เล่นหูเล่นตา:'ความโชคดี'
'ความโชคดี' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“อากาศเริ่มหนาวแล้ว นึกถึงไฟสวยๆ ตามถนนกับต้นคริสต์มาสเนอะ” ใครสักคนใกล้ๆ ตัวฉันพูดขึ้นมา ...
เหรอ? ... ภาพในหัวสมองของฉันไม่ได้เป็นหรือคล้ายแบบนั้นแม้แต่น้อย เดือนธันวาคม ... เดือนสุดท้ายก่อนวันขึ้นปีใหม่ มีวันคริสต์มาสมาดักรออยู่ตอนท้ายๆ เดือน เจ๊กอย่างฉันจะไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ! แล้ววันที่ 31 ธันวาคม ที่ผู้คนแห่แหนกันไปเคานท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่วันใหม่ของปีตามที่ต่างๆ ...
มันก็เป็นแบบนั้นของมันทุกปี จะรับรู้หรือไม่รับรู้โลกก็ต้องหมุนไปไม่หยุด ผ่าน 24 ชั่วโมงเป็นวันเป็นเดือนเป็นปีแล้วพอครบสิ้นปีก็กลับมานับแบบนี้ใหม่อีกรอบ
สำหรับฉันวันที่เป็นไฮไลท์สุดในเดือนนี้ก็คือ "วันพ่อ” ... ไม่เกี่ยวกับพ่อฉันโดยตรงนักหรอกเพราะฉันเลี้ยงดูและรับผิดชอบเตี่ยฉันเหมือนไข่ในหิน (เข้าไปทุกวัน) คนแก่นั้นช่างเปราะบางทั้งร่างกายและจิตใจ จะวันไหนๆ เตี่ยก็กินอร่อยนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาดูทีวีอย่างมีความสุขทุกวัน นั่นแปลว่าเตี่ยสุขสบายดี ยิ่งมีแม่ฉันดูแลอยู่ข้างๆ ยิ่งวางใจ ...
“วันพ่อ” ฉันนึกถึงแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พ่อผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” จะมีพระมหากษัตริย์องค์ไหนในโลกที่ให้ได้อย่างพระองค์ท่าน พระองค์ท่านไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายสมกับคำว่า "พระราชา หรือ พระเจ้าแผ่นดิน" ตั้งแต่ฉันจำความได้เห็นท่านในทีวี (ขาว-ดำในสมัยนั้น) ท่านเสด็จในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือประชาราษฎร์ ท่านนำของใช้ ยารักษาโรค รวมถึงของเล่นเด็กไปแจกให้ชาวบ้านที่ยากจนและอยู่ห่างไกลความเจริญ นำคณะแพทย์อาสาตามเสด็จไปเพื่อรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านที่ยากจนและไม่มีอนามัยหรือโรงพยาบาลอยู่ใกล้หมู่บ้าน ความเมตตาของท่านไม่เพียงแต่จะมีให้ชาวไทย ท่านยังทรงเผื่อแผ่เมตตาไปถึงชาวป่าชาวเขาบนดอยสูง สอนให้พวกเขาปลูกพืชทำไร่ทดแทนการปลูกฝิ่น สมเด็จย่าท่านก็สร้างโรงเรียนให้ชาวเขา จะมีใครในโลกนี้ที่ให้โดยไม่แบ่งเชื้อชาติหรือศาสนาอย่างท่าน ... การเป็นพระมหากษัตริย์โดยทั่วไป ประชาชนหรือใครก็ตามต้องมาหาท่าน มาเข้าเฝ้าท่าน แต่สำหรับพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ท่านเสด็จไปหาราษฎรของท่านไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ไม่ว่าเส้นทางที่ไปจะยากลำบากเพียงใด เพียงเพื่อให้ประชาชนของท่านอยู่เย็นเป็นสุข ...
สิ่งเหล่านี้เริ่มต้นจากตรงไหนกัน? ... ย้อนกลับไปเมื่อครั้งทรงรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลซึ่งเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหันในวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ทรงตั้งพระราชหฤทัยว่า จะทรงครองราชย์เฉพาะในช่วงการจัดงานพระบรมศพของพระบรมเชษฐาเท่านั้น พระองค์ต้องเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพระราชดำเนินไปยังสนามบินดอนเมือง มีชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า "ในหลวง อย่าทิ้งประชาชน” พระองค์ท่านทรงนึกตอบในพระราชหฤทัยว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่างไร" นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พระองค์ท่านกลับมารับภาระอันยิ่งใหญ่ ...
ในพิธีพระบรมราชาภิเษก 5 พฤษภาคม 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปฐมบรมราชโองการที่สถิตอยู่ในหัวใจของชาวไทยทุกคนว่า ...
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนชาวสยาม"
จากนั้นมาจนวันนี้... วินาทีนี้พวกเราพสกนิกรชาวไทยยังคงอยู่ดีมีสุขจากสิ่งที่พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกพระองค์นี้ได้สร้างและวางรากฐานไว้ให้ตลอด 67 ปี ของการครองราชย์
เมื่อก่อนฉันขับรถไปหาแม่กับเตี่ย ต้องขับไปทางตรงซึ่งกินเวลานานร่วมชั่วโมง ทุกวันนี้ฉันขึ้นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมร่นระยะเวลาไปกว่าครึ่ง ... ชีวิตของคนกรุงในปัจจุบันช่างง่ายดายและมีตัวช่วย ความเจริญหลายๆ จุดไม่ได้มาจากเงินภาษีของประชาชนคนทำงาน แต่มาจากทรัพย์ส่วนพระองค์ ในหลวงท่านสละทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างสะพานที่ฉันขับไปหาแม่กับเตี่ย ทุกครั้งที่ฉันขึ้นสะพานฉันรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ใครจะบอกว่าเป็นพระมหากษัตริย์มีทรัพย์สมบัติมากมายฉันไม่เคยเห็นพระมหากษัตริย์พระองค์ไหนในโลกที่เอาทรัพย์สินส่วนตัวมาสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนเช่นนี้
ทำไมพระองค์ท่านถึงมีจิตใจดีขนาดนี้ ในโลกนี้จะมีใครที่ "เป็น" ได้อย่างท่านและ "ให้" ได้อย่างท่าน ฉันเชื่อแล้วล่ะว่า พระองค์ท่านไม่ได้เป็นคนธรรมดามาเกิด (แบบที่คนโบราณเขาเชื่อกัน) ท่านคงเป็นเหมือนในเพลง "รูปที่มีทุกบ้าน" ที่พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค แต่งไว้ ฟังทีไรน้ำตาไหลทุกที
“แม่ตอบว่าให้กราบรูปนั้นทุกวัน ท่านเป็นเทวดาที่มีลมหายใจ ที่เรายังพอมีกินอย่างวันนี้ ท่านดูแลคนไทยมานานเหลือเกิน ให้จำไว้...”
ใช่! “ท่านเป็นเทวดาที่มีลมหายใจ” ฉันน้ำตาไหลทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องราว ได้เห็นภาพท่านที่ทรงงานหนัก ฉันยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่าที่น้ำตาไหลเพราะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน หรือเพราะสงสารพระองค์ท่านที่ทรงเหน็ดเหนื่อยและเสียสละทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร ... ความรู้สึกไหนมากกว่ากัน ...
การเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกอาจไม่ใช่พระมหากษัตริย์ที่มีความสุขที่สุดในโลก... ในเมื่อท่านสละความสุขของท่านเพื่อความสุขของประชาชนไปแล้ว ... เคยกลับมาถามตัวเองว่า ... เราทำอะไรตอบแทนพระองค์ท่านบ้าง? สำหรับคนโง่ๆ อย่างฉัน ฉันไม่รู้ว่าคนแบบฉันเรียกว่า "คนดี" รึเปล่า? (ฉันเองยังสงสัย) ฉันสร้างประโยชน์ให้ตัวเองและส่วนรวม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่โกงชาติ ไม่ชายชาติ ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อกษัตริย์และแผ่นดิน สำหรับฉันแค่นี้ก็น่าจะไม่เป็นภาระของพระองค์ท่านแล้ว ... แม้ฉันจะเป็นคนขี้สงสัยและไม่พอใจอะไรหลายอย่างในชีวิตบนโลกนี้ แต่สิ่งเดียวที่พอใจและไม่เคยสงสัย (นับว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตของฉัน) คือ การได้เป็นข้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ...
.......................................
(หมายเหตุ 'ความโชคดี' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



