'เน็ตเวิร์กจอมีสี'กับกลยุทธ์ชิงพื้นที่ฟรีทีวี
"เน็ตเวิร์กจอมีสี"กับกลยุทธ์ชิงพื้นที่ฟรีทีวี : คอลัมน์ โลกไร้เสา
นับว่าเป็นครั้งแรกในการชุมนุมมวลชนขนาดใหญ่ ที่ "แกนนำ" ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล จะได้นั่งอ่านแถลงการณ์ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" (กปปส.) ผ่านฟรีทีวี 3, 5, 7, 9 และไทยพีบีเอส (ยกเว้นช่อง 11) ราวกับนายทหารใหญ่อ่านแถลงการณ์ยึดอำนาจ หลังจากส่งทหารไปยึดทีวีช่องต่างๆ
โดย กปปส. ภายใต้การนำของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ย้อนรอยทหาร ด้วยการส่งมวลชนเข้าไปเจรจาขอให้ฟรีทีวีช่องต่างๆ เกี่ยวสัญญาณการแถลงข่าวของเขาจากช่องบลูสกาย แถมห้ามนำข่าวของฝ่ายรัฐบาลมาออกอากาศ
ร้อนถึง สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ต้องหาทางประสานงานกับสำนักงาน กสทช. เพื่อจัดตั้งวอร์รูมประสานงานกับฟรีทีวีทุกช่อง เพื่อรักษาอิสรภาพสื่อมวลชน และคลี่คลายสถานการณ์
จริงๆ แล้ว กปปส.ก็มีทีวีดาวเทียม และช่องทางออนไลน์ สร้างปรากฏการณ์ "ม็อบเรียลิตี้" ให้คนดูได้ติดตามกันตลอด 24 ชั่วโมง
สมัยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขับไล่รัฐบาลทักษิณในปี 2549 ก็มีช่องเอเอสทีวี ซึ่ง "โมเดลของเอเอสทีวี" สื่อเลือกข้าง ก็คือต้นแบบของการใช้ทีวีดาวเทียมเป็นอาวุธ
การชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต่อเนื่องมาจนถึงการขจัดระบอบทักษิณ ที่มี กปปส. เป็นแกนนำ ปรากฏว่า ช่องบลูสกายถูกใช้เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสดเวทีชุมนุม ทั้งที่ราชดำเนิน, สะพานมัฆวานฯ, แยกนางเลิ้ง, กระทรวงการคลัง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
ปรากฏการณ์ที่สำคัญของม็อบการเมือง พ.ศ.นี้ คือ "เน็ตเวิร์ก ทีวีดาวเทียม" หรือเครือข่ายจอสีเดียวกัน
ฝ่าย กปปส. ประกอบด้วย ช่องบลูสกาย ช่องทีนิวส์ ช่องเอฟเอ็มทีวี ช่อง 13 สยามไท และช่องอาร์เอสยูวิสดอมทีวี ร่วมกันเป็นทีวีพูลต้านรัฐบาล ในนาม "ราชดำเนินเน็ตเวิร์ก"
ช่องบลูสกาย ก็ชัดเจนว่าเป็นกระบอกเสียงของฝ่ายสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์, ช่องทีนิวส์ ของสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำคนหนึ่งของ กปปส., ช่องเอฟเอ็มทีวี ของสันติอโศก, ช่อง 13 สยามไท ของไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และช่องอาร์เอสยูวิสดอมทีวี ของมหาวิทยาลัยรังสิต
ในเครือข่ายนี้ ไม่มีช่องเอเอสทีวี โดยจอเหลืองจะทำการถ่ายทอดสด สลับกับการรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด
ฟากฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็มีการผนึกเป็นพันธมิตรหลวมๆ ในการถ่ายทอดสดเวทีชุมนุมของ นปช. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และที่อื่นๆ
ช่องเอเชียอัพเดท เป็นแม่ข่ายฝ่ายจอแดง พ่วงด้วย ช่องดีเอ็นเอ็น ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย
ช่องพีแอนด์พีแชนแนล ของ พล.ท.เสนิส ไพรทอง ผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อจาเป่า และ ช่อง 4 ทีวีประชาชน ของ นิคม บุญวิเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรเอ็นดี
สองช่องหลังนี้ พยายามสร้างภาพลักษณ์ให้เป็น "จอแดง" สร้างจุดขายให้แตกต่างจากทีวีดาวเทียมนับร้อยช่อง
หากเปรียบ "เอเชียอัพเดท-ดีเอ็นเอ็น" ที่มีนายทุนใหญ่ฝ่ายการเมืองสนับสนุน ช่องพีแอนด์พี กับช่อง 4 ทีวีประชาชน ก็เป็นเรื่องธุรกิจบวกการเมืองภาคประชาชนเสื้อแดง
เมื่อเปรียบเทียบอาวุธในสงครามสื่อ ปรากฏว่าฝ่ายต้านรัฐ มีทีวีดาวเทียมอยู่ 6 ช่อง และฝ่ายรัฐบาลมี 4 ช่อง แต่ถ้านับรวมช่อง 11 และช่อง 9 อสมท ก็ถือว่ารัฐบาลได้เปรียบกว่า
ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายต้านรัฐบาล จึงเปิดปฏิบัติการชิงพื้นที่สื่อฟรีทีวี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรงจากคนในสนามข่าวตัวจริง
000000000
3 องค์กรสื่อจี้ กปปส.ยุติคุกคามสื่อ
แถลงการณ์เรื่อง ขอให้ยุติการคุกคามและแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
จากที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำมวลชนไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส โดยกดดันให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ถ่ายทอดสัญญาณการเคลื่อนไหวและคำแถลงของกปปส. และห้ามนำเสนอข่าวจากฝ่ายรัฐบาลนั้น
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนประกอบด้วย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการกระทำที่เข้าข่ายการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งขัดแย้งต่อเจตนารมณ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่กปปส.กล่าวอ้างว่าจะต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยโดยสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และขอให้กปปส.ยุติการกระทำดังกล่าวทันที
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนขอยืนยันหลักการว่า สื่อมวลชนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นของทุกฝ่ายตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกองบรรณาธิการและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ต้องยืนหยัดในหลักการดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่มีกฎหมายรองรับความเป็นอิสระ จะต้องยืนยันหรือไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้ามากดดัน หรือครอบงำการนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยเด็ดขาด หากต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การกดดันหรือครอบงำ การยุติการออกอากาศถือเป็นแนวทางปฏิบัติตามหลักสากลที่ควรกระทำ
อย่างไรก็ตาม องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนมีความเข้าใจถึงมูลเหตุ ที่กลุ่มมวลชนของกปปส.ไม่พอใจสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ให้ความสำคัญในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นสถานการณ์สำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน นับตั้งแต่เหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ที่มีความต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเหตุการณ์ในวันที่ 1 ธันวาคม 2556 โดยปรากฏว่าสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่ยังคงนำเสนอรายการตามผังรายการตามปกติ เป็นการคำนึงถึงผลประโยชน์ของสถานีเป็นหลัก มากกว่าการคำนึงถึงสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ในสังกัดหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้มีความอิสระในการเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน และให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสาธารณะ โดยไม่อยู่ภายใต้อาณัติของรัฐบาล จะต้องไม่ยอมรับการถูกแทรกแซงหรือสั่งการจากฝ่ายรัฐบาล ให้นำเสนอข่าวสารเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาทิ กรณีที่รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์สั่งให้สื่อในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์นำเสนอข่าวสารเชิงบวกต่อรัฐบาล (อ้างถึงบันทึกเลขที่นร0213.071721 เรื่องขอให้กำกับดูแลการนำเสนอข่าวลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้น
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนมีความห่วงใยในความปลอดภัยของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในภาคสนามทุกคน โดยขอให้ระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเกินความจำเป็น ทั้งนี้ ให้ตระหนักว่าความปลอดภัยของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน มีความสำคัญไม่น้อยกว่าการแสวงหาข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านมานำเสนอต่อสาธารณชน
เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคน ที่นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านต่อประชาชน และขอให้ทุกฝ่ายเคารพและไม่แทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในทุกรูปแบบ
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์
.......................................
("เน็ตเวิร์กจอมีสี"กับกลยุทธ์ชิงพื้นที่ฟรีทีวี : คอลัมน์ โลกไร้เสา)



