บันเทิง

'พิธีไหว้ครูดนตรีไทยประจำปี'

'พิธีไหว้ครูดนตรีไทยประจำปี'

19 ธ.ค. 2556

'พิธีไหว้ครูดนตรีไทยประจำปี' : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน




          ในวงการการดนตรีไทยยิ่งโดยเฉพาะชาวปี่พาทย์แล้วนั้นตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันจะมีพิธีกรรมอยู่อย่างหนึ่งซึ่งจะยึดถือและปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวดนตรีไทยซึ่งก็คือ "พิธีไหว้ครู" ซึ่งในทุกบ้าน ทุกสำนัก และทุกสถาบันจะต้องจัดพิธีไหว้ครูขึ้นมาเป็นประจำในทุกๆ ปี ซึ่งก็ไม่เว้นแม้แต่ที่บ้านของผมเอง

          แต่ในสมัยโบราณนั้นคนปี่พาทย์หรือว่าชาวดนตรีไทยทั้งหลายมักที่จะนิยมจัดพิธีไหว้ครูขึ้นในช่วงเข้าพรรษาซึ่งก็จะตรงกับฤดูฝนก็เพราะว่าเป็นช่วงที่ส่วนใหญ่ทุกๆ คณะนั้นจะไม่มีค่อยงานแสดง สืบเนื่องจากที่เป็นฤดูฝนซึ่งผู้คนต่างๆนั้นจะนิยมจัดงานในช่วงฤดูร้อนหรือหน้าแล้งมากกว่า ดังนั้นในช่วงที่ไม่มีงานแสดงจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมกับชาวดนตรีไทยที่จะจัดพิธีไหว้ครูมากที่สุด แต่โดยความจริงแล้วนี้นก็มิได้มีบทบัญญัติว่า การจัดพิธีไหว้ครูปี่พาทย์หรือแม้กระทั่งพิธีการไหว้ครูของวงการอื่นๆจะต้องกระทำได้เพียงในช่วงฤดูฝนหรือเข้าพรรษาเท่านั้น ซึ่งก็ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมาในเบื้องต้นนั่นเองแหละครับ คือการจัดพิธีไหว้ครูของทุกๆ วงการสามารถกระทำได้ในทุกๆ เดือนแล้วแต่เหตุผลของแต่ละในสำนักที่หรือในสถาบัน อย่างเช่นตามสถาบันการศึกษาต่างๆนั้นก็มักจะชอบจัดพิธีไหว้ครูดนตรี-นาฏศิลป ในช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ ก็คือตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคมซึ่งก็บังเอิญไปตรงกับหน้าฝน แต่ด้วยความจริงแล้วนั้นแค่ให้ตรงกับวันพฤหัสบดีเท่านั้นก็สามารถจะจัดพิธีกันได้แล้วล่ะครับ

          แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องทำพิธีหรือต้องจัดพิธีไหว้ครูกันเป็นประจำกันด้วย ความจริงแล้วนั้นมันก็เป็นเรื่องของความเชื่อหรือเป็นพลังแห่งความศรัทธาและท่านผู้อ่านหลายท่านก็คงจะไม่ทราบว่าชาวดนตรีปี่พาทย์เขามีความศรัทธาหรือเชื่ออะไรกันในพิธีไหว้ครู ซึ่งมองในแค่ความเป็นจริงแล้วนั้นอาจเป็นเพียงแค่ขนบธรรมเนียมที่สืบเนื่องกันมามากกว่า  ซึ่งพิธีไหวัครูผมขอตัดเอาเฉพาะแค่ในวงการปี่พาทย์เท่านั้นก็คือ

          ประเด็นแรกนั้นเป็นการระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ที่เป็นเทพต่างๆ ซึ่งท่านดลบันดาลทำใหัพวกเรานั้นได้มีงานแสดงกันมาตลอดทั้งปี ด้วยการเอาเครื่องสังเวยต่างๆ มาวางถวายในพิธี

          ประเด็นที่ 2 ก็คือเป็นการขอขมาต่อครูบาอาจารย์ที่เราได้สบประมาทพลาดพลั้งไป โดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจซึ่งในบางครั้งเราอาจจะใช้ของต่ำในร่างกายของเรานั้นไปสัมผัสหรือโดนเครืองดนตรีที่เราใช้แสดงหรือในขณะที่ฝึกซ้อมโดยที่มิได้ตั้งใจ ซึ่งก็จะมาขอขมากันในงานไหว้ครูและก็ในกรณีคล้ายๆ กันก็จะเป็นการขออภัยในการทำสิ่งที่ผิดๆ ในระหว่างครูกับศิษย์ซึ่งการให้อภัยก็จะอยู่ในวันนี้นั่นเอง

          ประเด็นที่ 3 อันนี้ก็ถือว่าสำคัญในตอนท้ายของพิธีไหว้ครูนั้นจะมีพิธีที่เรียกว่าการประสิทธิ์ประสาทวิชาของบรรดาศิษย์ใหม่ด้วยพิธีกรรมที่เรียกว่า "การจับมือ" และก็ยังรวมไปถึงศิษย์เก่าที่ได้เรัยนรู้ในเพลงชั้นสูงขึ้นไปอีกก็ต้องมาเข้า "พิธีจับมือ" ในบทเพลงชั้นสูงขึ้นไปอีกเหมือนกัน นอกจากนี้แล้วก็ยังมีความเชื่อในเรื่องความเป็นศิริมงคลในการได้เข้าพิธีเจิมหน้าและประพรมน้ำมนต์ที่เรียกว่า "น้ำมนต์ธรณีสาร" ซึ่งเอาไว้สำหรับขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรที่ติดตัวเรามาซึ่งจะนำพาความตกต่ำในชีวิตของเราให้หายไปจากตัวเราด้วยน้ำมนต์ธรณีสาร อีกทั้งยังรวมถึงการได้พบปะสังสรรค์ของเหล่าบรรดาศิษย์น้อยใหญ่หรือศิษย์เก่าใหม่ที่จะได้มาพบกันในวันนี้ ก็คล้ายกับงานคืนสู่เหย้าของสำนักนั้นๆ นั่นเองครับ

          ซึ่งทั้งหมดนี้คือความเชื้อของชาวดนตรีปี่พาทย์ที่กระทำสืบเนื่องต่อๆ กันมายาวนานนับร้อยปี ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าของทุกๆ สำนักและทุกๆ บ้าน และก็คือสิ่งที่สำนักของผมจะกระทำพิธีไหว้ครูปี่พาทย์ประจำปีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม ที่จะถึงนี้นั่นเอง ผมก็จะถือโอกาสได้เชื้อเชิญทุกท่านที่เป็นที่รู้จักและนับถือรวมถึงท่านที่เป็นแฟนคอลัมน์ของผมได้เข้าร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพียงในเวลา 09.00 น.เหมือนเดิมกันในทุกๆ ปีด้วยครับ รายละเอียดสามารถติดต่อได้ที่ บริษัทกไลโกฏ จำกัด Tel. 08-1735-1363 ครับ

.......................................
(หมายเหตุ 'พิธีไหว้ครูดนตรีไทยประจำปี' : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)