
มองผ่านเลนส์คม:จุดยืน!
จุดยืน! : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์
ต้องจารึกไว้เป็นอีกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ประชาชนรวมใจลุกขึ้นมาล้มล้างระบอบทักษิณ...
แน่นอนว่า การเคลื่อนไหวต่างๆ ของผู้ร่วมชุมนุมทุกย่างก้าวและทุกสถานที่ ถูกบันทึกและนำเสนอผ่านช่องเคเบิล-ดาวเทียม โดยเฉพาะ "ช่องสีเหลือง" อย่างช่อง BLUE SKY ช่อง ASTV และช่องสีแดงอย่าง ASIA UPDATE รวมทั้งช่อง VOICE
ส่วนช่องที่เกาะติดสถานการณ์รอบด้าน ก็มีช่องเด่นๆ อย่าง NATION CHANNEL, TNN24, SPRING NEWS
ที่ไม่พูดไม่ได้คือ พลังของโซเชียลมีเดีย ทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ที่ส่งเสียงแสดงความคิดเห็น และบอกข่าวสารกันตลอด 24 ชั่วโมง!
แม้หลายวันมานี้ ฟรีทีวีหลายช่องยังคงดำเนินไปอย่างปกติ แม้แต่วันนี้ (วันปิดต้นฉบับ 30 พ.ย.) ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ช่วงบ่ายมีทั้งรายการผู้หญิงหาคู่ รายการมวย รายการมหกรรมขายรถยนต์ ประกวดวงดนตรี ฯลฯ กระทั่งช่วงบ่ายสามที่ตัดภาพ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาตอบข้อซักถามสื่อ ถึงกรณีที่มีการชุมนุม ซึ่งได้ถ่ายทอดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจด้วย
นอกจากคุณยิ่งลักษณ์จะขอความร่วมมือประชาชนให้ชุมนุมด้วยความสงบเรียบร้อยแล้ว ช่วงที่พูดถึงลูกชาย "น้องไปป์" ที่ถูกผู้ปกครองเป่านกหวีดใส่ที่โรงเรียน เธอมีเสียงสั่นเครือเล็กน้อย บอกเพียงว่า ถ้ามีอะไรโกรธเกลียดก็ขอให้มาทำกับผู้ใหญ่ ไม่ควรทำกับเด็ก นี่ความรู้สึกของคนเป็นแม่จริงๆ
เมื่อนักข่าวถามถึงจะหลบเดินทางไปต่างประเทศตามข่าวมั้ย คุณยิ่งลักษณ์เธอตอบอย่างมาดมั่นว่า ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่ก็กล้าเผชิญกับปัญหาทุกอย่าง ก่อนที่จะเชิดหน้าลุกจากเก้าอี้แถลงข่าวไป
ดิฉันเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิง แต่เมื่อคุณยิ่งลักษณ์ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงสุดของประเทศแล้ว ต้องเข้าใจ ทำใจ และเตรียมใจด้วยเช่นกัน
ดิฉันว่า เธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และก็แน่ใจว่า เธอไม่สามารถตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้เลย
ดังนั้น "จุดยืน" ท่ามกลางพายุใหญ่ จึงน่าหนักใจไม่น้อย
ขณะที่ท่าทีของฝั่งประชาชน ปักธงเดินหน้าอย่างสุดซอย ซึ่งยิ่งนับวันจะยิ่งมีพลังมวลชนเพิ่มมากขึ้นทุกที
เมื่อต่างฝ่ายต่างชัดเจนว่าทำเพื่ออะไร จึงยากที่จะหาจุดร่วม
เหมือนว่าสถานการณ์ได้เดินมาไกลจนเลยจุดที่จะหาทางออกร่วมกันแล้ว
ประมาทเสียงของประชาชนไม่ได้เลย เพราะ "หัวใจ" ของพวกเขาสั่งให้ "สองเท้า" เดินออกมาจากบ้าน ถึงเวลานี้จำนวน "ล้าน" คงน้อยไปแล้ว
"จุดยืน" ของประชาชนก็สำคัญไม่แพ้กัน
แม้ระหว่างทางจะกระทบกระทั่งและบาดหมางบ้าง
ก็หวังว่า "เส้นชัย" ข้างหน้า จะทำให้เราหันหน้าเข้าหากันได้
บทเรียนครั้งสำคัญนี้ ถึงจะเจ็บปวดสำหรับหลายๆ คน และต้องใช้เวลาเยียวยาฟื้นฟู แต่ท้ายที่สุดก็น่าจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจ และสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น
ดิฉันคนหนึ่งที่เชื่ออย่างนั้น
เพราะประเทศนี้ไม่ได้ปกครองโดยคนเพียงกลุ่มเดียว ทุกคนของประเทศนี้มีสิทธิ์มีปากมีเสียงในบ้านเมืองด้วยเช่นกัน!
.......................................
(หมายเหตุ จุดยืน! : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)



