บันเทิง

สัมผัสบทพิสูจน์หลังเวที 
ของสี่หนุ่ม “เซอร์เคิล 22”

สัมผัสบทพิสูจน์หลังเวที ของสี่หนุ่ม “เซอร์เคิล 22”

18 มิ.ย. 2552

ได้รางวัลการันตีมาจากเวที “ไทเกอร์ ทรานสเลท ผับแบนด์ คอมเพ็ทติชั่น 2007-2008” งานประกวดดนตรีของนักดนตรีมืออาชีพมาแล้ว แม้จะเป็นวงน้องใหม่ แต่หากพูดเรื่องฝีมือแล้ว คงไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

 ด้วยรางวัลนี้เองทำให้วง เซอร์เคิล 22 (Circle 22) อันประกอบด้วย “ตั้ม” วิสูตร สุขพลกิจ (ร้องนำ) “เชน” เมธา จารุจุมพล (เบส) “อาร์ม” พงษ์ธวัช วงษ์ทอง (กีตาร์) “นุ” วิรัติ ศรีแย้ม (กลอง) ได้รับการทาบทามจากสังกัด “โซนี่ มิวสิค” ให้ทำงานร่วมกัน และวันนี้พวกเขาทั้งหมดพร้อมแล้วกับการคลอดผลงานอัลบั้มแรกออกมาอวดฝีไม้ลายมือกัน

 หนุ่มเริ่มต้นเล่าย้อนที่มาของการรวมตัวกันเป็นวงเซอร์เคิล 22 ให้ฟังว่า เริ่มจาก อาร์ม นุ ตั้ม เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เป็นรุ่นพี่ รุ่นน้องที่เรียนเอกดนตรีเหมือนกัน จึงได้มีโอกาสมาคุยและทำวงดนตรีด้วยกัน

 “ตอนนั้นพอทุกคนโอเค ก็เลยเริ่มฟอร์มวง พอถึงเวลาหนึ่งก็ได้มือเบสเข้ามา แล้วเราก็ตัดสินใจไปประกวดในโครงการไทเกอร์ ทรานสเลท ผับแบนด์ คอมเพ็ทติชั่น 2007-2008 ซึ่งปีนั้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรกอีกด้วย เราก็ได้รับรางวัลชนะเลิศมา และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเล่นดนตรีที่ประเทศอังกฤษด้วย

 ครั้งนั้นเราได้ประสบการณ์มากมาย คนที่นั่นน่ารัก แม้จะไม่รู้จักวงเรา เขาก็ร่วมสนุกไปด้วยกัน เรามีโอกาสไปโชว์ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกไปโชว์ที่บาร์กลางลอนดอนเลย ด้วยเวลาที่น้อยมาก เราก็เลยเอาเพลงดังๆ ของวงดังๆ ไปเล่น พอครั้งที่ 2 เราก็มีโอกาสทำเพลงของเราเองไปโชว์ ซึ่งทุกคนก็ให้การตอบรับดี ตลอดการแสดง”

 พวกเขาเล่าต่อว่า จากนั้นค่ายโซนี่ มิวสิค สนใจ จึงเรียกเข้าไปพูดคุย พวกเขาจึงเอาเดโมไปให้ฟัง เมื่อค่ายชื่นชอบ จึงได้มาทำงานอัลบั้มด้วยกัน

 “อัลบั้มนี้เราใช้เวลาประมาณปีกว่าๆ คือหลังจากเราได้แชมป์ เราก็รู้แล้วว่าเราจะได้ทำอัลบั้ม ก็เลยชวนพี่จิม (ม.ล.พิทยากรณ์ รัชนี โปรดิวเซอร์) ไปทำงานด้วยกันที่อังกฤษ ระหว่างที่เราไปเล่นที่นั่น เราได้ไปเที่ยว ไปดูแฟชั่น ไปดูแหล่งเล่นดนตรีของคนที่นั่นเพื่อนำมาปรับใช้ในอัลบั้ม

 ถามว่านำมาปรับใช้อย่างไร สังเกตได้จากซาวนด์ดนตรีอัลบั้มนี้ค่อนข้างจะไปทางฝั่งอังกฤษมากๆ ด้วยเมโลดี้ วิธีการเล่น เราก็ได้รับอิทธิพลมาอย่างมากๆ

 แนวเพลงจริงๆ คือ ป๊อปร็อก แต่สิ่งที่จะโดดเด่นขึ้นมานั่นคือมีความเป็นพังก์ ซึ่งเราจะชอบเป็นการส่วนตัว ด้วยความที่พังก์เวลาเล่นสดจะเน้นความสนุกสนาน เราเองเวลาเล่นสดก็จะเน้นสนุกสนาน เวทีมีเท่าไหร่เราจะใช้พื้นที่ทั้งหมด ส่วนเนื้อหาจะเป็นความรักในด้านบวก มาจากประสบการณ์ตรงจากพวกเรา ผ่านนักเขียนเพลงมืออาชีพ”

 หนุ่มๆ บอกด้วยว่าโชคดีที่ได้โปรดิวเซอร์มาช่วยดูภาพรวม เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเขาเหมือนวงวัยรุ่นที่อยากทำอัลบั้ม มีอะไรก็จะใส่รายละเอียดดนตรีทุกอย่างเข้าไปทั้งหมด พอได้โปรดิวเซอร์มาช่วย ก็ทำให้งานมีระเบียบและลงตัวมากขึ้น

 “อัลบั้มชุดนี้จะมี 7 แทร็ก 6 เพลงเต็ม ความพิเศษจะอยู่ที่แทร็กที่หนึ่งที่จะเป็นอินเทอร์ลูด ความแปลกคือจะเป็นเพลงที่มีคำร้องเป็นการเรียกชื่อวงของตัวเอง ประมาณ ซีไออาร์ซีแอลอี เซอร์เคิล ทเวนตี้ทู วนไปวนมาประมาณ 1 นาที เพื่อให้ทุกคนจำชื่อวงเราได้ เราเองก็ได้วอร์มกล้ามเนื้อก่อนเล่นสดไปในตัวด้วย

 ถ้าถามถึงความโดดเด่นของวงเรา เราว่าทุกวงมีคาแรกเตอร์ เราเองก็มีตัวตน ความสนุก ระหว่างที่อยู่บนเวที ทำอะไรได้ก็ทำ เราหกล้ม ตีลังกา หัวฟาดบนเวทีมานับไม่ถ้วนและนี่คือจุดเด่น คือการแสดงออกบนเวทีที่ออกมา ณ ตอนนั้น เราเล่นดนตรีมาจนถึงทุกวันนี้โดยไม่มีสคริปต์

 ทุกคนคาดหวังให้อัลบั้มนี้ว่า ก่อนอื่นทุกคนในวงต้องชื่นชอบก่อน เพราะเราเป็นผู้ทำ จากนั้นก็ต้องหวังให้คนฟังชอบด้วย เรื่องกดดันคงไม่ อาจจะมีบ้างช่วงแรกๆ ที่ต้องปรับตัวเข้าหากันทั้งจากพวกเรา ค่าย แล้วก็โปรดิวเซอร์ ซึ่งมาเจอกัน การที่จะทำให้อยู่ตรงกลางมันยาก พอเราทำมาได้ถึงวันนี้ก็รู้สึกดีกับมันมากๆ”

 พวกเขายังฝากทิ้งท้ายถึงนักดนตรีที่มีฝันทุกคนด้วยว่า
 “ความฝันต้องวิ่งเข้าใส่ สู้กับมันให้เต็มที่ ต่อให้จะไปถึงหรือเปล่าไม่รู้ แต่เมื่อวันหนึ่งเราได้มองย้อนกลับ เราจะไม่เสียใจเลย เพราะเราได้ทำมันเต็มที่ อย่าท้อถอย สู้มันไปเรื่อยๆ ตั้งใจซ้อม ความฝันเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีใครเอาไปจากเราได้”