บันเทิง

'มิณทร์'ปรับแนวใหม่พุ่งเป้า'ป็อบร็อค'

'มิณทร์'ปรับแนวใหม่พุ่งเป้า'ป็อบร็อค'

21 พ.ย. 2556

'มิณทร์'ปรับแนวใหม่พุ่งเป้า'ป็อบร็อค' : ดนตรี




          เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทุกคนได้รู้จักกับหนุ่มน้อย ที่มีความฝันในเรื่องของการร้องเพลง และมีพรสวรรค์เรื่องของการเต้น ซึ่งทุกคนรู้จักเขา ในชื่อของ “มิณทร์ ยงสุวิมล” จากเวทีการประกวด "เดอะเทรนเนอร์ ซีซั่น 2" (เมื่อปี พ.ศ. 2553) ในตอนนั้นทุกคน ให้ฉายาหนุ่มน้อยคนนี้ว่า "วันเดอร์ บอย" โดยมิณทร์ คว้าตำแหน่งชนะเลิศจากการโหวตของแฟนๆ ทั่วประเทศ และเมื่อเสร็จจากการประกวดมิณทร์ ก็ได้เป็นนักร้องเต็มตัว
    
          มิณทร์ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเบอร์ใหม่ให้กับค่าย "อาร์เอสฯ" ด้วยการออกอัลบั้มอีพี ที่มีชื่อว่า "มิณทร์" ออกมา เวลาผ่านเลยไปกว่า 2 ปี หนุ่มน้อยคนนี้ กลับมาอีกครั้ง กับลุคส์ที่โตขึ้น กับวัย 14 ปี ซึ่งมิณทร์เปิดตัวเพลงแรก "รักเกินตัว" ในอัลบั้ม "มิสเตอร์มิณทร์" โดยได้มีการปรับเปลี่ยนให้สมกับวัย และกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ทำให้เขาเขาถูกโยกมาอยู่ภายใต้สังกัด "กามิกาเซ่" ที่ถือว่าเจาะกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ
    
          "เพลงที่ปล่อยออกมาเป็นเพลงแรกในอัลบั้มนี้ของมิณทร์ โดยเพลงนี้จะเป็นเพลงแนวป็อบร็อก สำหรับมิณทร์ว่าเพลงนี้น่ารักฟังสบาย เป็นสไตล์สนุกๆ หน่อย ซึ่งเนื้อหาของเพลงนี้ จะเป็นเหมือนชื่อเพลงเลย คือเป็นรักที่เกินเอื้อมมากๆ แต่เราก็ยังไม่ท้อ เราก็ยังจะสู่ต่อไป" นักร้องหนุ่มเผย ก่อนจะเล่าให้ฟังต่อว่าอัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมา เนื่องจากวัยของเขาที่โตขึ้น
    
          "ด้วยลุคส์ที่ออกมาค่อนข้างแตกต่างจากอัลบั้มแรกของเรา ที่ลุคส์อาจจะไม่โตแบบนี้ แต่ด้วยวัยที่เราโตขึ้น ทำให้ต้องมีการปรับ แต่ไม่ใช่แค่ลุคส์เท่านั้น ยังรวมไปถึงแนวเพลง อย่างอัลบั้มก่อน แนวเพลงของมิณทร์ จะเป็นแนวเอเชียนป๊อบแดนซ์ แต่ในอัลบั้มนี้วางคอนเซ็ปไว้ให้เพลงเป็นแนวป็อบร็อคมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับลุคส์เราที่โตขึ้น" มิณทร์บอก
    
          ก่อนมิณทร์จะเริ่มเล่าต่อว่าเขาเองมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้เยอะพอสมควร ทั้งเรื่องของการดีไซส์เสื้อผ้า เรื่องของการคิดไอเดียเพลง และการออกแบบท่าเต้น อย่างในเรื่องของเพลงส่วนใหญ่ก็จะมาจากประสบการณ์ส่วนใหญ่ของชีวิตมิณทร์เอง
    
          "มิณทร์เตรียมตัวกับเพลงนี้มาประมาณ 2 เดือน ทั้งเรียนร้องเรียนเต้น รวมถึงการปรับแก้ลุคส์ ที่ให้เข้ากับเรามากที่สุด อย่างเพลงนี้จะบอกว่ามีหลายอารมณ์มาก มองผ่านๆ อาจเป็นเพลงสนุกๆ โยกได้ แต่ถ้าฟังในช่วงอารณ์หนึ่งก็ซึ้งได้เหมือนกัน ในช่วงท่อนแรกๆ อย่างมีคนถามมิณทร์เยอะว่าทิ้งการเต้นเลยหรือเปล่า จะบอกว่าเพลงนี้ยังมีการเต้นอยู่ แต่ไม่ได้เป็นการเต้นที่ท่าเต้นตามสเต๊ปแล้ว แต่เป็นการเต้นแบบฟรีสไตล์ คือปล่อยอารมณ์ตามฟิลลิ่งของตัวเอง มิณทร์ว่า น่าจะเข้าถึงคนได้ง่าย ละคนสามารถออกสเต๊ปการเต้นในแบบที่ตัวเองรู้สึก ซึ่งมันจะเข้าถึงได้มากกว่า" มิณทร์กล่าวปิดท้าย