
'ดี้'แต่ง'ต้นกล้าของพ่อ'สื่อความจงรักภักดีแด่'ในหลวง'
'ดี้'แต่ง'ต้นกล้าของพ่อ'สื่อความจงรักภักดีแด่'ในหลวง' : ดนตรี
อีกไม่กี่วันจะถึงวันพ่อแห่งชาติ (5 ธ.ค.) วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปีนี้นักแต่งเพลงมือทองของประเทศไทยอย่าง "ดี้" นิติพงษ์ ห่อนาค ได้แต่งเพลงเพลงหนึ่ง เพื่อสะท้อนถึงความจงรักภักดีแด่พ่อหลวงของเมืองไทย โดยเพลงนี้ มีชื่อว่า "ต้นกล้าของพ่อ" และในเพลงนี้มีเนื้อเพลงช่วงหนึ่งที่ติดตรึงใจคนไทยทุกคน "ขอสัญญา จะเป็นต้นกล้าของพ่อ ขอสัญญาด้วยกายและวาจาใจ ขอสัญญา จากนี้ จะทำเรื่องดีเพื่อเมืองไทย เหนื่อยเพียงใด ใจจะพร้อมฝ่าฟัน..."
"ดี้" นิติพงษ์ ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการแต่งเพลง "ต้นกล้าของพ่อ" ขึ้นมาว่า เขาได้ไอเดียของเพลงนี้มาจากวันได้ดู "เมย์" รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย เข้าชิงแชมป์โลก
"น้องเมย์สู้สะบัดจนสามารถเอาชนะแชมป์คนจีน ที่เมืองจีนได้ ก็เลยรู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ของเราเป็นแรงผลักดัน ที่จะทำให้เมืองไทยเราก้าวหน้าต่อไป ในระดับโลกได้ หลังจากที่ครั้งหนึ่ง ผมเคยแต่งเพลง ต้นไม้ของพ่อไว้ (เมื่อปี2539) นั่นเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้ทรงปูทางทำไว้มา 60 ปี ก็เลยคิดว่า นี้แหละคือต้นกล้าของพ่อ คนรุ่นใหม่ที่จะตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติ ก็เลยอยากจะทำเพลงขึ้นมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจำนงของคนรุ่นใหม่ ที่เหมือนจะให้สัตย์ปฎิญานว่าเขาจะเต็มใจทำ และเป็นตัวอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ ให้ทำสิ่งที่ดีๆ เพื่อประเทศชาติ เลยเป็นเพลงนี้ขึ้นมา จากต้นไม้ของพ่อ ก็มาวันนี้เป็น ต้นกล้าของพ่อแล้ว" นักแต่งเพลงเผย
ก่อนจะบอกถึงการนำนักกีฬามาร้องเพลง และเล่นมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ เพราะเชื่อว่านักกีฬา เป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุด สังเกตจากที่ว่านักกีฬารุ่นใหม่ๆ ของไทย ไปได้รางวัลระดับโลกเยอะมาก และเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งนั้นเลย
"นักกีฬาของเรา ถือซะว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เพราะว่าเขาไปไหนมาไหน จะมีธงไทยติดที่หน้าอกตลอด เลยถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ ทุกๆแขนงเลยแล้วกัน เพื่อที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในแขนงอื่นๆ ด้วย ที่จะไปต่อสู้ หรือไปเอาธงไทยไปปัก สำหรับเราการได้เห็นธงไทยติดอยู่ที่หน้าอกของพวกเขา มันเป็นอีกหนึ่งแรงกำลังที่ทำให้เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" ดี้กล่าว
นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์คนดังเล่าต่อว่าการที่ให้นักกีฬามาเป็นคนร้องเพลงนี้ แทนที่จะเป็นนักร้องมืออาชีพ เพราะเขาเชื่อว่าทุกคนมีเพลงอยู่ในหัวใจ และคนรุ่นใหม่ๆ เดี๋ยวนี้ร้องเพลงเก่ง อย่างนักกีฬาถ้าเจอคาราโอเกะก็คว้าไมค์ร้องเพลงเป็นทุกคน
"เราต้องการให้เขาร้องอย่างเป็นธรรมชาติ และฟีลลิ่งของเขา มันอาจจะเหลื่อมๆ บ้าง อาจจะมีติดนิดๆ หน่อยๆ บ้าง แต่ว่าเป็นธรรมชาติ นั่นแหละคือสิ่งสำคัญที่สุด ความเป็นธรรมชาติ มีเก้ๆ กังๆ ยืนเกร็งๆ บ้าง ก็บอกว่าไม่เป็นไร ทำตัวสบายๆ ทำฟีลลิ่งเหมือนกำลังจะได้เหรียญทองประมาณนี้ ก็น่ารักดี เราไม่ได้เอาความเป๊ะ เหมือนนักร้อง เพราะมันอาจจะไม่ให้อารมณ์อย่างที่ต้องการ" ดี้กล่าว
ก่อนจะทิ้งท้าย ว่ามิวสิกวิดีโอเพลงนี้จะถูกปล่อยออกมาเผยแพร่ในช่วงต้นธันวาคม เพื่อเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาด้วย ก็เป็นการร้องเพลงนี้เพื่อจะ ปฏิญาณว่า คนรุ่นใหม่ก็จงรักภักดี แล้วก็พร้อมจะทำเพื่อประเทศชาติให้ไปข้างหน้า
"อยากจะให้คนรุ่นใหม่ได้ฟัง และเข้าใจ แล้วก็อยากให้คนรุ่นที่ไม่ใหม่แล้วได้เข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ของเรานี้มีคุณภาพแค่ไหน แล้วก็ช่วยกันส่งเสริม ให้เขาได้ไปให้สุดทางให้ได้เอาธงไทยไปปักไว้ที่ประเทศต่างๆ " ดี้กล่าวปิดท้าย



