
Captain Phillipsเก่งสูสีกับ'ลุงกำนัน'
Captain Phillipsเก่งสูสีกับ "ลุงกำนัน" : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
หลังออกจากโรง "ลิโด้" เมื่อ 5 ทุ่มวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ธันวาคม) ผมมี 3 ข้อสังเกตระหว่างยืนอยู่ในรถไฟฟ้าบีทีเอส....
ประการแรก หนังที่เกี่ยวกับ "น้ำ" มักจะโดดเด่นอย่างไม่ตั้งใจ เช่น Life of Pi และ Captain Phillips (รวมถึงหนังใต้ท้องทะเล) อย่างที่สอง, ทอม แฮงค์มักจะเข้าชิงออสการ์จากหนังที่เขาเล่นแบบ one man show และสุดท้าย หนังที่ตัวละครมีลักษณะของการต้องเอาตัวรอดหรือ survival จากสถานการณ์ ดูจะเป็นที่นิยมขึ้นจากอดีต (กรณีนี้ดูแค่ Argo กับ Captain Phillips ก็พอ)
ถ้าเทียบเคียงน้ำหนักระหว่าง Life of Pi และ Argo แล้ว ผมคิดว่าหนังดีๆ อย่าง Captain Phillips มีรูปรอยกระเดียดไปทางเรื่องหลังมากกว่า อย่างน้อย มันไม่ใช่งานที่มุ่งแง่มุมเชิงปรัชญาหรือให้ข้อคิดจริงจังแบบชีวิตของ พาย พาเทล (หรือว่าอีกที Life of Pi ควรนำไปประกบกับ Cast Away ที่ ทอม แฮงค์ รับบท ชัค โนแลนด์ น่าจะสูสีมากกว่า)
Captain Phillips ทำให้ ทอม เป็นศูนย์กลางของเรื่องและการแสดงอีกครั้ง และเป็นเขาอีกเหมือนกันที่พาหนังไปไกลในระดับชิงออสการ์ 2014 ได้อย่างสบาย พล็อตเรื่องมีเส้นลากบางๆ แค่กัปตันฟิลิปส์ต้องนำเอาสินค้าผ่านไปยังแอฟริกาใต้และต้องผ่านน่านน้ำของโซมาเลีย ผืนน้ำที่เวิ้งว้างและเต็มไปด้วยเหล่า "โจรสลัด" หลายกลุ่ม และกลุ่มที่ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุด
ร้ายกาจที่สุดก็ใช้เรือเล็กเข้าจี้เรือสินค้าของกัปตันฟิลิปส์
ถ้าเอาแค่เส้นของพล็อต มันคือเรือสินค้าถูกจี้ และต้องแก้ไขสถานการณ์ มันมีแค่นี้ และไม่ได้นำพาแง่มุมให้พบปรัชญาอะไรจริงจัง แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หนังให้เวลากับความอ่อนไหวผูกพันระหว่าง กัปตันฟิลิปส์และลูกน้องวัยละอ่อนของแก๊งโจรสลัด เรื่องมันเกิดจากการที่เด็กคนนั้นไปโดนเศษแก้วทิ่มตำเท้า และฟิลิปส์เสนอตัวขอล้างแผลรักษาให้ (โดยที่นัยหนึ่งก็อาจต้องการแก้ไขสถานการณ์บางอย่างไปด้วย)
จากการรักษาแผลในเรือกลางท้องทะเล ทำให้เด็กคนนั้นออกจากสภาพของ "โจรสลัด" เนื่องเพราะเขามาไม่ได้เพราะต้องการเงิน แต่มาร่วมเป็นโจรสลัดเพราะต้องการประสบการณ์ตื่นเต้นในการปล้น มันเป็นมุมมองและวิธีคิดของคนหนุ่มหรือวัยรุ่น พอได้พานพบกับการดูแล หรือการมีน้ำใจในช่วงเป็นตาย ก็เกิดการสงสารเหยื่อ เราจะเห็นได้ว่า
เด็กคนนี้กับฟิลิปส์มีความสัมพันธ์กันแบบเพื่อนมนุษย์ มากกว่า "เหยื่อกับโจร"
มิติที่รองรับส่วนนี้ลงไปอีก ก็คือการเป็น "กัปตัน" ของฟิลิปส์ในเรือใหญ่ กับการเป็น "หัวหน้า" ของแก๊งโจรสลัด ที่ต่างกันมากเรื่องความเก๋าและเงื่อนไข ตอนโรมรันพันตู ฟิลิปส์บอกหัวหน้าโจรว่า ถ้าเอาเงินสามหมื่นดอลลาร์และหนีไป ก็คงจะดี ทำไมต้องโลภมากด้วย โจรที่ไม่มีโปรไฟล์ในทางดีย้อนแย้งว่า เพราะเขาไม่มีทางเลือกมากนัก แล้วก็เปรยๆ ว่า
ที่นี่มันคือโซมาเลีย ไม่ใช่ "อเมริกา" (ที่แดกดันว่าเป็นเมืองแห่งทางเลือก)
หนังมีฉากที่เปรียบความแตกต่างของสองกลุ่มตัวละครชัดเจน เช่น ไซส์ของเรือใหญ่กับเรือกระจอกๆ ของโจร, อเมริกากับโซมาเลีย, อาวุธในการต่อสู้ที่คนละเรื่อง และที่ดูแล้วเจ็บปวดมากสำหรับฟิลิปส์ก็คือ ความเป็นมนุษย์ที่ถูกบดบังด้วยศักดิ์ศรี ดังคำประกาศในท้ายเรื่องว่า กองทัพหรือทำเนียบขาว ขอเลือกปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด ซึ่งไม่สนใจว่า ฟิลิปส์จะรอดชีววิตหรือตายลง
Captain Phillips มีสิ่งที่เรียกว่าเป็น intensified script มากๆ เท่ากับ Argo เพราะใช้ส่วนนี้ระดมอัดใส่คนดูตลอดเวลา ไม่มีช่วงเวลาที่ต้องเบรกพักผ่อนจากบทเลย สถานการณ์ต่อสถานการณ์ถูกเรียงเข้ามา โดยที่ฉากยิงกันแบบเลือดสาดแทบไม่มี ที่ผมชอบมากที่สุดก็คือ การแสดงของทอม แฮงค์ เพราะเขาทำให้เรารู้ว่า การจะก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันนั้น ไม่ใช่ขึ้นมาง่ายๆ
การแก้ไขสถานการณ์บนเรืออย่างละเอียดอ่อน (ตรงกันข้ามกับการแก้สถานการณ์ของหัวหน้าโจรสลัด)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น....
ความหมายของ "กัปตัน" ก็คือชีวิตที่ผ่านพ้นรอดตายของ "ฟิลิปส์" กลางท้องทะเล จนเป็น "คนใหม่" และคนละคนกับตอนขึ้นเรือ
ไม่ต่างอะไรจาก "ชัค โนแลนด์" ใน Cast Away ที่ก็ "โนแลนด์" สมนามสกุล
ไม่ต่างอะไรจาก "พาย พาเทล" ใน Life of Pi ที่อยู่กับเสือ จะต่างอะไรจาก "อยู่กับโจรสลัด"...
.......................................
(หมายเหตุ Captain Phillipsเก่งสูสีกับ "ลุงกำนัน" : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



