
บิ๊กโฟร์ของหนังตอนนี้
หลังจากนสพ. คม ชัด ลึก ฉบับนี้วางแผงไม่กี่ชั่วโมง ผมคงล่องลอยไปอยู่ในงาน ?Movie World ที่โรงแรมโอเรียนเต็ลเรียบร้อยแล้ว เพราะผู้จัดงานและชาวต่างชาติ ให้เกียรติโทรมาเชิญชวนไป join งานสัมมนาใหญ่ครั้งนี้ Movie World ถือเป็น "งานช้าง" ที่ในเวลาไล่เลี่ยกันไม
ส่วนช้างตัวที่ 4 ของความเคลื่อนไหวของหนังก็คือ วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนนี้ หนังที่เป็นตัวเต็ง "ทำเงินสูงสุด" ของปี 2009 อย่าง Transformer 2 นั้น จะฉายรอบแรกอย่างเป็นทางการในรอบสื่อมวลชน ซึ่งว่ากันว่าคงจะมีคนไปร่วมงานมากมาย แบบเก้าอี้โรงหนังไม่พอ
ครับ, นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมสัปดาห์นี้จึงเลือกที่จะไม่วิจารณ์หนังเรื่องใดเลย เหตุผลคือหนึ่ง ไม่มีหนังเรื่องไหนจัดว่าดีจนต้องบอกว่าน่าดูในสัปดาห์นี้ และสอง สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือ งานหนังของบิ๊กโฟร์ 4 งาน ซึ่งอาจจะไม่ถูกรับรู้กว้างมากพอ จึงน่าจะนำมาบอกกล่าวให้ฟัง
ขอเริ่มบิ๊กโฟร์ จากงานที่หนึ่งก่อน งานนี้คือ Movie World จัดที่โอเรียนเต็ล ระดมนายทุนและผู้เกี่ยวข้องมากมาย แต่จำกัดผู้ร่วมงาน เท่าที่ทราบก็คือ มีคนต่างชาติกลุ่มหนึ่งและคนไทยมองว่า เชียงใหม่มีบุคลิกบางอย่าง และมีพื้นที่มากพอที่น่าจะลองสร้างให้เป็น "เมืองของหนัง" ได้
เมืองของหนังก็คือ ขนทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนังไปไว้ที่นั่น ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ระดับน้องๆ ดิสนีย์แลนด์แบบต่างชาติ ผมยังไม่เชื่อมากนักว่า ไอเดียนี้จะเป็นไปได้ หรือเป็นไปได้แล้ว "จะไปได้ดี" เพราะมีประสบการณ์เห็นกิจกรรมแบบ Movie World ล้มดังมาแล้ว 4 ครั้ง
น่าตั้งคำถามนะครับว่า คนไทยชอบดูหนัง แล้วชอบมากพอที่จะติดตาม ไปเที่ยวเมืองของหนังอะไรหรือเปล่า เหมือนฟุตบอลแหละครับ คนไทยดูบอลมากขึ้น แต่รู้เรื่องฟุตบอลจริงๆ แค่ไหน (หรือว่าดูบอล เพราะเล่นพนันบอล) เอาไว้หลังจากร่วมงานสัมมนาจะบอกกล่าวอีกที เพราะงานนี้ Exclusive จริงๆ
บิ๊กที่สอง คืองานเทศกาลหนังฝรั่งเศส 2009
ในบรรดาหนังยุโรปทุกชาติ ที่เข้ามาสร้างเนื้อสร้างตัวในสังคมไทยนั้น ไม่มีชาติไหนอีกแล้ว ที่ร่ำรวยทางวัฒนธรรมได้มากเท่ากับฝรั่งเศส งานลาแฟตที่กำลังดำเนินอยู่ หรืองานเทศกาลหนังฝรั่งเศสที่ทำต่อเนื่องนั้น สร้างฐานคนดูอย่างจับต้องได้ขึ้นมา
มันจึงไม่ใช่แค่ไวน์ มิใช่แค่วรรณกรรม หรือแค่มิเชล พลาตินี่ แต่ฝรั่งเศสจะเลิศรสในศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งภาพยนตร์ซึ่งไม่เคยน้อยหน้าชาติไหนในโลกด้วย
เทศกาลหนังฝรั่งเศสเริ่มแล้วที่โรงหนัง SFX สอดคล้อง กุมมือไปกับงานลาแฟต ที่กินระยะเวลา 2-3 เดือน แต่งานที่ยาวกว่า 12 สัปดาห์แน่ๆ คือ งานของ มูลนิธิอุปถัมภ์ภาพยนตร์ ที่อยากจะวางรากฐานยาวๆ ด้วยแนวคิดว่า มีดารานักแสดงรุนเก่าหลายคน ที่ตกระกำลำบาก ไม่มีกองทุนช่วยเหลือดูแล
มูลนิธินี้เกิดจากการที่อยากจะเป็นทางออกให้แก่สภาพการณ์ที่ขาดคนช่วยเหลือ และมีการเปิดตัวจัดงานไปแล้ว เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่แล้ว ที่เมเจอร์ รัชโยธิน ซึ่งไม่ว่าจะแถลงไปถึงจุดไหน ผมขอเอาใจช่วย ให้เป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้ล่องลอยอยู่ในธาตุอากาศ แต่แง่มุมหนึ่งที่ขอแย้งท่ามกลางการเอาใจช่วยมูลนิธิ ก็คือ ผมไม่คิดว่า เราจะต้องจำเป็นเอานักแสดงรุ่นใหญ่ อายุมากๆ มาถ่ายทอดการแสดงให้แก่เด็กรุ่นใหม่ เนื่องเพราะคอร์สการสอนและผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ก็มีมาก
ประการต่อมา เด็กรุ่นใหม่จะเชื่อฟังหรือรู้จักตำนานระดับ 60-70-80 หรือ? เกรงว่า พอจะสอนจริงๆ นักเรียนอาจจะไม่เรียน หรืองงๆ ว่า ทำไมพูดคนละภาษากับเรา การนำเอาดารารุ่นตำนานมาสอนนั้น ไม่หมูแน่นอน มันอาจจะดีกว่า ถ้าให้เป็นที่ปรึกษา เสริมกล่าวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เพราะพวกเขาเก่งจริง ไอ้ที่แสดงอยู่ตอนนี้แหละตัวปลอม 80%
ผมเอาใจช่วยงานนี้ แต่หวังว่ามันจะไม่หายไปกับสายลมนะครับ ส่วนงานช้าง หรือบิ๊กที่ 4 นั้น ไม่ต้องไปเอาใจช่วยเลย เพราะมีคนทั้งโลกเอาใจช่วย และจะเอาตังค์ช่วยอยู่แล้ว ไม่ใช่เคอิโงะ ไม่ไช่ลูกสาวหลินฮุ่ย ไม่ใช่ศึกสายเลือดของพุ่มพวง แต่เป็น Transformer 2 ซึ่งภาคแรก ทำเงินแบบถล่มโลกไป 300 กว่าล้านดอลลาร์ (ในอเมริกาเท่านั้น)
รายได้แบบนี้ ซ้ำรอยความรู้สึกแบบเดียวกับที่ Titanic ในปี 1997 และ Jurassic Park ภาคแรกทำในปี 1993 คือ คนทั้งโลกจ้องเขมือบดูภาคสอง อย่างใจจดใจจ่อ ฉะนั้น เรามาลุ้นกันสองเรื่อง เรื่องแรกคือ Transformer 2 จะทำเงินสูงสุดแห่งปี 2009 ได้หรือไม่ เรื่องที่สองคือ มีหนังดังอย่างน้อยสองเรื่อง ที่ลอก Transformer ภาคแรก และออกฉายก่อนภาคที่สอง
ฉะนั้น เมื่อภาคที่สองออกฉายวันที่ 24 มิถุนายนนี้แล้ว จะมีหนังอีกกี่สิบเรื่อง ที่ลอกเลียนหุ่น Transformer 2 หลังจากนี้ไป?
"นันทขว้าง สิรสุนทร"



