
เพลงพระราชนิพนธ์ ลมหนาว
เพลงพระราชนิพนธ์ ลมหนาว : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย : โดย...โชคชัย เจี่ยเจริญ
เมื่อก้าวเข้าเดือนธันวาคมของทุกปี อากาศที่เย็นลง กอปรกับการเข้าสู่เทศกาลส่งความสุข เพื่อก้าวเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ นับเป็นช่วงเวลาที่ชาวโลกและประชาชนไทยมีความสุขตลอดมา ต่อเนื่องมายาวนาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เคารพรักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทย เช่นเดียวกับพระมหาบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ปกครองประเทศชาติให้ผ่านพ้นผองภัยนานาประการมากว่า 200 ปี ในช่วงปีพุทธศักราช 2503 บรรดาประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา มีปัญหาการปกครองภายในเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ลัทธิการเมืองใหม่ที่นำมาซึ่งความขัดแย้งรุนแรง แต่ไทยเรารอดปลอดภัยมาได้เพราะพระองค์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกคน โครงการงานในพระราชดำริมากมายที่พระองค์ทรงริเริ่ม ได้สร้างประโยชน์สุขให้แก่พสกนิกร ทั่วราชอาณาจักร เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของนานาประเทศ ถึงกับมีผู้กล่าวไว้ว่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงแต่งานเป็นกิจวัตรหลัก เป็นที่น่าพิศวงยิ่งนัก แม้พระองค์จะทรงมีพระราชภารกิจต่างๆ มากมาย แต่พระองค์ก็ยังทรงมีเวลาสร้างสรรค์พระราชนิพนธ์ทางดนตรี ที่มีความไพเราะไว้มาก ซึ่งยังติดตรึงใจปวงชนชาวไทยตลอดมา
เนื่องในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 67 ปี ใน พ.ศ.2566 และจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ใน พ.ศ.2556 นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ด้วยชื่นชมและเทิดทูนในพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความสนพระราชหฤทัยในด้านดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีแทบทุกชนิด รวมถึงการพระราชนิพนธ์เพลง ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสาน ทรงพระราชนิพนธ์เพลงแรกเมื่อพระชนมพรรษาเพียง 18 พรรษา ซึ่งทุกเพลงล้วนไพเราะประทับใจผู้ฟัง ยังความปลาบปลื้มและภาคภูมิใจเป็นที่สุดมายังเหล่าพสกนิกรไทย ด้วยความจงรักภักดี
พระปรีชาสามารถทางด้านดุริยางคศิลป์ (ดนตรี) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรากฏชัดในหลายด้านทรงศึกษาและเริ่มฝึกฝนดนตรีสากลมาตั้งแต่ครั้งทรงศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงที่มีความไพเราะ และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน นอกเหนือจากนี้ยังได้ทรงแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในด้านการทรงดนตรีร่วมกับนักดนตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จนต่อมาได้ทรงจัดตั้งเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์ และพัฒนาไปสู่วันทรงดนตรีที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรีส่วนพระองค์ ณ สถาบันอุดมศึกษาของประเทศ
พระปรีชาชาญทางด้านดนตรีเป็นที่เชิดชูขจรขจายไปนานาประเทศ ได้รับความชื่นชมจากสถาบันการดนตรีและนักดนตรีทั่วโลก นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพทางด้านดุริยางคศิลป์เพียงพระองค์เดียวที่ได้รับการยอมรับในสากล
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 19 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2497 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษและได้พระราชทานเพลงนี้ออกบรรเลงครั้งแรกในงานประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย
เพลงพระราชนิพนธ์ได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำไปบรรเลงหลายต่อหลายรูปแบบ หลากหลายศิลปิน ด้วยชื่นชมในพระปรีชาสามารถ และชื่นชมในความไพเราะ
เพลงพระราชนิพนธ์เป็นเพลงที่มีคุณค่า ที่คนรุ่นใหม่ต้องสืบสานต่อไป เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันรักษาและสืบทอดเพลงพระราชนิพนธ์ต่อไป สื่อมวลชนต้องทำหน้าที่ในการเผยแพร่เพลงพระราชนิพนธ์ไปสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจ ความซาบซึ้งในวงกว้าง เสมือนสมบัติอันล้ำค่าของชาติที่ได้พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยทุกคน
(ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก http://web.ku.ac.th/king72/2530/music.htm , http://www.supremeartist.org)
......................................
(เพลงพระราชนิพนธ์ ลมหนาว : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย : โดย...โชคชัย เจี่ยเจริญ)



