
Eat play life:'เพราะโดดเดี่ยวน่ารักฟาดเงิน'
'เพราะโดดเดี่ยวน่ารักฟาดเงิน' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
แม้หนังใหญ่หนังยักษ์จะบุกบ็อกซ์ออฟฟิศทุกปี และแสดงศักยภาพของสินค้าบล็อกบัสเตอร์ตัวเองได้อย่างน่าพอใจ แต่เมื่อเทียบกับทศวรรษที่ 80 และ 90 แล้ว ตัวเลขรายได้ในตอนนั้น ซึ่งมีหนัง 100 ล้านรายสัปดาห์อยู่เรื่อยๆ นั้น ยุคนี้ถือว่าตกต่ำสุดในรอบ 40 ปี
วัฒนธรรมพวกดนตรีชาร์ต หนังติดบอร์ด ลอยลมบน Box Office นั้น บูมสุดขีดในยุค 70 ของผู้กำกับดัง Hollywood อย่าง Coppola, Lucas และ Spielberg
คนเหล่านี้ ได้ร่มกัน “วางแนวทางธุรกิจภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์” จนส่งอิทธิพลมาถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จครั้งแรกของหนังเหล่านี้ แสดงถึงความเป็น “New Hollywood” อย่างครบถ้วน
ถ้าใครนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงสินค้าวัฒนธรรมอย่าง The Godfather, Jaws และ Star Wars ซึ่งเป็นหนังที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่เทคโนโลยีการสร้าง animation และคุณภาพของบท ภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องนี้ประสบความสำเร็จด้านรายได้ซึ่งคืนทุนการสร้างภายใน 2 - 3 สัปดาห์เท่านั้น
ตัว Star Wars นำอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไปสู่มิติใหม่ทางเศรษฐกิจ ตลาดหนังไม่จำกัดอยู่แค่เพียงรายได้ใน Box Office อีกต่อไป หนังไซไฟหรือหนังวิทยาศาสตร์/จินตนาการ ตีตลาดวิดีโอสำหรับวัยรุ่น
มันจึงไม่น่าแปลกใจ ที่อุตสาหกรรมหนังในยุคใหม่ จะคาดหวังผลประโยชน์จากการสร้างภาคต่อที่ 2 และ 3 จริงอยู่ที่ภาคต่อเหล่านี้ ไม่มีคุณภาพเทียบเท่ากับภาคแรก
แต่ความสำเร็จด้านรายได้ก็ยังงดงามอยู่ดี ไม่เชื่อลองดูรายได้หรือกำไรจากภาคต่อของ The Godfather, Jaws และ Star Wars พิสูจน์ให้เห็นว่ามีการวางแผนสร้างภาคต่อตั้งแต่กำลังสร้างภาคแรก ดังนั้นใน Halloween (1978) Carpenter จึงปูเรื่องให้ศพของ “ฆาตกรโรคจิต” ต้อง “หายสาบสูญ” เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถสร้างภาคต่อได้
และในเวลาต่อมา Michael Myers ได้กลับมาฆ่าคนในจอหนังอีกถึง 5 ครั้งเป็นอย่างน้อย เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเป็น “เช่นเดียวกับหนัง” ที่เกี่ยวกับนักมวยเรื่อง Rocky ของ Sylvester Stallone ที่มีการสร้างภาคต่อถึง 5 ครั้ง ในขณะที่ Superman กลับมาต่อกรกับวายร้าย Lex Luther เพียง 4 ครั้ง และอีก 1 ครั้งเมื่อไม่นานมานี้
วัฒนธรรมภาคต่อยังคงแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ว่าภาคต่อจะล้มเหลวหรือไปได้ดี ภาคต่อของการฟื้นคืนชีพของ Alien (1979) ที่นำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่ 4 ในปี 1997 พิสูจน์ว่าประเด็นของหนังภาคต่อ ยังเป็นที่นิยมได้ในหมู่คนดู แม้ว่าจะสร้างหลังจากภาคแรกนานหลายสิบปีก็ตาม
มีข้อน่าสังเกตว่า George Lucas เองก็เล็งเห็นจุดนี้ตั้งแต่ปี 1977 จึงได้เซ็นสัญญากับ Twentieth Century Fox ให้เขาถือสิทธิ์เป็นผู้สร้างภาคต่อของ Star Wars แต่เพียงผู้เดียว ด้วยความสำเร็จของไตรภาคเรื่องนี้ เขาจึงหาทางออกด้วยการสร้างสิ่งที่เราๆ เรียกว่า prequel ซึ่งหมายถึงเนื้อหาที่ “กลับไปเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ก่อนภาคแรก
ถ้ามีใครมาถามว่ารู้มั้ยทำไม โจ๊กเกอร์ ถึงไม่เคยตายในหนัง batman สักที ให้คุณตอบกลับไปว่า “มันเป็นเหตุผลเดียวกับ home alone ในปี 1990 ที่ว่า ทำไมพ่อแม่ของเจ้าหนูน้อย Macaulay Culkin วัย 11 ปี ถึงลืมลูกได้อีกซ้ำๆ ในภาคที่สอง”
คำตอบก็คือ home alone ฟาดไป 500 ล้านดอลลาร์ในภาคแรก
.......................................
(หมายเหตุ 'เพราะโดดเดี่ยวน่ารักฟาดเงิน' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



