บันเทิง

'ดารา'ตื่นตัวเรื่องสังคมในปีมะเส็ง

'ดารา'ตื่นตัวเรื่องสังคมในปีมะเส็ง

30 ธ.ค. 2556

สกู๊ปบันเทิง : 'ดารา' ตื่นตัวเรื่องสังคมในปีมะเส็ง โชว์ไอเดียเจ๋งผ่าน 'โซเชียล'

 

                           เรียกว่า ตลอดปีที่ผ่านมา มีสถานการณ์บ้านเมืองเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยกับการแสดงความคิดเห็นของคนบันเทิง ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จนเกิดปรากฏการณ์สร้างพื้นที่ทางสังคม มีการแสดงจุดยืน เพื่อเรียกร้อง ปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ร่วมกัน มีทั้ง "เห็นด้วย" และ "ไม่เห็นด้วย" ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกว่า กลายเป็นมิติใหม่ของวงการบันเทิง ที่เหล่าคนในวงการมายา ทั้งหน้าม่าน และหลังม่าน กล้าออกมาแสดงความเห็นต่อเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นทางสัมคมมากมาย

 

@@ต้าน "พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" /ต้านรัฐบาล

                           หากใครได้ติดตามสถานการณ์ คงรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสุดร้อนแรง เมื่อสภามีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 3 และเตรียมส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา จนเกิดกระแสที่มีความคิดเห็นที่แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากคือ ความคิดเห็นเหล่านั้น ไม่ได้มีแค่ฝ่ายนักวิชาการ หรือนักการเมืองเท่านั้น หากแต่ยังมีเหล่าศิลปิน ดารา ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ผ่านโซเชียลมีเดียเช่นกัน

                           ขอเริ่มจากนางแบบชื่อดัง "โย" ยศวดี หัสดีวิจิตร ที่โพสต์รูปภาพหนังสือคำสั่งของกรมการปกครอง ที่ขอให้แต่ละจังหวัดขึ้นป้ายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านอินสตากรรมของตัวเอง พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า "อำนาจมีไว้ก็ว่าดี แต่ถ้านำมาใช้แบบผิดวิธีบ้านเมืองบรรลัยแน่!!"

                           มาที่นักแสดงมากฝีมือ "นก" สินจัย เปล่งพานิช ได้โพสต์ข้อความภาพผ่านอินสตาแกรมว่า "ผิดคือผิด เลวคือเลว ไม่ต้องมาวิเคราะห์ ไม่ต้องมาทำเป็นกลางๆ ไม่นิรโทษ..." อีกทั้งเขียนข้อความใต้ภาพดังกล่าวว่า "ตามนั้นนะ" ซึ่งมีบรรดาผู้ที่ฟอลโลว์นักแสดงชื่อดังเข้ามากดไลค์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

                           เช่นเดียวกับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พชร์ อภิรุจ (พจน์ อานนท์) ที่ขอคัดค้านกับประเด็นร้อนเช่นกันผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยโพสต์ข้อความภาพกราฟฟิกที่เขียนว่า "คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" พร้อมกับเขียนข้อความใต้ภาพว่า "ด้วยคนได้ป่าว ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก สังคมถึงจะอยู่ได้"

                           ส่วนผู้จัดและนักแสดงจากวิกพระราม 4 "หน่อย" บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ขอแสดงความคิดเห็นผ่านอินสตาแกรมตัวเองเช่นกัน โดยโพสต์ข้อความภาพที่เขียนรณรงค์ต้านกฎหมายนิรโทษกรรม สามารถเข้าไปลงชื่อ+บัตรประชาชนได้ เราต้องการหนึ่งล้านชื่อ ช่วยกันเข้าไปในเว็บแล้วกด และลงชื่อด้วยนะครับ ช่วยกันแชร์ต่อ...." http://www.change.org และเขียนข้อความใต้ภาพดังกล่าวด้วยว่า "ร่วมด้วยช่วยกันค่ะ" นอกจากนี้หน่อยยังโพสต์ข้อความภาพกราฟฟิกแบบชัดเจนว่า "คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" และเขียนข้อความใต้ภาพอีกด้วยว่า "ชัดเจนไปเลย"

                           ขณะที่ผู้กำกับ และนักแสดงชื่อดัง "หนุ่ม" อรรถพร ธีมากร ได้โพสต์รูปภาพหนังสือคำสั่งของกรมการปกครองที่ขอให้แต่ละจังหวัดขึ้นป้ายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อีกทั้งมีตัวหนังสือที่เขียนแปะไว้อีกว่า "รับใช้การเมือง สั่งกันแบบนี้เลยหรือ???...." โดยมีแฟนๆ ที่ฟอลโลว์หนุ่มในอินสตาแกรมต่างคอมเมนต์ และกดไลค์เป็นจำนวนมากเช่นกัน

                           ด้านคู่รักชาติ (ต้องแสดงออก) อย่าง "แตงโม" ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ และ "โตโน่" ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ก็ไม่น้อยหน้า กลายเป็นคู่รักขาม็อบ ต้องเข้าไปแสดงจุดยืน ณ เวทีราชดำเนินเป็นประจำ ก่อนที่โตโน่จะตัดสินใจ พูดจากใจบนเวทีว่า "ถ้าผมมัวแต่นอนอยู่ที่บ้าน แล้วคอยคิดว่า เดี๋ยวมันจะมีปัญหากับโฆษณาผมไหม จะมีปัญหากับเรตติ้งผมไหม แล้วเมื่อไหร่...ประเทศไทยจะเจริญ" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราว ซึ่งกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก

                           จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ลุกลามเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย และหมายรวมถึงความคาดหวังของประชาชนในสังคมที่อยากเห็นการ "ปฏิรูป" ประเทศไทย จากระบบการเมืองในอดีต ที่ในส่วนลึกของประชาชนสิ้นหวัง และอยากเห็นความเจริญก้าวหน้าของประเทศ จนอาจเรียกได้ว่า ความรู้สึกเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งในอดีตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่คนบันเทิงส่วนใหญ่ไม่กล้าออกตัวแสดงความคิดเห็นมากนัก

                           ต่างจากในปีนี้ ซึ่งสื่อโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการแสดงจุดยืนสำคัญ และมีพลังในการปลุกเร้ารุนแรงมาก การขึ้นรูปในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ ของเหล่าศิลปิน นักแสดงชื่อดัง ขณะไปร่วมชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวทีราชดำเนิน หรือตามสถานที่สำคัญในตัวเมือง อาจแสดงให้เห็นว่า การเปิดเผยจุดยืนบางอย่าง ก็อาจไม่มีผลกระทบทางความรู้สึกของเหล่าคนดังอีกต่อไป หากตั้งอยู่บนเจตนาที่บริสุทธิ์ และจุดยืนที่ทำเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

 

@@"ภาษีคนโสด"

 

                           ส่วนเรื่องที่กลายประเด็น "โจ๊ก" เรื่องตลกโปกฮาเมื่อมีนักวิชาการออกมาเสนอแนวความคิดเรียกเก็บ "ภาษีคนโสด" พร้อมให้เหตุผลว่า ปัจจุบันจำนวนประชากรหนุ่มสาวลดน้อยลง เกรงว่าจะขัดกับการพัฒนาประเทศในอนาคต จนมีเหล่าคนบันเทิงออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย ด้วยสโลแกนว่า "ต้องรีบมีผัว เพราะกลัวภาษี" ทั้ง "ฮาย" อาภาพร นครสวรรค์ "เข็ม" ลภัสสรดา ช่วยเกื้อ "พอร์ช" ศรัณย์ ศิริลักษณ์ "ดีเจต้นหอม" ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ "โจอี้ บอย" อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ฯลฯ งานนี้ทำเอาคนโสดสะดุ้งโหย่ง เพราะกลัวโดนเรียกเก็บภาษี แต่สุดท้ายกลายเป็นแค่เรื่องที่ผ่านมาแล้วผ่านไป เพราะได้รับการยืนยันว่า จะไม่มีนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้น เฮ้อ...โล่งอก

 

@@ คัดค้านสร้าง "เขื่อนแม่วงก์"

 

                           อีกหนึ่งประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจ และมีคนบันเทิงตัวอย่าง ที่กล้าแสดงสปิริตสำหรับกระแสคัดค้านการสร้าง "เขื่อนแม่วงก์" และแสดงจุดยืนในการคัดค้านการอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ในการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ด้วยความเชื่อว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์ต้องใช้พื้นที่ในอุทยานแห่งชาติและทำลายป่าไปกว่า 13,000 ไร่ ในขณะที่เก็บกักน้ำได้เพียง 2% อีกทั้งต้องใช้งบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ผลปรากฏว่าอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งได้จริง

                           ในส่วนของคนบันเทิง มีที่ออกมาแสดงความคิดเห็น อาทิ "นุ่น" ศิรพันธ์ วัฒนจินดา "เบนซ์" พรชิตา ณ สงขลา "พลอย" เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ "ญาญ่าญิ๋ง" รฐา โพธิ์งาม "หน่อย" บุษกร คริส หอวัง "จุ๋ย" วรัทยา นิลคูหา "น็อต" วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ "ซานิ" นิภาภรณ์ ฐิติธนการ "ขวัญ" อุษามณี ไวทยานนท์ นท พยางกูร ฯลฯ พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ด้วยเช่นเดียวกัน โดยการแสดงพลังผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างอินสตาแกรม ด้วยการโพสต์รูปต่อต้านการสร้างเขื่อน รวมถึงมีดาราที่ไปเข้าร่วมกิจกรรมเดินเท้าคัดค้านอีเอชไอเอเขื่อนแม่วงก์ กับศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร อย่างนักแสดงหนุ่มทางช่อง 7 สี "โน้ต" วัชรบูล ลี้สุวรรณ

                           ขอยกตัวอย่างนักแสดงสาว "ญาญ่าญิ๋ง" รฐา ที่แสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งไว้น่าสนใจว่า "อย่าลืมว่าที่สุดแล้วเราก็คือมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่มีแค่สมอง ที่จริงแล้วธรรมชาติใหญ่กว่าเราหลายเท่านัก การเอาไม้จิ้มฟันไปคั่นป่า ถึงเวลาไม้จิ้มฟันก็หักโค่นลงไป ทำไมไม่มองหาวิธีที่เป็นเส้นขนานกับธรรมชาติ การคิดค้นสร้างทฤษฎีความเป็นอยู่แบบเส้นขนานกับธรรมชาติควรจะเริ่มได้แล้ว จะใช้งบประมาณมหาศาลเท่าไหร่คงไม่มีใครว่า ที่สุดแล้วเมื่อวันหายนะของโลกที่กำลังเดินทางมาถึง อิฐ ดิน ปูน ที่แข็งแรงฉันใด สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นธุลี...ทุกชีวิตต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้น คนต้องกินพืช แล้วถึงวันนั้นไม่เหลือพืช... เราก็ไม่เหลืออะไร #ฝากไว้นะคะ #มุมมองเล็กๆ ของฉัน #ฝืนธรรมชาติ #ญาญ่าญิ๋ง

 

@@ค้านถอดหลักสูตร "นาฏศิลป์ไทย"

 

                           มาถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และศิลปวัฒนธรรมไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ตัดสินใจไม่นำวิชานาฏศิลป์ไทยลงไปในหลักสูตร โดยให้เหตุผลทำนองว่า ที่ผ่านมาเด็กไทยมีปัญหาในด้านการศึกษาตกต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ทาง สพฐ.จึงพยายามจะยกระดับให้เด็กไทยมีคะแนนใน 3 ด้านนี้ให้ดีขึ้น จนมีกระแสข่าวว่า สพฐ.จะถอดนาฏศิลป์จากหลักสูตรพื้นฐาน ขณะที่เลขาฯ กพฐ.ยันไม่ได้ถอดออก แต่เป็นการย้ายกลุ่มไปรวมกับศิลปะแทน

                           จากกรณีนี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ไว้เว้นแม้กระทั่งคนในวงการบันเทิง ที่ผูกพันกับศาสตร์และศิลป์ในเรื่องของการแสดงของไทย พร้อมใจโพสต์ข้อความ “กูเรียนรำ” เพื่อต่อต้านการถอดหลักสูตร นาฏศิลป์ไทย โดยหนึ่งในนักแสดงตลกซุปตาร์ร่างเล็ก "ตุ๊กกี้" สุดารัตน์ บุตรพรม หนึ่งในนักเรียนนาฏศิลป์ โพสต์แสดงความเห็นในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า

                           "ถ้าไม่มีวิชานาฏศิลป์ในหลักสูตร นั่นคือการนับถอยหลังของเด็กไทยที่จะลืมรากเง้าของวัฒนธรรมไทย ยิ่งโลกมันก้าวไปข้างหน้าเรายิ่งต้องช่วยกัน สืบสาน สั่งสม บ่มเพาะ อนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้อยู่คู่ประเทศไทย ให้ยาวนานที่สุด (คิดเยอะๆ นะคะ คนที่มีอำนาจในตรงนี้)"

                           ก่อนจะเกิดกรณีพิพาทระหว่างนักแสดงสาว “ทราย" อินทิรา เจริญปุระ กับเมกอัพอาร์ติสท์รุ่นใหญ่ของไทย "ม้า" อรนภา กฤษฎี ที่ออกมาโพสต์อินสตาแกรมจวกนักแสดงรุ่นน้องซึ่งทำหน้าเป็นพิธีกรรายการเคเบิลทีวีช่องหนึ่ง โดยมีการกล่าวว่า นาฏศิลป์ไทยล้าหลัง ทั้งนี้ ม้า ให้เหตุผลในการโพสต์อินสตาแกรมดังกล่าวว่า ต้องการสั่งสอนไม่ให้ดูถูกอาชีพคนอื่น เพราะไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องออกมาอาละวาดเดือดร้อนกับเรื่องนาฏศิลป์ ทั้งที่ทรายเองก็เล่นหนังสุริโยไท และนางนาก ในขณะที่ ทราย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า "ได้ตอบผ่านไอจีพี่ม้าไปแล้วว่า ถ้าตัวเองพูดอะไรแล้ว ทำให้พี่ม้าเข้าใจผิดก็ขอโทษ เพราะทรายไม่ได้พูด" เป็นอันว่าเคลียร์ประเด็นร้อนเรียบร้อย!

                           เรียกว่าปี "มะเส็ง" ที่ผ่านมา สื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่แสดงพลัง และมีอิทธิพล ต่อสังคมอย่างมาก ก้าวสู้ปีมะเมีย พ.ศ.2557 ต้องมาดูว่า โซเชียลมีเดียจะยังฮอตร้อนแรงเป็น "ม้าพยศ" หรือไม่