บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:'ม็อบโซเชียลมีเดีย'

มองผ่านเลนส์คม:'ม็อบโซเชียลมีเดีย'

11 พ.ย. 2556

'ม็อบโซเชียลมีเดีย' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร


   
          การเมืองบนท้องถนนในบ้านเรา ไม่ว่าสีไหน กลุ่มไหน หัวใจของการรวมตัวของผู้คน นอกจาก "ประเด็นร่วม" ทางอารมณ์ ก็คือ "เครื่องสื่อสาร" ในการสร้างเครือข่ายเผยแพร่วาทกรรม ความคิดอุดมการณ์ และคำขวัญ
    
          ปี 2549 สนธิ ลิ้มทองกุล ได้สร้าง "ปรากฏการณ์เอเอสทีวี" จากการใช้ทีวีดาวเทียม และเว็บไซต์ ในนาม "เอเอสทีวี" ถ่ายทอดสดการชุมนุมมวลชน 24 ชั่วโมง
    
          เคเบิลทีวีตามหัวเมืองมียอดสมาชิกพุ่งพรวด รวมถึงจานทึบก็ขายดิบขายดี ไปไหนมาไหน มาแต่คนพูดถึงทีวีดาวเทียมช่องเอเอสทีวี
    
          ปี 2552-53 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ย้อนรอย "สนธิ" ใช้ทีวีดาวเทียมมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ทำให้ "ปรากฏการณ์จอแดง" ในเขตชนบท
    
          ชาวไร่ชาวนาพากันติดตั้งจานดำไว้บนหลังคาบ้าน เพื่อรับชมการถ่ายทอดสด "ม็อบ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน" แบบข้ามวันข้ามคืน
    
          ปี 2556 "โซเชียลมีเดีย" กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายสังคม จากโลกออนไลน์สู่ออฟไลน์ ในการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย ในเวทีต่างๆ
    
          "เฟซบุ๊ก" , "ทวิตเตอร์" และ "ไลน์" สามารถระดมกลุ่มคนที่มีความเห็นต่อต้าน ออกมาเป่านกหวีด เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยไม่ต้องรอ "แกนนำ" หน้าเก่าๆ นัดหมาย
    
          มันเป็น "ปรากฏการณ์ม็อบโซเชียลมีเดีย" การรวมตัวของมวลชน เพื่อแสดงออกทางความคิดทางการเมือง ผ่านเครื่องมือโซเชียลมีเดีย ที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านราย
    
          ต้องยอมรับว่า กระแสการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทุกประเภท ทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่า 25 ล้านคนในปัจจุบัน
    
          แถมพฤติกรรมของผู้บริโภค 70-80% ให้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์มาเป็นอันดับหนึ่ง เรียกว่าราว 1 ใน 3 ของเวลาต่อวัน หรือ 8 ชั่วโมงต่อวันใช้งานโซเชียลมีเดีย หากเทียบกับดูทีวี ฟังวิทยุ และอ่านหนังสือพิมพ์ ที่ใช้เวลาเหลืออยู่ราว 1-2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น
    
          พจน์ ใจชาญสุขกิจ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์สื่อสารองค์กรและนายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย วิเคราะห์ว่า "เครื่องมือโซเชียลมีเดีย จึงกลายเป็นเวทีสำคัญ ด้วยเป็นพื้นที่อิสระทางความคิด เป็นรูปแบบการ "สื่อสารสองทาง" โดยเริ่มจากการ "พูดคุย" สื่อสารผ่านช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้ง กรุ๊ป Line ในกลุ่มคนคอเดียวกัน ซึ่งพัฒนามาจากการตั้งวงพูดคุยในประเด็นที่อยู่ในกระแสสนใจ พร้อมพฤติกรรมเสพข้อมูลข่าวสารแบบ "เรียลไทม์" ผ่านสื่อออนไลน์ เกาะติดข้อมูลจากกลุ่ม opinion leader ที่ทำเสนอมุมมองผ่านโซเชียลมีเดีย"
    
          กระแส "แชร์" ข้อมูลข่าวสาร อาจเร็วและแรง แต่ก็เป็น "ดาบสองคม" เมื่อผู้ไม่ประสงค์ดี หวังปั่นสถานการณ์ ย่อมจะใช้ "พื้นที่" เครือข่ายสังคมออนไลน์ ปล่อย "ข่าวลือ-ข่าวลวง" ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดมากมาย
    
          ยิ่งมีพฤติกรรม "แชร์" แห่ตามกัน โดยไม่ได้คิดใคร่ครวญหรือตรวจสอบข้อมูล ย่อมจะตกเป็น "เหยื่อ" ของกลุ่มคนที่ไม่หวังดีมาปั่นสถานการณ์
    
          โดยเฉพาะการนำภาพเก่าๆ มาแชร์ และบรรยายข้อความใหม่ ได้ก่อให้การเข้าใจผิด และอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้
    
          พลังโซเชียลมีเดีย สามารถดึงผู้คนจากโลกออนไลน์ออกมาร่วมแสดงพลังในเวทีต่างๆ ได้จำนวนมาก เป็นการตอกย้ำพลังการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ในวันนี้
    
          หากมีการใช้พลังดังกล่าวไปทำในสิ่งผิด ก็เป็นเรื่องเศร้า ที่ประเทศชาติ จะต้องจมอยู่ความขัดแย้งต่อไปอีกนานแสนนาน

.......................................
(หมายเหตุ 'ม็อบโซเชียลมีเดีย' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม  โดย... บรรณวัชร)