
'เสียงจากอดีตของ บิลลี่ โจ และ นอราห์ โจนส์'
'เสียงจากอดีตของ บิลลี่ โจ และ นอราห์ โจนส์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
บิลลี่ โจ อาร์มสตรอง คือนักร้อง-นักแต่งเพลงของ Green Day วงพังก์ที่ขาร็อกต้องรู้จัก ส่วน นอราห์ โจนส์ เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงสไตล์แจ๊สและป๊อปที่คนฟังเพลงหมู่มากคุ้นเคยเช่นกัน ที่ไม่คุ้นเคยก็คือ เราคงไม่นึกว่าวันหนึ่งนักดนตรีต่างแนวทางสองคนนี้จะมาทำงานเพลงร่วมกันได้ แถมยังทำออกเป็นอัลบั้มเลยทีเดียว
จริงๆ แล้วบิลลี่กับนอราห์เคยร่วมงานกันครั้งหนึ่งตอนที่ทั้งคู่ไปแสดงให้กับ สตีวี่ วันเดอร์ ในงานแกรมมี่อวอร์ดส เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว แต่การร่วมกันทำอัลบั้มชื่อว่า Foreverly ที่เพิ่งออกวางขายในเดือนพฤศจิกายนนี้ มันมาจากการที่บิลลีไปหลงใหลอัลบั้มของวงดูโอป๊อปยุค 50-60 ชื่อ The Everly Brothers ชุดหนึ่ง (วงนี้เป็นเจ้าของเพลงสุดฮิตรุ่นคุณลุงที่ชื่อ All I Have to Do is Dream ไงล่ะครับ) อัลบั้มนี้ชื่อชุดว่า Songs Our Daddy Taught Us ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 1958 โน่นแน่ะ และเพราะว่าชื่นชอบมากๆ ร็อกเกอร์หนุ่มก็เลยอยากจะคัฟเวอร์มันใหม่ทั้งอัลบั้ม แต่วง ดิ เอเวอรี่ บราเธอส์ นี่เป็นวงดูโอพี่ชาย-น้องชายนะครับ เวลาร้องก็จะมีสองเสียงร้องประสานกันอย่างไพเราะเป็นเอกลักษณ์ ทีนี้ไอเดียในการคัฟเวอร์ของบิลลี่ก็คือ เขาจะหานักร้องสาวอีกคนมาร้องประสานกันเพื่อให้มันมีสเน่ห์ที่แตกต่างไปเลย มันก็เลยนำมาสู่การหวนนึกถึง นอราห์ โจนส์ ที่เคยร่วมงานกันในที่สุด
เมื่อนอราห์ตกลงมาร่วมงานด้วย การคัฟเวอร์อัลบั้ม Songs Our Daddy Taught Us ทั้งชุดก็เลยเกิดขึ้น
ความยอกย้อนของเรื่องนี้มันอยู่ที่ เพลงในอัลบั้มดั้งเดิมของ ดิ เอเวอรี่ บราเธอส์ มันก็เป็นเพลงคัฟเวอร์อยู่แล้วด้วยสิ! ก็อย่างที่ชื่ออัลบั้มเขาบอกเลยครับว่ามันเป็นเพลงที่พ่อของพวกเขาสอนให้ร้อง เพลงทั้งชุดซึ่งมี 12 แทร็กก็เลยเป็นเพลงเก่าๆ ที่มีอายุถอยหลังไปอีกเป็นสิบปี บางเพลงเป็นคันทรี บางเพลงก็เป็นเพลงโฟล์กครับ
ผมขอข้ามประเด็นการเปรียบเทียบกับฉบับของ ดิ เอเวอรี่ บราเธอส์ ไปเลย แต่บอกได้นิดหน่อยว่า บิลลี่กับ นอราห์ เอาเพลงทั้งหมดมาเรียบเรียงใหม่ได้แตกต่างจากต้นฉบับไม่น้อย บางเพลงสนุกขึ้น บางเพลงนวลเนียนขึ้น แต่อารมณ์อันอบอุ่น นุ่มนวลชวนฝัน ยังมีอยู่ครบถ้วนครับ
ที่ผมอยากเขียนถึงมากกว่าก็คือตัวเพลงในอัลบั้มชุดนี้ ที่ฟังแล้วไม่แปลกใจว่าทำไมขนาดศิลปินพังก์ร็อกอย่างนักร้องนำวงกรีนเดย์ยังฟังแล้วเป็นปลื้ม เพราะมันเป็นคอลเล็กชั่นของเพลงคันทรีและโฟล์กชั้นดีที่บอกเล่าฉากชีวิตและฉายภาพผู้คนได้อย่างงดงามจริงๆ
เราจะได้ฟังเรื่องราวชีวิตของคนหลากหลาย ตั้งแต่เพลงแรก Roving Gambler ที่เล่าตำนานอันโชกโชนของนักพนันพเนจร หรือเพลงโฟล์กโบราณ Down in the Willow Garden ที่เล่าเรื่องฆาตกรรมแสนเศร้าในสวนแสนสวย และกระทั่ง I’m Here to Get my Baby Out of Jail ที่นอราห์ร้องนำ ก็เป็นเพลงของหญิงสาวที่พยายามจะช่วยให้คนรักของเธอออกมาจากคุก แต่ภาพชีวิตที่เศร้าที่สุดต้องยกให้เพลงจังหวะวอลซ์ชื่อ Lightning Express ที่เล่าเรื่องเด็กชายผู้แอบขึ้นรถไฟโดยไม่ได้ซื้อตั๋ว เพราะต้องการจะไปดูใจแม่ที่กำลังจะสิ้นลมให้ทันเวลา
ยังมีเพลงคันทรีจังหวะสนุกๆ ชื่อ Silver Haired Daddy of Mine และเพลงช้าเศร้าๆ ที่รองพื้นด้วยเปียโนชื่อ Rockin’ Alone (In an Old Rockin’ Chair) ที่เนื้อเพลงเป็นเหมือนคู่ขนานกัน เพลงแรกพูดถึงวัยและร่างกายที่ร่วงโรยของพ่อผู้ชรา ในขณะที่เพลงหลังฉายภาพสีซีเปียให้เราเห็นคุณแม่ผู้ชราที่นั่งเหงาๆ อยู่บนเก้าอี้โยกตัวเก่า
คุณค่าของเพลงคันทรีและโฟล์กแบบดั้งเดิมมันงดงามตรงที่มันเป็นเพลงที่ทำให้เราได้เห็นภาพชีวิตอันหลากหลายแบบนี้ล่ะครับ ฟังแล้วก็เหมือนได้เข้าใจชีวิตมากขึ้นอีกสักเล็กน้อย
ส่วนคุณค่าของการร่วมงานกันระหว่าง บิลลี่ โจ อาร์มสตรอง และ นอราห์ โจนส์ ก็คือทำให้เราได้ฟังเรื่องเล่าจากอดีตด้วยสำเนียงของคนรุ่นใหม่
เป็นคนรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนจะแตกต่างกันในเส้นทางดนตรีที่ก้าวเดินกันมา แต่ก็ยังสามารถเปิดใจรับฟังเสียงของคนรุ่นเก่าก่อน และยังสามารถเปิดใจมาร่วมงานกัน จนได้อัลบั้มเพราะๆ ชุดนี้อีกด้วย
.......................................
(หมายเหตุ 'เสียงจากอดีตของ บิลลี่ โจ และ นอราห์ โจนส์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



