บันเทิง

เล่นหูเล่นตา : ของขวัญ

เล่นหูเล่นตา : ของขวัญ

30 ธ.ค. 2556

เล่นหูเล่นตา : ของขวัญ : เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 

                      "ของขวัญ" สิ่งที่คนเกือบทั้งโลกอยากได้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ...

                      "ดีใจแทนแม่บ้านที่ได้รางวัลที่ 1 นะพี่" เสียงนังนุชนาฎเจื้อยแจ้วดีอกดีใจเสียยิ่งกว่าเจ้าของรางวัลที่เป็นเพียงแม่บ้านทำงานกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ (เบียร์ช้าง) ของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี มานาน 23 ปี   แล้วได้รางวัลที่ 1 เป็นรถยนต์ 1 คันจากคุณเจริญ ในงานเลี้ยงปีใหม่พนักงาน ... อือ ... ทำดีย่อมได้ดี (สักวัน) ขอแค่อย่าหยุดทำ! บางสิ่งก็คู่ควรกับการรอคอย แม้มันจะเนิ่นนานก็ตามที

                      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านสอนไว้ว่า ...

 

"การทำความดี แม้ไม่มีใครเห็น ก็ต้องทำ

การทำความดี แม้ไม่เห็นผลตอบแทน ก็ต้องทำ

การทำความดี แม้มีเวลาน้อยนิด ก็ต้องทำ

เพราะความดีก็ยังคงเป็นความดีอยู่ตลอดเวลา

เพราะคนดีต้องทำความดี เพราะคนดีได้กำลังใจจากการทำความดี

ขอให้เชื่อมั่นในความดีต้องได้ดีมิเปลี่ยนแปลง" พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

                      ผิดกับนังนุชนาฎที่เล่นจับรางวัลในบริษัทแล้วได้เพียงบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท ถ้านุชมันไม่ทำความดีน้อยเกินไป ผลตอบแทนความดีของมันคงอยู่ไกลและเดินทางไกลกว่าจะมาถึงมัน แต่นุชบอกว่า "นุชมีความสุขแล้วที่ได้ทำความดี " แหม ... อีนี่ตอบยังกะดาราตอบสื่อฯ

                      "พี่ ... เล่นจับรางวัลกับวงทาเคชิกันมั้ย?" นังนุชนาฎตัวดีหัวหน้าเด็กมักจะหาข้ออ้างหรือวิธีการต่างๆ มาหลอกเอาตังค์จากกระเป๋าฉันไป

                      "จับเป็นรางวัลอะไร" ฉันถาม "ก็เงินไง  พี่กับพี่โก้ มิสเตอร์แซกแมน เอาเงินออกมาให้ไง" แหม่! ทำไมแทงหวยไม่เคยถูก ทีอย่างนี้ทายถูก ... สุดท้ายฉันรู้ทันเลยไม่เล่นกับมัน ไม่ได้กลัวนังนุชนาฎหรือสีเกดได้รางวัล แต่กลัวอีพวกสมาชิกวงทาเคชิได้รางวัล ปีใหม่แทนที่มันจะให้ของขวัญฉันกับโก้ นี่ฉันยังต้องเสียตังค์ให้มันอีก เพื่อ ... ?  เสียเงินให้พวกมันเหมือนเอาเงินไปเลี้ยงผู้ชาย เสียฟอร์มหมาแก่อย่างฉันจริงๆ

                      "เอาอย่างนี้สิพี่ เอาของมาจับรางวัลมูลค่าไม่เกิน 100 บาท ของใครสร้างสรรค์ที่สุดคนนั้นได้เงินพี่ไป ปลาดุกย่างก็เอามาจับได้นะ หนูจองแล้ว ... ตอนนี้ยังไม่มีไอเดียไหนมาโค่นหนูได้ ..." ข้าวตู ช่างแต่งหน้าประจำตัวของฉันเสนอแนวคิดบรรเจิดตามประสาตุ๊ดครีเอทีฟ ... ฉันหัวเราะก๊าก!

                      บางคนหาของขวัญมูลค่าเพิ่มจากคนอื่น ส่วนบางคนหาของขวัญมูลค่าสูงให้ตัวเอง จะมีสักกี่คนบนโลกที่ไม่เคยรับของขวัญ แต่ยังต้องให้ของขวัญคนเป็นสิบๆ ล้านคนมาตลอดชีวิต ระหว่างรอคุณผู้อ่านหาคำตอบ ฉันจะเล่าเรื่องไร้สาระต่อถ่วงเวลาให้คิดละกัน

                      ฉันก็เป็นอีกคนที่ชอบของขวัญ โดยเฉพาะของที่กินได้ แบ่งปันคนอื่นๆ ได้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังเอาอะไรนักหนา แค่หาอะไรคิดหาอะไรทำให้มันเข้ากับเทศกาล เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม โดยปกติฉันมักจะไม่ทำอะไรตามกระแสนิยมหรือเทศกาล เพราะเป็นคนมีนิสัยทำอะไรต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอเป็นประจำวันประจำปีไม่ค่อยเป็น ทำแล้วก็หยุด ในชีวิตมีประจำเดือนอยู่แต่ละเดือนให้ได้ใช้ผ้าอนามัยก็บุญแล้ว นี่ร่ำๆ จะมาไม่สม่ำเสมอ ใกล้จะต้องใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แทนผ้าอนามัยในอีกไม่ช้า

                      เอาเป็นว่าจริงๆ แล้วฉันไม่สนใจของขวัญเอาเสียเลยจะดีกว่า ... หน้าตาอย่างฉันเกิดมาในครอบครัวเจ๊กจีนธรรมดา ฐานะปานกลาง ไม่มีศักดิ์มีชาติตระกูลใดๆ ใช้สติปัญญาและความตั้งใจเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีตามที่ควรจะเป็นได้ก็บุญหัวฉันแล้ว ... คนจีนแบบเตี่ยฉันที่หาเลี้ยงลูก 12 คน กับเมียอีก 3 คนด้วยการเล่นการพนัน แค่จะหาให้พอกินพอใช้ก็เป็นเรื่องใหญ่จนไม่มีกะจิตกะใจจะนึกถึงเทศกาลหรือของขวัญใดๆ ทุกวันในชีวิตฉันก็คือวันธรรมดาๆ วันหนึ่งที่ต้องผ่านไปให้ถึงพรุ่งนี้ให้ได้ก็แค่นั้น ...  ฉันจึงไม่กล้าจะคาดหวังเรียกร้องเอาของขวัญจากเทศกาลใดๆ ทำมาหากินร้องเพลงเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว ให้แค่สุขสบาย ไม่อดอยาก ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่แข่งดีแข่งเด่น หรือแข่งบุญแข่งวาสนากับใคร มีเท่านี้ก็ใช้เท่านี้ให้พอเหลือพอมีเก็บไว้รักษาตัวในยามป่วยไข้และแก่เฒ่าก็เท่านั้น ... แบบที่พระเจ้าอยู่หัวท่านสอนว่า " อยู่อย่างพอเพียง "

                      ฉันคิดใคร่ครวญว่า ... ณ วันนี้ฉันก็มีเงินมีทองในระดับหนึ่ง เหตุใดฉันจึงไม่ซื้อของขวัญอะไรให้กับตัวเองบ้าง ฉันตอบตัวเองไม่ได้ แค่รู้ว่ามันไม่มีเหตุผลพอที่จะทำเช่นนั้น ... ฉันมองดูรถยนต์ที่ตัวเองใช้ มันเป็นเพียงแค่วัตถุที่เตือนให้ฉันอย่าหยุดทำงาน อย่าหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ และอย่าหยุดพยายาม เพราะกว่าจะมีไอ้เจ้ารถราคาแพงคันนี้ได้ ฉันต้องอดทนและผ่านอะไรมาบ้าง ... ฉันมองดูบ้านตัวเองที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จใหม่ๆ ใช้เวลานานถึง 1 ปี กว่าจะได้ดั่งใจเหมือนวาดภาพไว้มาทั้งชีวิต บ้านที่จะให้เตี่ย แม่ น้า พี่น้อง หลานๆ และหมาอีก 2 ตัวอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขไปนานๆ มันเป็นเพียงอิฐปูนและไม้ที่คอยบอกฉันว่า ... คนดูคนฟังมีพระคุณกับฉันมากมายเพียงไหน ฉันจะไม่มีวันได้อย่างที่ฉันฝันไว้ ถ้าประชาชนเหล่านั้นไม่เมตตาฉันเช่นนี้

                      ข้าวก็มีกินอิ่มท้อง รถก็มีใช้ขับไปทำงาน บ้านก็มีอยู่อย่างมั่นคงปลอดภัย นั่นก็คือของขวัญแล้วใช่มั้ย? ... เกือบจะใช่ ... แต่ยังไม่ใช่ ... ฉันเพิ่งได้คิดและตระหนักรู้ว่า ฉันได้ของขวัญที่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถให้ฉันได้ และฉันได้รับของขวัญนั้นจากบุญหรือพระเจ้าหรือธรรมชาติก็แล้วแต่จะเรียกขาน ฉันได้มันมาตั้งแต่ฉันเกิดลืมตามาดูโลก ... มันคือ "พรสวรรค์" พระเจ้าหรือบุญตั้งใจให้สิ่งนั้นแก่ฉัน ท่านคงรู้ว่าในที่สุดฉันจะค่อยๆ เรียนรู้ประโยชน์และวิธีใช้มันเอง มันไม่ได้มีประโยชน์แค่เฉพาะกับฉัน ... มันมีประโยชน์ต่อผู้คนอีกมากมาย มันแบ่งปันได้ มันสร้างความสุขได้ ... ยังจะมีของขวัญใดในโลกที่ดีกว่าพรสวรรค์ แล้วฉันยังต้องการอะไรมากกว่านี้อีกหรือ ... สิ่งที่ฉันต้องทำต่อไปคือ เปลี่ยนพรสวรรค์ให้เป็นของขวัญส่งต่อให้กับผู้คนที่ต้องการมัน ในแต่ละปีฉันจะปันเงินเอาไว้ก้อนโตก้อนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ และผู้คนที่ลำบากในถิ่นทุรกันดาร ฉันเน้นไปที่การศึกษาและความเป็นอยู่ ฉันเชื่อว่าคนที่อิ่มท้องไม่เจ็บไม่ป่วยจะมีแรงคิดมีแรงทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองและสังคมได้ การศึกษาทำให้คนองอาจ ทำให้ชาติเจริญ เมื่อใช้มันอยู่บนพื้นฐานของความรู้ควบคู่กับศีลธรรมเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม ... ฉันไม่ใช่คนดีอะไร แต่ฉันมีต้นแบบที่ดี ต้นแบบที่เป็นแบบอย่างของการให้อันยิ่งใหญ่มาตลอดชีวิต ... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเสียสละความสุขทั้งกายและใจของท่านเพื่อความสุขของปวงชนชาวไทย ความดีที่ฉันพยายามทำเป็นเพียงฝุ่นละอองใต้พระบาทท่าน แต่ฉันก็ภูมิใจที่ได้เป็นเช่นนั้น ... พระองค์ท่านเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของฉัน

                      ซานตาคลอสแจกของขวัญเฉพาะช่วงเทศกาล แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงให้ของขวัญทั้งที่เป็นรูปธรรมและคำสอนกับพวกเราชาวไทยตลอดมา ... ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน