บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'จะขอมากไปไหม'

ขบคิดขีดเขียน:'จะขอมากไปไหม'

03 ธ.ค. 2556

'จะขอมากไปไหม' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ


   
          หญิงยศยังคงค้างอยู่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ยกกองถ่ายทำละครมาเก็บภาพความสวยงามของฤดูใบไม้ผลิที่นี่ มันสวยงามจับใจ จับตา สีเขียว ส้ม เหลืองของใบไม้ที่ค่อยๆ ไล่เฉดสีกันไป ถ้ามาอยู่เที่ยวประเดี๋ยวเดียว เราก็คงซึมซับเพียงแค่ความงามของสิ่งที่เห็น แต่หากมีโอกาสมาอยู่ที่นี่ร่วมครึ่งเดือนอย่างหญิงยศและทีมงานก็คงจะต้องพูดว่า ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้สวยงามจากแค่วอลเปเปอร์ของฤดูกาล แต่ประเทศของเขาสวยงามจากจิตสำนึกของประชาชนคนอาศัยที่พร้อมใจกันดูแลรักษาผืนดินบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองให้สวย สะอาด งดงามมาจากภายในจริงๆ
    
          พูดเลยว่าตลอดกว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมา หญิงยศมีอึ้ง ทึ่ง เสียวไปกับบรรดาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เขาผลิตกันออกมาด้วยรายละเอียดที่เก็บทุกเม็ด แสดงถึงความละเมียด ละเอียดและใส่ใจ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นโถส้วม ชุดชั้นใน ถุงเท้า ถุงผ้า กาแฟ ผ้าห่ม รองเท้า กาน้ำ ช้อนส้อม ยาวไปจนถึงผ้าอนามัยกันเลยทีเดียว มันมีดีเทลอ่ะ มันคิดมาแล้ว มันแก้ปัญหา มันสุดยอด สุโค่ยเดสเนะ มากๆ อ่ะ พูดเลย!
    
          ประทับใจกับเขาแล้วก็แอบมาหันมาหนักใจเบาๆ กับประเทศไทยของเรา หญิงยศจำได้ว่าสมัยตอนเด็กๆ หญิงยศได้เรียนคำศัพท์หลายคำที่ทำให้เรารู้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้า กำลังพัฒนาไปให้เท่าเทียมนานาประเทศ และเราก็รู้สึกถึงการขับเคลื่อนนั้นในฐานะคนไทย เราตื่นเต้นกับการพัฒนา การเติบโต ความพร้อมที่จะก้าวข้ามเส้นเขตแดนไปสู่โลกของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่แล้วจู่ๆ ทุกอย่างก็เงียบ เหมือนรถที่ขับเคลื่อนมาแล้วดับสนิท ไม่สามารถไปต่อ ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ ประเทศไทยหยุดนิ่งอยู่กับที่ มีแต่คนที่พยายามถีบตัวเองไปข้างหน้า
    
          แต่อย่างว่า ถ้าประเทศยังนิ่งสนิทแบบนี้ ประชาชนตัวเล็กๆ จะสามารถข้ามผ่านเส้นกั้นเขตแดนไปได้อย่างไร ไม่ต้องคิดไปถึงการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ตอบโจทย์อย่างญี่ปุ่นหรอกค่ะ เอาแค่ของใช้พื้นๆ เราก็แทบจะไม่ได้คิดค้นอะไรใหม่ๆ กันมานานเหลือเกินแล้ว เพราะเรายังคงวุ่นวายกับปัญหาที่แก้ไม่ตก การก้าวเดินต่อไปข้างหน้าจึงยังไม่อยู่ในตัวเลือกของคนไทยในยุคนี้ ส่วนจะต้องรอไปจนถึงยุคไหน หญิงยศก็จนปัญญาจะหาคำตอบมาตอบให้ได้
    
          พูดขนาดนี้หลายคนอาจของขึ้น คิดว่าหญิงยศคงจะต้องเชื่อมโยงประเด็นเข้ากับการเมือง รอดูว่าหญิงยศจะเขียนเข้าข้างสีไหน พรรคไหน อะไรยังไง
    
          พอก่อนค่ะ ขอพักการเมืองร้อนแรงไว้สักนิดนึง เพราะจริงๆ แล้วเราจะไปโทษการเมืองที่ยุ่งเหยิงอย่างเดียวเสียก็ไม่ได้ บางทีอาจถึงเวลาที่เราต้องกลับมามองที่ตัวเราเองกันบ้างว่าจริงๆ แล้ว ต้นตอของปัญหาทั้งหมดมันมาจากใครกันแน่ การที่เราจะกล่าวโทษฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ปาวๆ เราเคยกลับมาลองเช็กตัวเองกันดูบ้างไหมว่าเราทำอะไรดีพอหรือยัง ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีแผ่นดินที่สุขสงบร่มเย็น สิ่งเหล่านี้ดีแสนดี แต่บางทีอาจเป็นบ่อเกิดนิสัยบางอย่างที่ทำให้เราย่ำอยู่กับที่ นิสัยประนีประนอมของเราถูกนำมาใช้ถูกที่ถูกเวลาหรือเปล่า หรือเพียงแค่นำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดการอำนวยความสะดวกส่วนตัว
    
          ทำไมล่าสุดถึงมีคำจากประเทศเพื่อนบ้านมาพูดว่ากันว่า “อย่ามาไทย” เป็นการกล่าวว่าคนคนนั้นขี้เกียจ รักสบาย ไม่ค่อยฉลาด สื่อสารภาษาอื่นไม่คล่อง คนไทยอย่างเราฟังแล้วใจสลาย หลายคนของขึ้นอยากจะด่ากลับตอบโต้ให้เจ็บแสบ แต่ทั้งหมดคงเป็นเพียงแค่ข้อแก้ตัว ถ้าเราไม่ลองตั้งสติ วางใจให้เป็นกลาง แล้วตรวจสอบตัวเราเองดูเสียก่อน
    
          บางครั้งการแก้แค้นที่ดีที่สุดก็ไม่ใช่การผรุสวาทหรือใช้กำลัง แต่เป็นการปรับปรุงตัวให้ดีให้เขาว่าเราไม่ได้อีก และหญิงยศแอบเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลายเป็นหมากในเกมของนักการเมืองทั้งหลายอยู่ขณะนี้ก็เพราะคนพวกนี้จับจุดอ่อนเราได้ ถ้าหากเราแก้ไขนิสัยพื้นฐานให้มีระบบระเบียบทางความคิด ยอมรับกฎกติกามารยาทมากอีกหน่อย ไม่เอาความสบายส่วนตัวนำหน้า คนพวกนั้นอาจไม่สามารถเอาเปรียบเราได้มากขนาดนี้ก็ได้
    
          พูดอย่างนี้หลายคนอาจไม่พอใจ เพราะหญิงยศไม่ได้หวานใสใส่น้ำเชื่อมให้กลืนสะดวก แต่บางครั้งมันอาจจะดีกว่าอย่างที่คนโบราณเขาว่าไว้ก็ได้นะคะว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ขอให้มียามารักษาประเทศไทยของเราให้สงบสุขและกลับมาเครื่องติดพร้อมเดินหน้าต่อไปเสียทีเถิ้ดดดด สาธุ!!!

.......................................
(หมายเหตุ 'จะขอมากไปไหม' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)