บันเทิง

ลมหายใจทีวีดาวเทียมกับคนขายคอนเทนท์ข่าว'

ลมหายใจทีวีดาวเทียมกับคนขายคอนเทนท์ข่าว'

18 ธ.ค. 2556

ลมหายใจทีวีดาวเทียมกับคนขาย "คอนเทนท์ข่าว" : คอลัมน์ โลกไร้เสา

 
 
          สุดมหัศจรรย์! กสทช. โดย กสท. ได้อนุมัติใบอนุญาตการให้บริการช่องดาวเทียม และเคเบิลทีวี จำนวน 800 ช่องรายการ และเมื่อเร็วๆ นี้ อนุมัติเพิ่มอีก 93 ช่องรายการ
 
          พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ยอมรับว่า ที่ประชุมกำลังพิจารณาแนวทางการต่ออายุใบอนุญาตสำหรับช่องดาวเทียมและเคเบิลทีวี 
 
          กรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุลง ซึ่งได้ออกใบอนุญาตครั้งแรกไปเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา โดยอายุใบอนุญาตครั้งแรกจะมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น จึงได้มีการพิจารณาการต่ออายุใบอนุญาตครั้งต่อไป
 
          ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบการต่ออายุใบอนุญาตเพิ่มเป็นระยะเวลา 2 ปีก่อนทุกราย โดยจะกำกับดูแลในเรื่องของเนื้อหา คอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในการละเมิดสิทธิผู้บริโภค เป็นต้น 
 
          อีกทั้งคณะกรรมการจะนำเรื่องร้องเรียนต่างๆ มาประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตด้วย หากพิจารณากันอย่างเข้มงวด น่าจะมีช่องรายการในทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี มากกว่า 200 ช่อง ไม่ผ่านการพิจารณาต่อสัญญา
 
          โดยเฉพาะทีวีดาวเทียม ส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับปรุงคอนเทนต์ให้เป็นไปตามแนวทางของ กสท. ช่องรายการจำนวนไม่น้อยยังเป็น "ช่องขายสินค้า"
 
          อย่างไรก็ตาม ภารกิจต่อไปของ กสทช. โดย กสท. ต้องใช้กลไกการควบคุมคุณภาพการผลิตรายการเพื่อดูแลผู้บริโภค จึงต้องควบคุมการต่อใบอนุญาตด้วยการนำข้อร้องเรียนของประชาชน การกระทำความผิด ทั้งโฆษณาเกินจริง หลอกลวงประชาชน มาเป็นพื้นฐานในการพิจารณาต่อใบอนุญาตแต่ละราย 
 
          สำหรับการหารือเกี่ยวกับร่างกำกับเนื้อหาทางวิทยุ โทรทัศน์ ตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 โดยห้ามนำเสนอเนื้อหาหลัก ได้แก่ 1.เนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย 2.เนื้อหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน 3.เนื้อหาที่มีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร และ 4.เนื้อหาที่มีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ที่ประชุม กสท.ให้แก้ไขเพิ่มเติมในเนื้อหาหลัก จึงต้องกลับไปจัดทำประชาพิจารณ์เพิ่มเติม 
000
 
          จากการเฝ้าดูช่องรายการทีวีดาวเทียม โดยส่วนใหญ่ ยังขาด "เนื้อหา" ที่เป็นสาระ ตามที่ กสทช.วาดหวังไว้ เพราะผู้ผลิตช่องรายการดังกล่าวยังไม่มีความพร้อมด้านการผลิตเนื้อหา ด้วยเหตุนี้ วิบูลย์ ลีรัตนขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในฐานะคอนเทนต์ โปรวายเดอร์ มองเห็นแนวโน้มการขยายตัวธุรกิจคอนเทนต์ในรูปแบบ Multi Channel  
 
          บริษัทจึงร่วมกับกลุ่มบุคคลในแวดวงสื่อ จัดตั้ง บริษัท วีเอวี จำกัด เพื่อบริหาร "สำนักข่าวต้นชั่วโมงท็อปนิวส์" (Top News) ซึ่งมีที่มาจาก Top of the hour news  พร้อมเปิดตัวให้บริการทดลองออกอากาศในเดือนมกราคม 2557 และออกอากาศจริงในเดือนมีนาคม
 
          แนวคิดการจัดตั้งสำนักข่าวเพื่อผลิตข่าวต้นชั่วโมงป้อนช่องทีวี มาจากการผลิตข่าวต้นชั่วโมงของสำนักข่าวต่างๆ ที่ออกอากาศในรายการวิทยุปัจจุบัน ซึ่งมองว่าด้วยความหลากหลายของแพลตฟอร์มรับชมทีวีในขณะนี้ สามารถจัดตั้งสำนักข่าวเพื่อผลิตข่าวป้อนทีวีช่องต่างๆ ได้เช่นกัน
 
          สอดรับกับทิศทางการบริหารคอนเทนต์ในรูปแบบ One Content Multi Channel
 
          ขณะที่ช่องทีวีต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมากในปัจจุบัน บางส่วนไม่มีความถนัดในการผลิตรายการข่าว จะมีคอนเทนต์ข่าวมานำเสนอในช่องรายการ เพื่ออัพเดทสถานการณ์ให้กลุ่มผู้ชมในช่องรายการนั้น อีกทั้งยังช่วยช่องทีวี ประหยัดต้นทุนด้านการผลิตคอนเทนต์ข่าวเอง  
 
          อีกไฮไลท์ของสำนักข่าวท็อปนิวส์ คือ การทำงานร่วมกับ ไร่ส้ม โดย สรยุทธ สุทัศนะจินดาจะร่วมผลิตข่าวใน 2 ช่วง คือ ข่าวต้นชั่วโมง 10.00 น. และ 11.00 น. โดยจะมีทีมผู้ประกาศอย่าง พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ และกฤติกา ขอไพบูลย์ มาเสริมทัพ
 
          รูปแบบการนำเสนอของสำนักข่าวท็อปนิวส์ ร่วมมือกับช่องเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมกลุ่มแรก 20 ช่อง เพื่อนำข่าวต้นชั่วโมงของท็อปนิวส์ไปออกอากาศ 
 
          เช่น ช่องรายการของสยามกีฬา 3 ช่อง, สปีดแชนแนล, เอชพลัส แชนแนล, เวทีไท, ทีวีพูล, สาระแน โชว์, แอ็คส์ แชนแนล  คาดว่าภายในสิ้นปี 2557 จะมีช่องทีวีพันธมิตรรวม 30 ช่อง
 
          บริการท็อปนิวส์ช่วงแรก เป็นการส่งสัญญาณฟรีทูแอร์ในกลุ่มพันธมิตร ช่องทีวีต่างๆ เพื่อนำข่าวของท็อปนิวส์ไปออกอากาศฟรี โดยใช้รูปแบบแบ่งสัดส่วนรายได้จากการขายโฆษณาระหว่างช่องและท็อปนิวส์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความสนใจจากสินค้าและมีเดียเอเยนซี เนื่องจากมีฐานผู้ชมจำนวนมากจากช่องทีวีพันธมิตรที่นำข่าวต้นชั่วโมงไปออกอากาศ
 
          การลงทุนสำนักข่าวท็อปนิวส์ปีแรกใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท สำหรับการสร้างสตูดิโอใหม่และการผลิตรายการ คาดว่าจะคุ้มทุนภายใน 2 ปี โดยมองโอกาสการป้อนคอนเทนต์ให้ทุกช่องทางที่เป็นหน้าจอทีวี และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชม เพื่อตอบโจทย์ One Content All Platform ในยุคนี้ 
 
          "วิบูลย์" มองว่า การขยายตัวของแพลตฟอร์มการรับชม "ทีวี" ในยุคนี้ ล้วนเป็น "โอกาส" ของ "คอนเทนต์ โปรวายเดอร์" ที่จะมีช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์มากขึ้น  
 
.......................................
(หมายเหตุ ลมหายใจทีวีดาวเทียมกับคนขาย "คอนเทนท์ข่าว" : คอลัมน์ โลกไร้เสา)