้านบาท และไทยทีวี (ทีวีพูล) 648 บาท
รวมราคาประมูล 1,974 ล้านบาท
ที่น่าสนใจจากการประมูลครั้งนี้ ช่อง 3 ของตระกูล "มาลีนนท์" ได้ทีวีดิจิตอล 3 ใบอนุญาตคือช่องเอชดี, ช่องเอสดี และช่องเด็ก
กลุ่มเนชั่นได้ใบอนุญาตช่องเอสดีและช่องข่าว กลุ่มทรูวิชั่นส์ ได้ใบอนุญาตช่องเอสดี และช่องข่าว
นอกจากนี้ กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ได้กระโจนเข้ามาสู่สมรภูมิทีวีเต็มตัว อย่างไทยรัฐ, เดลินิวส์, ทีวีพูล และเครืออมรินทร์
พ.อ.นที ศุกลรัตน์
การเปลี่ยนแปลงระบบทีวีอนาล็อกมาสู่ทีวีดิจิตอล ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนรายใหม่ๆ หันมาลงทุนในอุตสาหกรรมโทรทัศน์กันมากขึ้น
ศักราชใหม่ทีวีไทย
หลังเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า การเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอลเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการสื่อโทรทัศน์ไทย
ตั้งแต่ธุรกิจให้บริการโครงข่ายและการวางโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล (Mux) ธุรกิจให้บริการช่องรายการ ตลอดถึงธุรกิจให้บริการผลิตรายการโทรทัศน์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เป็นธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเกิดทีวีดิจิตอล
ทั้งนี้ คาดว่ากลุ่มธุรกิจให้บริการโครงข่ายและวางโครงข่ายทีวีดิจิตอลของผู้ได้รับใบอนุญาต 4 ราย มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 7,400 ล้านบาท
ขณะที่การจัดสรรฟรีทีวีดิจิตอลใหม่ 24 ช่อง ทำให้ธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ (Content Provider) เติบโตสูงจากความต้องการรายการทีวี เพื่อป้อนเข้าสู่ช่องฟรีทีวีดิจิตอล ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตรายการทีวี ทั้งกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ธุรกิจให้เช่าสตูดิโอ อุปกรณ์การถ่ายทำ เสื้อผ้านักแสดง และธุรกิจการให้บริการเทคนิคพิเศษ
ประเมินกันว่า ตลาดผลิตรายการทีวีปี 2557 ภายหลังจากการเกิดทีวีดิจิตอล จะมีมูลค่าสูงถึง 32,690-33,260 ล้านบาท เติบโต 14 -16% จากปี 2556 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 28,780 ล้านบาท
ทั้งนี้ การรับชมทีวีระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน ผู้บริโภคจะต้องใช้อุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์ระบบดิจิตอลแบบ DBV-T2 ในตัว หรือกล่องรับสัญญาณดิจิตอล (Set-Top-Box) นับเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายสามารถผลิตหรือนำเข้าเครื่องรับโทรทัศน์และกล่องรับสัญญาณระบบดิจิตอล เพื่อมารองรับความต้องการของผู้บริโภค ที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอลดังกล่าว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่ามูลค่าตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอลและกล่องรับสัญญาณดิจิตอลโดยรวมในปี 2557 จะมีมูลค่าประมาณ 40,240-44,470 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2556 มีมูลค่าตลาดอยู่เพียงราว 5,200 ล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มทยอยจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอลและกล่องรับสัญญาณดิจิตอลในช่วงไตรมาส 4
นอกจากนี้ การเกิดทีวีดิจิตอลที่มีช่องบริการธุรกิจในรูปแบบฟรีทีวีเพิ่มขึ้นกว่า 24 ช่อง เป็นโอกาสทางธุรกิจ ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง ที่ใช้สื่อโทรทัศน์เป็นช่องทางสำคัญในการทำการตลาด เนื่องจากผู้ประกอบการจะมีช่องรายการ สำหรับทำการตลาดผ่านรายการทีวี หรือ สปอต โฆษณา เพื่อเสนอขายสินค้าและบริการบนช่องฟรีทีวีได้มากขึ้น
จากจำนวนช่องฟรีทีวีที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ต้นทุนการทำตลาดผ่านสื่อทีวีถูกลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจโฮมช็อปปิ้งขนาดกลางและขนาดเล็กมีโอกาสเข้ามาทำการตลาดผ่านสื่อทีวีได้มากขึ้น
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าหลังจากการที่ทีวีดิจิตอล 24 ช่องธุรกิจ ออกอากาศภายในไตรมาสแรก ปี 2557 จะทำให้มูลค่าตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งปีหน้า มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นกว่า 20-25% มีมูลค่าอยู่ที่ 6,000-6,250 ล้านบาท
นี่คือศักราชใหม่ของวงการโทรทัศน์บ้านเรา จากระบบทีวีอนาล็อกมาสู่ทีวีดิจิตอล จะลดการผูกขาดของฟรีทีวีรายเดิมลงจากเดิม ซึ่งผู้บริโภคจะเป็นได้รับประโยชน์จากเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นอย่างมาก



