
eat play life:'เทรนด์ของ me ?'
'เทรนด์ของ me ?' : คอลัมน์ eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ไม่นานมานี้ ผมได้สัมภาษณ์ผู้คนเรื่อง me gen แต่มีทัศนะหนึ่งที่บอกกับ gm แล้วคิดว่า คนทั่วไปควรรับรู้ ...รับรู้ เพราะภาพของวัยรุ่นสาวที่นอนราบกับพื้นบนปก time(ออก may 2013) และใช้มือถือถ่ายรูปตัวเอง พาเราไปสู่ความคิดที่เกี่ยวเนื่องได้อีกหลายช็อต อาทิ วัฒนธรรม "โชว์ แชท แชร์ เชื่อ" ของวัยรุ่นที่เล่นกับ social network หรือ การมองเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลกในแบบเด็กยุคใหม่ ภาพต่างๆ ที่ไล่เรียงมานั้น ดูเหมือนว่า gen me จะมีสองด้านให้สังคมมองเข้าไป...
โศภิณ เงินสวัสดิ์ อดีตคนโฆษณาของลีโอ เบอร์เนทท์ ที่ตอนนี้เป็นผู้บริหารของ ripple effect ให้สัมภาษณ์กับ gm ว่า เวลาพูดถึงคำว่า gen me อะไรที่ทำให้คิดต่อออกไป
"ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ อยากให้ย้อนคิดถึง “คำจำกัดความ” ของ gen me ก่อนว่า บ่งบอก อะไร มีพฤติกรรมชัดๆ แบบไหน สถาบันสุขภาพแห่งอเมริกา ให้คำ อธิบายว่า gen me เป็นกลุ่มที่หลงในบุคลิกภาพ ของตนเอง มีความเชื่อว่าโลกหมุนรอบตัวเอง ทีนี้ถ้าเรา ถอยออกมาจากวงจรหัวข้อที่กำลังถกเถียงกัน ย้อนดู “พฤติกรรมของคนในรุ่นก่อนๆ“ ก็จะเห็นว่า ลักษณะของรูปแบบความคิดไม่ต่างกัน สิ่งที่แตกต่าง คือ ดีกรีของการแสดงออกที่แรงขึ้น มีช่องทางมากขึ้น ฉับไว และส่งอิทธิพลสูงกว่าเดิม เปรียบเทียบกรณี อั้ม เนโกะ แอนตี้ชุดนักศึกษาที่ใช้วิธีแสดงออกด้วยการติดโปสเตอร์ สมัยก่อนตั้งแต่ยุค gen y gen x ก็แอนตี้การใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกัน มีแบบฟอร์มที่เรียกว่า 5 ย คือ ยาง(รองเท้า) ยาว (ผม) ยืด (เสื้อ) ยีนส์(กางเกง) ย่าม (กระเป๋า)
ทีนี้พอเราพูดว่า gen me นั้น “อยู่กับตัวเอง” นั้น ไม่น่าจะใช่ แต่เขาอยู่ในโลกของกลุ่มจำเพาะ ยังคงมีปฏิสัมพันธ์หากเป็นกลุ่มของเพื่อนที่ติดต่อกันผ่าน applications ต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ig twitter fb หรือ ไลน์กรุ๊ป หากเป็นยุคก่อนกลุ่มผู้ชายก็จะรวมตัวกัน ที่โต๊ะสนุกเกอร์ ต่อมาเป็น ร้านเกมส์ ตอนนี้ ก็รวมตัวกันในไลน์กรุ๊ป"
สำหรับกรณีเรื่องอาการหลงตัวเองนั้น โศภิณ มองว่า
“วัยนี้เชื่อว่าทุกคนต่างต้องการได้รับการยอมรับ ต้องการมี status แล้ว เทคโนโลยี การสื่อสาร สามารถทำให้ “ความต้องการของเขาตรงนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ แล้วใครล่ะจะไม่ชอบ มีเพื่อนมากขึ้น ได้รับการยอมรับมากขึ้น โพสต์อะไรไปก็มีสาวกติดตาม มีคนกดไลค์ กดแชร์ วันดี คืนดี ก็เป็น accidental hero แบบ “ลัดนิ้วมือ” บางคนไม่ได้สวยแบบแม่ให้มา application ก็จัดให้ได้ อย่างกรณีของ "เอื้อยบ้านเบี้ยว" หรือ dakota rose ดังนั้นในวันที่วัฒนธรรมบริโภคขยายตัวมากขึ้น บุคลิกหน้าตา ความโดดเด่นเป็นสิ่งที่ขายได้ “อัตลักษณ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” ในความรู้สึกของ gen me นะ"
จากคำตอบของเธอ ทำให้ gm แตกคำถามออกไปอีกว่า พฤติกรรมของ gen me แบบไทยๆ กับแบบฝรั่งมังค่านั้น ต่างกันมั้ย ?
"ในโลกของสังคมออนไลน์ พฤติกรรมของ gen me ทั้งสองสังคม เรียกได้ว่าค่อนข้างเหมือนกัน คือแสดงความเป็นตนออกมา การเล่าเรื่อง การแชร์เหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว หรือกระทั่งการใช้สังคม ออนไลน์ เป็นเครื่องมือแสดงการยอมรับ หรือต่อต้าน ตลอดจนความต้องการที่จะเป็น net idol ซึ่งสิ่งนี้ ก็สะท้อนความเชื่อที่ว่าช่วงวัยของคนทุกชาติ ทุกเผ่าพันธ์ มีลักษณะที่เหมือนกัน ไม่แตกต่าง คือ ต้องการที่ยืน ต้องการการยอมรับ และแสดงตน
และวันนี้ เมื่อมี เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีสื่อสาร ที่ทำให้โลกไร้พรหมแดน มีเวทีที่กว้างใหญ่แล้ว แรงปราถนา แรงเลียนแบบ ก็ยิ่งต่างกันน้อยลง หากสิ่งที่ วัยรุ่นไทย หรือ สังคมไทยต้อง คิดต่อ กรณี “สิทธิหรือเสรีภาพ” ที่เราต้องการนั้น ต้องมี ต่อท้ายด้วย จารีต และประเพณี กฎของสังคมที่เราดำรงอยู่ ว่ากันว่า ตามหลักของ รัฐธรรมนูญ ที่กำหนด ไม่ได้มีเพียงสิทธิเสรีภาพ แต่มีข้อต่อท้ายที่บัญญัติไว้คือ ต้องคำนึงถึง กฏของสังคมที่ดำรงอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เชื่อว่า gen me ของฝรั่งได้รับการปลูกฝัง ได้แข็งแรงกว่าเด็กไทย"
นิตยสาร time ฉบับฉลองศตวรรษที่ 21 เคยตั้งคำถามว่า คนรุ่น gen me มีเส้นทางตัวเองที่ชัดว่า ไม่ขอเดินตาม gen x ที่ทำงานบริษัท มีลักษณะของการทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ นั่นทำให้มีคำถามว่า แล้วหนุ่มสาวที่เรียนจบใหม่ พวกเขาหายไปไหนในเมื่อบริษัทต่างๆ ก็ออกมายอมรับว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่อยากมาทำงานตามออฟฟิศ ?
หรือพูดง่ายๆ คือ หนุ่มสาวยุค me หายไปจากออฟฟิศ
ในหลายวงเสวนาและสัมมนาของโฆษณาและเอเจนซี่ไทยช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการตั้งคำถามว่า สิ่งที่คนยุค generation me ขอพ่อแม่ตอนเรียนจบ ไม่ใช่รถอีกต่อไป หากแต่เป็น ”เงินก้อน” เพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง คนยุค me ไม่ชื่นชมการอดทน รอคอยและทำงานตามออฟฟิศ
บางที gen x อาจเป็นรุ่นสุดท้ายที่ทำงานตามออฟฟิศ ..เมื่อ gen y ประกาศว่าฉันจะอยู่นอกออฟฟิศ
.......................................
(หมายเหตุ 'เทรนด์ของ me ?' : คอลัมน์ eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



