
ชำเลือง'สนุกทีวี'ท้ายพ.ศ.ที่ไม่สนุก(เท่าไหร่)
ชำเลือง "สนุกทีวี"ท้าย พ.ศ.ที่ไม่สนุก(เท่าไหร่) : คอลัมน์ โลกไร้เสา
การเมืองร้อนแรงท้ายปี 2556 ทำเอาแวดวงบันเทิงเงียบเหงาไปเหมือนกัน เฉพาะทีวีดาวเทียม การทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของแต่ละค่าย ถูกกลบด้วยข่าวการชุมนุมไล่รัฐบาล
หากโฟกัสไปที่ช่องทีวีดาวเทียม ก็เห็นมีแต่ช่องขายสินค้าประเภทสมุนไพรวิเศษ ที่เปลี่ยนมือบ่อย
จะว่าไปแล้ว ช่องทีวีดาวเทียมที่ได้รับอนุญาตชั่วคราว 1 ปีจาก กสทช.นับร้อยช่อง แทบจะไม่มีการปรับผังรายการหรือสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆ ทุกช่องมุ่งขายสินค้าเป็นหลัก ยิ่งเป็นช่องขายสมุนไพรเสริมสมรรถภาพทางเพศ รู้สึกว่าเพิ่มขึ้นกว่าเก่าเป็นเท่าตัว
เท่าที่สอบถาม ช่องทีวีดาวเทียมเหล่านี้ ไม่มีทุนพอจะสร้างคอนเทนท์ จึงขายสินค้าลูกเดียว ถ้าถึงเวลาต้องหยุดก็ได้ทุนก้อนโตไปแล้ว
นึกไม่ภาพไม่ออกว่า เมื่อครบ 1 ปี กสทช.จะจัดการอย่างไร?
ส่วนค่ายใหญ่ก็มีเพียงแกรมมี่ ที่ทำช่องใหม่ๆ ป้อนระบบเพย์ทีวี อย่างเช่น ช่องจีทีเอช ออนแอร์ ก็นำเอาหนังของจีทีเอชมาฉาย
ทางค่ายเอ็มวีทีวี ก็ทำแปลก เปิดช่องหนังอินเดีย คอหนังภารตคงไม่พลาด เพราะมีหนังบอลลีวู้ดทุกแนวมาฉายให้ชมกัน ซึ่งเป็นเรื่องดี ผู้ชมมีทางเลือก ไม่งั้นเปิดช่องไหนก็เจอแต่ช่องหนังเกาหลี และหนังจีน
สำหรับปลาย พ.ศ.นี้ มีช่องดาวเทียมป้ายแดง "สนุกทีวี" เปิดตัวเป็นช่องรายการภาพยนตร์คุณภาพระดับโลก ซึ่งทีวีดาวเทียม มีช่องหนังฝรั่งเยอะ แต่ก็เป็นหนังเกรดซีเกรดบี
ฐิตารีย์ ลิ้มรัตนกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สนุกทีวี แอนด์ มีเดีย จำกัด เปิดเผยว่า ปีหน้าบริษัทตั้งเป้าขึ้นเป็นช่องภาพยนตร์ระดับแนวหน้า 1 ใน 3 ของช่องทีวีดาวเทียม
"สนุกทีวี" คือช่องรายการภาพยนตร์ 24 ชั่วโมง ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท ในการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ โฆษณาประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการตลาด และโปรดักชั่น
จุดเด่นคือ หนังเทศหลากหลายแนว ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย และเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับผังรายการใหม่โดยปรับเพิ่มภาพยนตร์เป็น 9 เรื่องต่อวัน จากเดิมที่เคยฉายภาพยนตร์ 3 เรื่องต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้ได้รับเรตติ้งคนดูเพิ่มเป็น 10 ล้านคน
ปัจจุบันบริษัท สนุก ทีวี แอนด์ มีเดีย จำกัด ประกอบกิจการซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยใช้ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท พร้อมทั้งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ คอนเทนท์หลากหลายประเภท
เป้าหมายรายได้จากช่องสนุกทีวี คาดว่าจะมีรายได้จากการโฆษณาอยู่ที่ประมาณ 5-8 ล้านบาทต่อเดือน และการทำกิจกรรมการตลาดควบคู่ไปกับการโฆษณาทำให้คาดการณ์ว่าจะมีรายได้จากการจัดกิจกรรมอีก 3-4 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้มีรายได้ 8-12 ล้านบาทต่อเดือน หรือมีรายได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปี
ด้านบริษัทแม่ "เอสทีจี มัลติมีเดีย" ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายรายการโทรทัศน์ สารคดี และภาพยนตร์จากต่างประเทศ เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทตั้งเป้านำคอนเทนต์จากต่างประเทศ เข้ามาเพิ่มเป็น 4,500-5,000 ชั่วโมง จากเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 4,000 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ 60% สารคดี 30% และภาพยนตร์อีก 10%
"เอสทีจี มัลติมีเดีย" ยังมีโครงการความร่วมมือกับทางบริษัทแม่ของกลุ่มเนชันแนลจีโอกราฟิก (แนทจีโอ/NATGO) ในต่างประเทศ เพื่อลงทุนร่วมกันผลิตรายการสารคดีพิเศษขึ้นมาเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทท้องถิ่นได้ทำการร่วมมือผลิตรายการกับแนทจีโอ
นอกจากนั้น "เอสทีจี มัลติมีเดีย" ยังอยู่ระหว่างการลงทุนอีก 250 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่และมีสตูดิโอด้วย ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2017 และจะย้ายบริษัทจากเดิมที่ปิ่นเกล้าไปที่ใหม่ทั้งหมด
ในปีหน้า บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวช่องรายการใหม่อีกจำนวน 6 ช่อง ทั้งเพย์ทีวี และฟรีทูแอร์ เพื่อขยายให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและธุรกิจที่มีอยู่ เช่น ช่องเอเชียนซีรีส์ ช่องฮอลลีวูด โดยเป็นเจ้าของและบริหารเอง 100% จากปัจจุบันที่มีเพียงช่องเดียวคือ ช่องเจเคเอ็น
ปัจจุบัน เอสทีจีมัลติมีเดีย มุ่งเน้นใน 7 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1. กลุ่มสารคดี ซึ่งเราเป็นบริษัทรายใหญ่ที่ได้รับสิทธิ์สารคดีรายใหญ่ในไทยจากต่างประเทศ เช่น บีบีซี เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ดิสคัฟเวอรี เป็นต้น 2. กลุ่มหนังฮอลลีวูด 3. กลุ่มหนังเอเชี่ยนเอนเตอร์เทนเมนต์ 4. กลุ่มไทยเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่จะนำเอารายการเก่า คือ จี้เส้นคอนเสิร์ตมาทำใหม่ 5. กลุ่มทอล์กโชว์ 6. กลุ่มเด็ก และ 7. กลุ่มค่ายเพลง ที่จะเปิดตัวค่ายเพลงใหม่ชื่อว่า เอสทีจีมิวสิก
ใครที่เครียดเรื่องการเมือง ก็ลองเปิดช่องสนุกทีวี ดูหนังฝรั่งคุณภาพ น่าจะช่วยบรรเทาโรคเบื่อม็อบไปได้บ้าง
.......................................
(หมายเหตุ ชำเลือง "สนุกทีวี"ท้าย พ.ศ.ที่ไม่สนุก(เท่าไหร่) : คอลัมน์ โลกไร้เสา)



