
'โจเซฟ'ทุ่มสุดตัวใน'Don Jon'
บันเทิงต่างประเทศ : 'โจเซฟ' ทุ่มสุดตัว ใน 'Don Jon'
ภาพยนตร์เรื่อง "Don jon" เป็นภาพยนตร์ที่ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ ลงมือเขียนบท กำกับ และเป็นนักแสดงนำด้วยตัวเอง แถมยังขนเอาเหล่าเพื่อนพ้องในวงการมาร่วมแสดง อาทิ สการ์เลตต์ โจแฮนสัน, จูลีแอน มัวร์ และเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกในรอบ 20 ปีหลังจากที่เคยร่วมงานกันมารก่อนหน้านี้ ของ โทนี แดนซ่า และ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ ฯลฯ โดย โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานครั้งนี้
@ อะไรเป็นสิ่งผลักดันให้คุณเขียนเรื่อง Don jon นี้ขึ้นมา
ผมอยากจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการที่คนมองเห็นคนอื่นเป็นวัตถุ เพราะผมเป็นนักแสดงมาชั่วชีวิตและวัฒนธรรมของเราก็มีแนวโน้มแปลกๆ ในการจะมองคนในหนัง หรือโทรทัศน์เป็นวัตถุ ในตอนที่ผมนึกถึงตัวอย่างของคน ที่มองคนอื่นเป็นวัตถุ ผมก็รู้สึกว่าภาพของผู้ชายที่นั่งดูหนังโป๊ตรงหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นภาพเปรียบเทียบที่เพอร์เฟกท์เลย ผู้หญิงบนหน้าจอเป็นเพียงแค่วัตถุสำหรับเขา มันไม่มีความเชื่อมโยงผูกพันใดๆ เลย แล้วนักแสดงในตัวผมก็เข้าครอบงำผม ทำให้ผมเริ่มนึกถึงว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นใครได้ ทำไมเขาถึงต้องดูหนังโป๊ เพราะเขาหาสาวไม่ได้เหรอ? ไม่ใช่หรอก มันคงไม่เวิร์กแน่ ถ้าเขาแค่เหงา แล้วถ้าเขาเป็นคนที่จีบสาวติดประจำ แต่ก็ยังรู้สึกหลงใหลการดูหนังโป๊ ซึ่งเป็นปฏิสัมพันธ์ทางเดียว มันดูเหมือนจะเป็นการดึงเอาธีมของการมองคนเป็นวัตถุออกมาได้จริงๆ
ผมก็เลยเริ่มนึกถึงพวก “เสือผู้หญิง” ทั้งหลาย ซึ่งไม่นานนักผมก็เจอกับเรื่องของดอนฮวน ตัวละครที่โด่งดัง เรื่องราวคลาสสิกของดอนฮวนมักจะเป็นโศกนาฏกรรมที่ตัวเอกไม่เคยเรียนรู้อะไรเลยและท้ายที่สุด ชีวิตเขาก็ต้องพังทลายเพราะสันดานของเขา แต่ผมชอบเรื่องราวทีมีสมดุลย์ระหว่างความมืดและแสงสว่าง ผมก็อยากให้หนังเรื่องนี้ มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ผมอยากให้มันมีความหวัง ผมก็เลยตัดสินใจ ทำให้มันออกมาเป็นคอมเมดี้มากกว่า แน่นอนว่ามันเป็นคอมเมดีตลกร้าย และก็ใช่ที่ว่าตัวละครของผมเป็นผู้ชาย ที่ค่อนข้างน่ารังเกียจในตอนแรกที่เราพบเขา แต่ในตอนท้ายเรื่อง ผมคิดว่าผู้ชม จะรู้สึกถึงการเริ่มต้นกลับตัวกลับใจของจอนครับ
ท้ายที่สุดแล้ว don jon ก็ไม่เพียงแต่เป็นหนังเกี่ยวกับการที่คนเรามองคนอื่นเป็นวัตถุเท่านั้น แต่มันยังเป็นเรื่องของการที่เราสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไรด้วย ในแง่นั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องรักครับ เพียงแต่เป็นเรื่องรักที่ชุลมุนชุลเกอยู่สักหน่อย
@ กระบวนการเขียนงานของคุณเป็นอย่างไรบ้าง
ผมคิดว่าผมมีไอเดียเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อน ทั้งๆ ที่ไอเดียต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัวผมมาหลายปีแล้ว ผมจะทำการระดมสมองและเขียนข้อสังเกตเอาไว้ แต่เป็นในแวนคูเวอร์ระหว่างที่ผมกำลังถ่ายทำเรื่อง 50/50 ที่ผมเริ่มปิ๊งไอเดียเกี่ยวกับการใช้โทนคอเมดีและเริ่มนึกภาพจอนว่าเป็นชายอีสต์โคสต์ ที่มีกล้ามมัดใหญ่ และผมเขาใส่เจลจนเยิ้ม ประมาณหกเดือนให้หลัง ระหว่างที่ผมกำลังทำงานให้กับ เดฟ โคเอปป์ มือเขียนบทผู้ชาญฉลาดใน premium rush ผมก็เริ่มเขียนมันให้อยู่ในรูปแบบของบทหนัง ผมไม่เคยทำเหมือนกับว่ามันเป็นงาน แต่มันเป็นความชื่นชอบที่ผมทำในตอนที่ผมมีเวลาว่าง มันใช้เวลาประมาณหนึ่งปีครับ ผมอยู่ในลอนดอนเพื่อถ่ายทำ the dark knight rises ในตอนที่ผมเขียนดราฟท์แรกเสร็จ
@ ความท้าทายในการแสดงบทนี้คืออะไร
หลังจากที่ได้เขียนบทนี้แล้ว ผมก็มีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับบทนี้มากกว่าเรื่องอื่นๆ ดังนั้นพอถึงเวลาถ่ายทำ การแสดงก็กลายเป็นเรื่องค่อนข้างง่าย ผมคิดว่าความท้าทายที่แปลกประหลาดที่สุดสำหรับตัวละครตัวนี้ คือความท้าทายเชิงกายภาพ เพราะจอนเป็นคนหลงตัวเอง ที่ภาคภูมิใจกับกล้ามของเขา โดยส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชอบการออกกำลังกายในทุกครั้งที่ทำได้ แต่ผมไม่ค่อยชื่นชอบการยกเหล็กสักเท่าไหร่ หกเดือนก่อนการถ่ายทำ ผมไปฟิตเนสสัปดาห์ละห้าวัน กินไก่จำนวนมหาศาล แล้วเพิ่มกล้ามเนื้อให้ตัวเองอีกสิบสองปอนด์ บางครั้ง คนก็ถามผมว่า ผมจะทำแบบเดิมมั้ยหลังจากที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว...แน่นอนว่าไม่ครับ
@ สการ์เลตต์ โจฮันสัน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร
ตลอดเวลาที่ผมเขียนถึงตัวละคร บาร์บารา ซูการ์แมน ผมนึกถึง สการ์เลตต์ ในบทนี้เสมอ ผมไม่เคยนึกถึงคนอื่นเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแสดงตลก “แชนดีเลียร์ส” ที่น่าขบขันของเธอในรายการ snl และส่วนหนึ่งก็เพราะผมชื่นชมการแสดงของเธอในหนังหลายๆ เรื่องเช่น lost in translation, vicky christina barcelona หรือแม้กระทั่ง the man who wasn’t there ตอนนั้น เราไม่รู้จักกันเลย แต่ผมอยากจะคุยกับเธอ ถึงบทหนังเรื่องนี้ ก่อนที่เธอจะได้อ่านมัน ผมก็เลยบินไปที่ อัลบูเคอร์คี ที่เธอกำลังถ่ายทำ the avengers อยู่ เราคุยกันนานเกี่ยวกับผู้ชาย ผู้หญิง ความรัก ความใคร่ ความเชื่อมโยง และการมองคนอื่นเป็นวัตถุ หนังโป๊ และหนังรักฮอลลีวู้ด ครอบครัว ศาสนา ภาพลักษณ์ทางกาย ทุกเรื่องเลยครับ ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ได้อ่านบท และโชคดีที่เธอชอบมัน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงดีถ้าเธอไม่ชอบมัน
พิสูจน์ฝีมือการแสดง เขียนบท และกำกับเองของหนุ่มคนนี้ได้พร้อมกัน 28 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



