บันเทิง

ซ่อนตัวอยู่ใต้ความวุ่นวายด้วย'สวนสาธารณะใกล้บ้าน'

ซ่อนตัวอยู่ใต้ความวุ่นวายด้วย'สวนสาธารณะใกล้บ้าน'

10 ธ.ค. 2556

ซ่อนตัวอยู่ใต้ความวุ่นวายด้วย'สวนสาธารณะใกล้บ้าน' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์



          ท่ามกลางอุณหภูมิการเมืองที่ร้อนแรง ความห่วงใยแบบ “รักนะแต่ไม่แสดงออก” ของผมเริ่มทำให้ถูกจำแนกตัวออกมาเป็นคนไทยประเภท ”ไทยเฉย” ซะแล้ว คุณมารดาดุด่าคำนี้มาแบบไม่เต็มสองรูหูนักทางโทรศัพท์ (...ดีนะที่ไม่ได้เปิด Speaker ตอนคุย เลยโดนเข้าที่รูหูเดียว) ..ผมก็เถียงแม่ว่าผมเป็น ”ไทยอดทน” ต่างหาก เพราะจากที่ผมใช้ชีวิตมา 35 ปี สนใจข่าวสารการเมืองจริงๆ จังๆ ก็ประมาณ 20 ปี ผมเห็นแล้วว่าใครปกครองมันก็เหมือนๆ กันคือตอนแรกๆ ก็ดูดี ผ่านไปนานๆ ก็ออกเลี้ยวไม่เวิร์กทั้งสิ้น เป็นเพียง “เกมเปลี่ยนขั้วอำนาจ” ที่คนในแวดวงการเมืองต้องทำหน้าที่เพื่อให้ตัวเองลืมตาอ้าปากได้บ้าง ...คนที่ตกเป็นเหยื่อตัวจริงของเรื่องนี้คือ ”กองเชียร์” ครับ น่าสงสารที่สุด ... คุยกันเล่นๆ แต่สีหน้าจริงจังกับ ผอ.ศุภชัย หล่อโลหการ แห่งสำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ผู้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวตกรรมไทยและทำให้ผมกลับมาเจอกับคุณผู้ชมทางรายการคลุกวงข่าว โมเดิร์นไนน์ทีวี ได้ทุกค่ำคืนอีกครั้งในช่วง “Innovation9 : นวัตกรรมนำไทยสู่ AEC” ท่านเสนอแนวคิดว่า “คนไทยเราขี้เบื่อ..ถ้าเราสามารถปรับเทอมการทำงานของรัฐบาลจาก 4 ปีเป็น 2 ปีได้ ก็จะพอดีกันกับความเบื่อของคนไทยที่มักออกมาเดินขบวนขับไล่รัฐบาลทุกๆ สองปีเสมอ...” แม้เป็นแนวคิดเล่นๆ แต่ลองไปศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยดูก็จะพบว่าเสถียรภาพของรัฐบาลแบบยาวๆ แทบไม่เคยเกิดขึ้น ผมเองในฐานะคนเสียภาษีสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐก็ฝันอยากเห็นเสถียรภาพครับ.. จะใครขึ้นมาปกครองผมก็ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นประชาชนมืออาชีพให้ได้ทั้งนั้น แต่ขอเพียงอยู่ยาวๆ และปฏิบัติหน้าที่ให้พวกเราร่มเย็นใจ

          สุดสัปดาห์นี้ผมได้มีโอกาสมาสถานที่ร่มเย็นเหมาะแก่การหลบอุณหภูมิอย่าง “บางกะเจ้า” บริเวณหลบในที่ถูกเรียกว่า ”เกาะกระเพาะหมู” ของปริมณฑลกรุงเทพฯ ซ่อนตัวหลบอยู่หลังแม่น้ำเจ้าพระยา หากจะมาด้วยรถนี่ก็อ้อมไกลหน่อยคือข้ามสะพานพระราม9 ลงทางด่วนสุขสวัสดิ์แล้วเข้าทางพระประแดง แต่วิธีมาง่ายๆ ที่หลายผู้ใช้รถไม่เคยรู้คือขึ้นเรือข้ามฝากจากย่านพระราม4-ท่าเรือ (วัดคลองเตยนอก) หรือจะไปข้ามจากย่านบางนา-สรรพวุธที่ท่าวัดบางนานอก เส้นทางนี้เป็นที่นิยมของนักจักรยานมากครับ เพราะเรือข้ามฝากใหญ่โตเป็นเรื่องเป็นราว ราคาสุดแสนสบายใจ 5บาทไทย พาคุณวาร์ปหนีกรุงเทพมหานครได้ภายในบัดดล ผมเรียกเล่นๆ ว่าเป็นการกด Short Cut Key หนีกรุงเทพส่งตัวเองสู่ต่างจังหวัดที่ไวที่สุด

          คุ้งบางกะเจ้าเป็นปอดของกรุงเทพมหานครโดยแท้ครับ ถ้าคุณเคยไปหอประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท มองลงมาจากชั้นนั้นคุณจะตกใจว่ากลุ่มก้อน “สีเขียวชอุ่ม” นั่นคือที่ใด พื้นที่นี่อยู่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการมีพื้นที่รอบบริเวณ 1,276 ไร่ เหตุผลที่ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวอยู่ได้เพราะ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ได้ทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล 36 ปีที่แล้วพระองค์ทรงขอสงวนไว้ให้เป็นปอดของกรุงเทพฯ โดยมติครม.เห็นชอบในปี พศ.2520 จัดซื้อที่ดินทำสวนสาธารณะและออกประกาศห้ามสร้างอาคารสูงเกิน 3 ชั้น (15เมตร) ที่นี่จึงยังคงความเวอร์จิ้นจนมาถึงทุกวันนี้ และเชื่อไหมครับ? ผู้คนที่นี่ก็อัธยาศัยดีมากๆ จิตใจใสดั่งชาวไทยสมัย 30 ปีก่อน เหมือนหยุดเวลาจากโลกภายนอกไว้

          จริงๆ เราอาจเรียกพื้นที่นี้ว่า “บางกะเจ้า” (ของแท้ ต้องไม่มี ร. ตรงกะเจ้านะจ้ะ) แต่แท้จริงแล้วพื้นที่นี้ประกอบไปด้วย 5บาง+1ทรง (ตามการเรียกของชาวมอญ) ได้แก่ ทรงคะนอง และ บางยอ บางกระสอบ บางน้ำผึ้ง บางกอบัว บางกะเจ้า

          แต่ละบางก็มีคาแรกเตอร์เด่นแตกต่างกัน เช่น บางน้ำผึ้งก็ดังในเรื่อง “ตลาดน้ำ” กุ๊กกิ๊กน่ารักมากครับ เปรียบเหมือนสาวน่ารักๆ ที่พร้อมทำคุณพุงกางได้เสมอ ส่วน Destination ที่ผมอยากแนะนำท่านผู้อ่านให้มากันก็คือสถานที่ๆ ผมกำลังพิมพ์ต้นฉบับนี้อยู่ครับ คือ “สวนศรีนครเขื่อนขันธ์” เป็นทั้งสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ในพื้นที่ใหญ่ถึง 148 ไร่ (เริ่มสร้างในปี พศ.2534) ทุกวันนี้ยังสภาพดี เป็นแหล่งพักผ่อน ขี่จักรยาน ดูนก แถมยังมีอาคารนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้พื้นที่สีเขียวนิเวศนคร ที่จัดเตรียมป้ายข้อมูลอย่างประณีตให้เราศึกษาอ่านได้ครับ

          พื้นที่สีเขียวที่มีแต่ต้นไม้นานาชนิดทำให้อุณหภูมิอันร้อนแรงในใจลดลงได้จริง คนที่นี่มีเรื่องเล่าขานกันไม่จบสิ้นถึงเรื่องพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เชื่อลองมาถามชาวบางกระเจ้าได้ว่าในยามค่ำคืนในอดีตพวกเขาเจอใคร เขาพบเห็นการเสด็จมาโดยส่วนพระองค์เพื่อมาสำรวจการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจากฝั่งพระราม 3 มายังฝั่งพระประแดง เป็นที่มาของสะพานภูมิพล1และ2 ที่ทอดยาวจากฝั่งกรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นวงแวนอุตสาหกรรมที่ทรงพลังแก่การสัญจรไปมาของผู้คน ผ่านเมืองได้ในเวลาบัดดล ทุ่นน้ำมัน ทุ่นเวลาของประชาชนได้มาก

          อยากจะบอกคุณผู้อ่านว่า ถ้าคุณเหนื่อยล้าจากการทำงานในแต่ละวันมามากพอแล้ว ลองหาเวลาสัก 2 ชม. ข้ามฝั่งมา จะหิ้วจักรยานมาด้วยก็ได้ หรือจะใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนที่นี่ก็น่ารัก คุณลองมานอนเอาหลังพิงหญ้ามองฟ้าแบบผมในวันนี้ครับ แล้วคุณจะพบว่า “โลกสวยๆ ยังเป็นของเรา”

.......................................
(หมายเหตุ ซ่อนตัวอยู่ใต้ความวุ่นวายด้วย'สวนสาธารณะใกล้บ้าน' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ )