บันเทิง

Eat Play life:'คนที่สมบูรณ์แบบ'

Eat Play life:'คนที่สมบูรณ์แบบ'

03 ธ.ค. 2556

'คนที่สมบูรณ์แบบ' : คอลัมน์ Eat Play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร



          ไม่ว่าใครจะเป็นคนแรกที่บัญญัติความหมายของคำว่า American Dream หรือ “ความฝันแบบอเมริกันชน” ก็ตาม ใครคนนั้นคงไม่รู้หรอกว่า คำคำนี้ได้ทำลายคุณค่าและการมีอยู่ที่ (น่าจะ) ดีของชีวิตหลายๆ คน
    
          ว่าไป คนอย่าง เลสเตอร์ เบิร์นแฮม (เควิน สเปชีย์) และแคโรลีน (เอนเนต เบนนิง) รวมทั้งลูกสาวอย่าง เจน ใน American Beauty นั้น สามารถเป็นตัวแทนทั้งหมดของสังคมยุคใหม่ได้ ผู้ชายวัยกลางคนอย่าง เลสเตอร์ ก็ไม่ได้ต่างจากคนอเมริกันส่วนใหญ่ที่อยากจะมีบ้านหลังโต รถตระกูลหรูสักคัน เงินในธนาคารและภรรยาที่สวย เซ็กซี่แบบ มาริลีน มอนโร แบบตาสีฟ้า..ผมสีบลอนด์..ผิวสีขาว..
    
          และมากกว่าครึ่งที่ผู้ชายอย่าง เลสเตอร์ อยากมี และอยากเป็นนี้ แคโรลีนก็ทำทุกอย่าง เพื่อจะได้มีและได้เป็น เธอก็เหมือนตัวแทนของผู้หญิงหลายคนในความฝันแบบอเมริกัน ดรีม ที่อยากแต่งตัวดีๆ ทุกวัน มีรถขับ มีเงินใช้จ่าย ออกงานสังคมหรูๆ และทำตัวทุกอย่างเพื่อให้อยู่ในกระแส
    
          ความหมายของแคโรลีนก็คือ เธออยากจะเป็น “คนที่สมบูรณ์แบบ” บ้านของเธอต้องดูดี มีสวนดอกไม้สวยๆ หน้าบ้าน สีที่ทาบ้านจะเป็นสีอะไรก็ได้ แต่ต้องสวย เราจึงเห็นได้ว่า บ้านของเธอกับสามีในหนัง “ดูครบ” ทั้งโซฟา คอมพิวเตอร์ ห้องนั่งเล่น แต่เป็นบ้านที่ว่างเปล่าและไม่มีหัวใจให้ค้นหาในห้องไหนๆ บ้านแบบนี้ทางเดินจะให้ความรู้สึกน่ากลัว พื้นจะเย็นเท้า..และสนามหญ้าหลังบ้านจะไม่น่าวิ่งเล่น เพราะคนที่อยู่ไม่เคยมีความฝันพอคนไม่ฝัน..บ้านของเขาก็จะไม่ฝัน..
    
          มีรายละเอียดอยู่หลายอย่าง ตั้งต้นเรื่องที่บอกกับเราว่า ครอบครัวอย่าง “เลสเตอร์-แคโรลีน-เจน” นั้น ได้ “ตายลง” จากสภาพที่ดู “เป็นๆ” ตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่าเดินหรือการทำงานที่เหมือน “หุ่นยนต์” หรือบรรยากาศในบ้านที่เงียบเหมือนป่าช้า ที่อยู่ที่น่าเป็นบ้านอันรื่นรมย์..ก็แปรสภาพไม่ต่างอะไรไปจากสุสานขนาดใหญ ที่มาของชีวิตแบบนี้ก็เพราะคนสองคนจำความหมายของชีวิตที่ดีไม่ได้
    
          คนหนึ่งทอดทิ้งตัวเองไปนาน ขณะอีกคนหนึ่งรักตัวเองมากเกินไป บ้านแบบนี้หรือเปล่า...ที่เตียงนอนของเขาไม่เคยมีอ้อมกอด และห้องพักผ่อนของเธอไม่เคยมีการนั่งเล่นบุคลิกที่เย็นชาของเลสเตอร์และแคโรลีนในหนังเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดไปถึงหัวข้อหนึ่งในหนังสือ Men are from Mars, Women are from Venus ของจอห์น เกรย์ เขาบอกว่านิสัยของผู้ชายเหมือน “หนังสติ๊ก” ที่เมื่อยืดไปจนถึงสุดด้านหนึ่งแล้วก็มักจะกลับมาอยู่ที่เดิม ขณะที่อารมณ์ของผู้หญิงเหมือน “ลูกคลื่นในท้องทะเล” ที่จะขึ้นสูงและลงต่ำสลับไปมาเป็นช่วงๆ
    
          เมื่อเกิดปัญหา-เพศหญิงต้องการความเข้าใจ ส่วนผู้ชายต้องการช่องว่างหรือระยะห่าง (บ้าง) อารมณ์และความต้องการแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการที่คนหนึ่งต้องการหลบเข้าถ้ำส่วนอีกคนชอบที่จะจมตัวเองลงในบ่อน้ำ
    
          แต่ “ถ้ำของเลสเตอร์” ในหนังเรื่องนี้ดูมืดและมองไม่เห็น พอๆ กับที่ “บ่อน้ำของแคโรลีน” ดูลึกและขาดออกซิเจน และไม่ใช่เธอที่ไม่ปรารถนาจะโผล่ขึ้นจากบ่อน้ำ เขาเองก็ไม่เคยคิดจะออกจากถ้ำของตัวเอง
    
          และความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ไม่เคยมีการสนทนาที่เข้าใจเกิดขึ้น ระหว่างคนที่พูดอยู่ในถ้ำ กับใครสักคนที่ตะโกนตอบอยู่ในบ่อน้ำ การมีอยู่ของคนสองคนจึงจบสิ้น เพราะในความอยากจะสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้น ยังเต็มไปด้วยร่องรอยที่บกพร่องของผู้อยู่อาศัย เลสเตอร์ไม่เคยขัดถูมลพิษในความรู้สึกทางเพศ ส่วนแคโรลีนก็ไม่ยอมเก็บกวาดและทำความสะอาดในอารมณ์ส่วนลึก
    
          คนแบบนี้-คงจะรักใครอีกไม่ได้ และชอบใครจริงๆ ไม่เป็น
    
          แม้แต่ “ตัวเธอเอง”

.......................................
(หมายเหตุ 'คนที่สมบูรณ์แบบ' : คอลัมน์ Eat Play life  โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)