
เล่นหูเล่นตา:'ด้วยรักและอภัย'
'ด้วยรักและอภัย' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม
"มีหลายครั้งที่เสียงของผู้คนดังเสียจนกลบเสียงหัวใจของเราเอง”
ความคิดเห็นหลากหลายของคนแปลกหน้าทำให้เรากดดัน อ่อนล้า และหวาดกลัว มันเข้าไปกัดกร่อนตัวตนที่แท้จริงของเรา... ความเชื่อมั่น ความเข้มแข็งในใจคนบางทีมันถูกทำร้ายด้วยความคิดของคนหลายคน... จากไม่รู้สึกอะไร จะเริ่มสงสัยในตัวเอง! ฉันเกลียดความรู้สึกเหล่านั้น แต่ฉันและผู้คนอีกมากมายที่เวียนว่ายอยู่ในโลกมายาใบนี้ต้องพบเจอกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเตรียมใจหรือทำความเข้าใจกับมันแค่ไหน ก็ยัง "หวั่นใจ" จนต้อง "เสียใจ" อยู่หลายครั้ง... คนมีชื่อเสียงถูกหล่อเลี้ยงด้วย "ความนิยม" ของผู้คน และในความหมายของคำว่า "ความนิยม" นั้น นอกจาก "ความชอบ" แล้ว ยังมี "ความคาดหวัง" ซ่อนอยู่ นี่คือกรอบหรือขอบเขตที่จำกัดพฤติกรรมของคนมีชื่อเสียงไว้ ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นก็ยิ่งต้องลดความเป็นตัวตนให้น้อยลง... ยิ่งอยู่ใกล้ความชอบของผู้คนก็ยิ่งไกลความชอบของเรา... สิ่งที่ผู้คนอยากได้อาจไม่ใช่สิ่งที่เราอยากพูดจริงๆ เมื่อมันมีความคาดหวังเราจึงต้องทำในสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการ... อยากเห็น... อยากให้เป็น... มันเหนื่อยที่จะต้องคอยหาสมดุลระหว่างสิ่งที่คนอยากให้เป็นกับสิ่งที่เราเป็นจริงๆ... เมื่อเราก้าวเท้าเข้าสู่โลกมายานี้แล้ว เราต้องยอมรับทั้งข้อจำกัด ข้อควรปฏิบัติ และยอมลดความเป็นตัวตนของเราเองลงเพื่อ "ความสุขของผู้คนที่นิยมเรา" นั่นคือภารกิจหลัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเปลี่ยนตัวเอง หรือ "แสดง" หรอก เราแค่ลดทอนตัวตนของเราเท่านั้น (เยอะอยู่!)
“เมื่อก่อนชอบ แต่พอเกิดเรื่องนี้ ไม่ชอบแล้ว"
เป็นความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจฉันนัก แต่ก็ไม่กลัว เมื่อไหร่ที่เกิดกระแสข่าวไม่ดีขึ้น ผู้คนจะแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย "เห็นใจ" กับ "ทำลาย" (วงการนี้ไม่มีตรงกลาง) คนเห็นใจ คือ คนจิตดี มีเมตตา รู้จักให้อภัยและให้โอกาส ความรักที่อยู่ในใจคนมันไม่ต้องหาซื้อมา มันอยู่ในนั้นตั้งแต่เกิดมาเป็นคน (ดีๆ) มันพร้อมขยายตัวด้วยการให้ ยิ่งให้ใจยิ่งกว้าง ความเห็นใจ คือ ต้นกล้าน้อยๆ ที่จะเติบโตไปเป็นการให้อภัย นั่นคือ การให้ที่ยิ่งใหญ่
แต่ในคนอีกมากมายไม่มีสิ่งนี้ มีแต่การจ้องจะทำลายด้วยถ้อยคำและความคิดที่ไร้คุณธรรม ไร้เหตุผลราวกับว่าเคยถูกทำร้ายทางร่างกายหรือจิตใจมาตั้งแต่เด็ก จนเกิดเป็นปมต้องคอยกดคนอื่นให้ต่ำ ตัวเองจะได้สูง ต้องทำให้คนดีๆ กลายเป็น "เหยื่อ" ตัวเองจะได้รู้สึกอยู่เหนือ เหมือนเชื้อโรควิ่งเข้าหาสิ่งที่แข็งแรงทำลายล้างจนอ่อนเปลี้ยและเสียชีวิต แล้วก็แพร่กระจายเข้าสู่เหยื่อรายใหม่ต่อไป...
แต่ใน "จุดแข็งของการทำลายล้างนั้นคือจุดบกพร่องของตัวมันเอง" คนที่จ้องทำลายคนสำคัญก็คือคนที่ไร้ความสำคัญ ไร้ตัวตน และไร้ความสามารถ ไม่สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยสติปัญญาหรือพรสวรรค์ของตัวเองได้ เพราะมันไม่มี! ถ้าเราจะทำการวิจัยอย่างเอาจริงเอาจังในแง่ของการหาคำตอบที่ว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสนใจในเรื่องไม่ดีของคนอื่น หรือชอบทำลายมากกว่าสร้างสรรค์
ฉันเชื่อว่าเหตุผลพื้นฐานที่ทำให้คนเป็นเช่นนั้นก็เพราะทำชั่วง่ายกว่าทำดี หรือ การขาดความรัก และการให้ความสำคัญ และนั่นน่าจะมาจากพื้นฐานความรักและการเลี้ยงดูของคนในครอบครัว คนที่ถูกเลี้ยงมาด้วยความรัก จะรู้จักให้ ความรัก ความเห็นใจ และมองโลกในแง่ดี! หาเหตุผลดีๆ ให้แก่เรื่องร้ายๆ ได้ มากกว่าหาเหตุผลร้ายๆ ให้แก่เรื่องดีๆ คนประเภทนี้ฉันอยากจะได้มาเป็นฐานความนิยมเหลือเกิน เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไร พวกเขาจะเข้าใจและอภัย ที่สำคัญไม่แค่สงสัยจนเกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน หากมีเรื่องราวหรือเหตุการณ์ร้ายๆ มากระทบ เรียกว่ามีความมั่นคงและจงรักต่อสิ่งที่ตัวเองรัก (Loyalty) ซึ่งค่อนข้างหายากในคนรุ่นใหม่ ซึ่งรักง่าย หน่ายเร็ว ชอบตามกระแส ชอบเป็นพักๆ เดี๋ยวเดียวก็เบื่อ มีคนดังกว่าก็เปลี่ยนใจ มีข่าวไม่ดีรู้สึกขัดใจก็เปลี่ยนใจ หรือไม่ได้ดั่งใจก็เปลี่ยนใจมันซะงั้น ช่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเสียเหลือเกิน!...
ลำพังคนเดียวก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่รวมกลุ่มกันมาน่ากลัวยิ่งกว่า!
โชคดีที่ไม่ค่อยเจอ เพราะนักร้องแก่เห่าเก่งอย่างฉันเห่าขู่ 2 ก็หนีกันหมดแล้ว หน้าตาอย่างนี้คงขัดใจพวกนาง แล้วพวกนางก็บังคับอะไรฉันไม่ได้เสียด้วย ขืนมีผัวแล้วต้องคอยถามพวกนางว่าผ่านไหม? เอิ่ม... หน้าตาแบบนี้ก็หาผัวยากอยู่แล้ว ยังต้องรอให้แฟนคลับมาคอนเฟิร์มอีก เกรงว่า อีคนที่จะมาเป็นผัวจะแคนเซิลก่อนมะ... แล้วไอ้คำว่า "หนูผิดหวังในตัวเองพี่" เนี่ยนะ ได้ยินใครพูดทีไรของขึ้นทุกที! เอิ่ม... อีหนู... ป้าเป็นแค่นักร้อง ไม่ใช่นักกีฬาทีมชาติ ไม่ใช่ "ความหวัง" อย่ามาเอาเป็นที่ตั้ง อย่ามาคาดหวังอะไร...
นักร้อง นักแสดง ก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่ขายความสามารถทางเสียงหรือการแสดง เพื่อความสุขของประชาชน คนดู คนฟัง แล้วได้สตางค์กลับมาเลี้ยงครอบครัวและตัวเอง จะเป็นคนสำคัญก็ต่อเมื่อประชาชนให้ความสำคัญ หมดสำคัญเมื่อประชาชนไม่สนใจ มีอายุขัยในวงการตามแต่เมตตาและความรักที่คนดูคนฟังจะให้ นอกเหนือจากเวลาทำงานก็กลับมาเป็นคนธรรมดาๆ ที่มีความดีและความชั่วอยู่ในตัว มีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลงอยู่ตามแต่สิ่งเร้า ทำชอบก็ต้องการ "คำชม" ทำชั่วก็ต้อง "ขออภัย" ใครชมก็ชอบ โครด่าก็โกรธ ใครเกลียดก็กลัว (กลัวคนไม่เข้าใจ)... แต่ฉันใครเกลียดก็ช่างมึงเซ่! เพราะฉันอยู่ได้ด้วยความรักไม่ใช่ความเกลียด ความรักทำให้ฉันอ่อนโยน ความเกลียดทำให้ฉันแกร่ง ส่องกระจกทุกวันก็รู้ตัวเองนะว่า คงจะมีคนรักน้อยกว่าคนเกลียด!
แค่อยากให้เห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของคนที่มีชื่อเสียงที่มอบความสุขให้แก่คน ไม่เคยไปทำร้ายใครหรือโกงบ้านโกงเมืองที่ไหน เมื่อใดที่มีกระแสพลาดพลั้งก็อยากให้ใช้ความรัก ความเข้าใจ และให้อภัย เพื่อที่คนคนนั้นจะได้มีโอกาสแก้ไขปรับตัว และสร้างความสุขให้ต่อไป... สำหรับคนที่ไม่รู้จักอภัย ชอบซ้ำเติม ก็ขอมอบเพลงนี้ให้ไว้ฟัง "เส้นทางลูกผู้ชาย" เสก โลโซ
ป.ล. “คน" ของประชาชนอาจกลายเป็น "เหยื่อ" ของประชาชน (คนเลว) ถ้าความรักและความเชื่อมั่นที่มีต่อ "คนคนนั้น" ไม่แข็งแรงพอ
คุณพี่และคนจิตใจดีอีกเป็นล้านจะไม่ปล่อยให้ "พี่หนวด" (ปกรณ์) กลายเป็น "เหยื่อ"... จะรัก เข้าใจ และสนับสนุนนายตลอดไป ให้มันรู้ไปว่า ระหว่างพลังความรักกับพลังความเลว สิ่งไหนจะแข็งแรงกว่ากัน!
.......................................
(หมายเหตุ 'ด้วยรักและอภัย' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



