
ขบคิดขีดเขียน:'ไอจีที่รัก'
'ไอจีที่รัก' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
จำได้ว่าเคยเขียนจดหมายถึงไอจีมาครั้งหนึ่งเมื่อนานมากแล้ว (นี่หญิงเขียนคอลัมน์นี้มานานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย คุณพระ!!) ตอนนั้นเรารักกันมาก แต่ไอจีเริ่มจะเปลี่ยนไป ไอจีมีชื่อเสียงและยอมไปกับคนรักใหม่ชื่อเฟซบุ๊ก ตอนนั้นหญิงก็ได้เตือนแล้วว่าไอจีจะต้องเปลี่ยนไป จะไม่มีวันเหมือนเดิม แต่ไอจีก็ไม่เชื่อ ไอจีตัดสินใจไปกับเขาจริงๆ แล้วหลังจากนั้น ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
หญิงเคยบอกไอจีไปแล้วว่าหญิงตกหลุมรักไอจีครั้งแรกเพราะไอจีโคตรอินดี้ มีสไตล์ชัดเจน มีเพื่อนเล่นไม่มาก แต่ทุกคนมีรสนิยม เล่นทุกอย่างตามกฎกติกามารยาท ไม่ออกนอกจุดประสงค์ ไม่หยาบคาย และที่สำคัญ “ไม่ขายของ” หญิงเปิดไอจีมาทุกเช้าจะมีรูปสวยงาม รูปภาพนิ่งที่มีความลึก ผ่านกระบวนการความคิด มีคอมโพสชวนฝัน สีสันน่าหลงใหล ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจนึกอยากจะเก็บภาพสวยๆ ในชีวิตไว้ให้สวยงามอย่างนี้ได้บ้าง เรามีคืนวันที่ดี มีรอยยิ้ม มีความซาบซ่านในอารมณ์ ฟินกันทั้งวันทั้งคืน (กับรูปภาพสวยๆ)
จนวันหนึ่งที่ไอจีเริ่มเปลี่ยนไป มีคนเข้าเล่นกับไอจีมากขึ้น ไอจีเองก็ประกาศจุดยืนลอยตัวตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ว่าจะเปิดกว้างกับทุกระบบ ไม่จำกัดแค่ไอโฟน แถมยังจะฟีเจอริ่งกับเฟซบุ๊กอย่างโจ๋งครึ่ม หญิงก็ได้แต่ลองถอยออกมาห่างๆ แต่ผู้หญิงเรานะ รักแล้วก็แล้วกัน ยังไงก็คงหนีไม่พ้น หญิงเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เกิดกับไอจี ความอินดี้หายไป มีคนหลายคนไม่รักษากฎกติกามารยาท หลายคนไม่โพสต์รูปละ เพราะคิดได้แค่ชั้นเดียว อยากถ่ายรูปที่สื่อความหมายแต่ไม่รู้จะทำยังไง งั้นกรูพิมพ์ลงโน้ตเลยละกันแล้วถ่ายรูปข้อความมาให้อ่าน เออ.. ก็ง่ายดีนะ
อันนั้นยังพอเข้าใจได้ แต่เพื่อนไอจีบางคน หญิงไม่เข้าใจว่าไส้กรองเสื่อมสภาพรึเปล่า เพราะบางคนเล่นถ่ายรูปมาสิบห้ารูปยี่สิบรูป แล้วลงมันทั้งหมดนั่นแหละ เรียงๆ กันลงมา คำอธิบายใต้ภาพไม่ต้องสืบ เพราะเอาแค่โฟกัสในรูปยังไม่มี อยากเม้นท์ถามเหลือเกินว่าต้องการอะไร นี่ถ้าเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเร็วๆ อาจกลายเป็นภาพแอนิเมชั่นได้นะพูดเลย แต่อะไรก็ไม่หนักเท่าสิ่งนี้ #กางเกงสกินนี่สำหรับสาวขาอวบ #แว่นตาของแท้จากอเมริกา #ผ้าพันคอลายกิ้งก่าชูคอจากเกาหลีสีสวยมากคลิกเลย #ขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นราคากันเอง เฮ้ย!!! อยากถามว่าเกี่ยวข้องอะไรกับรูปภาพฮันนีมูนของหญิงกับสามี??? กาลเทศะมันอยู่ตรงไหน ใครบอกทีเถอะ ปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้ค่ะ ไม่ว่าจะที่ไหน จะเป็นเรื่องบ้านเมือง เรื่องสังคมโรงเรียน หรือเอาแค่การเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กนี่แหละ คนเราไม่เคารพกฎกติกามารยาท ไม่เคารพพื้นที่ของคนอื่น คิดแต่เอาผลประโยชน์และความสุขสบายส่วนตัวเป็นหลัก คิดเอาเองว่า “ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย นิดๆหน่อยๆ ช่วยหน่อยไม่ได้หรือไง” หรือคำยอดฮิตติดปากคนไทยเราว่า “ไม่เป็นไรหรอก” ตรงนี้แหละคือบ่อเกิดของนิสัยมักง่าย ไม่เป็นไรของเราไม่ใช่ไม่เป็นไรของคนอื่น
คนเราชอบเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน คิดแทนคนนู้นคนนี้ พอใครคิดไม่เหมือนเรา ยังหันไปด่าว่าเขาอีกว่าไม่มีน้ำใจ คนบางคนป่วยไอโขลกๆ แต่กลับเดินเข้าห้าง ขึ้นรถไฟฟ้าโดยไร้หน้ากากปิดปาก คิดแค่ว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้คิดเลยว่าเชื้อโรคนี้อาจไปติดคนอื่นเขาได้และเขาอาจต้องหยุดงาน ต้องจ่ายค่าหมอ บางคนภูมิต้านทานต่ำอาจต้องติดเชื้อเป็นเรื่องใหญ่โตเพียงแค่คำว่า “ไม่เป็นไรหรอก” ของมนุษย์มักง่ายบางคน มันคุ้มกันไหม...
เอ๊ะ... ทำไมจดหมายรักของหญิงมันกลับกลายเป็นเรื่องนี้ไปได้ #มายังไง #งง
.......................................
(หมายเหตุ 'ไอจีที่รัก' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



