
โลกใบนี้ดนตรีไทย:'ศิษย์เขมา รีเทิร์น'
'ศิษย์เขมา รีเทิร์น' : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน
เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการแสดงดนตรีไทย ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายการนี้จะมีชื้อว่า "จุฬาวาฑิต" ซึ่งเป็นรายการที่จัดการแสดงดนตรีไทยในรูปแบบต่างๆ สลับหมุนเวียนกันไปเป็นประจำทุกวันศุกร์แรกของทุกๆ เดือนที่มีมายาวนานกว่า 25 ปี ครั้งนี้ก็เป็นคิวการแสดงของวงปี่พาทย์ไม้แข็งคณะศิษย์เขมา ซึ่งการแสดงก็ได้ผ่านพ้นไปในไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยตัวผมเองนั้นตอนแรกก็ตั้งใจที่จะไปชมอยู่เหมือนกัน แต่บังเอิญว่าติดงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ก็เลยไม่สามารถที่จะเดินทางมาชมได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะจะว่าไปแล้วการแสดงในครั้งนี้เป็นเหมือนกับการที่เรียกว่า "รีเทิร์น" ซึ่งก็คล้ายกับคอนเสิร์ตของวงนูโว หรือวงคีรีบูน ที่กลับมารวมตัวกันมาแสดงแล้วให้แฟนเพลงหรือผู้คนที่นิยมชมชอบวงนั้นๆ ในอดีตได้กลับมาดูมาชมมาให้หวนคิดถึงกันนั่นเองแหละครับและในทางของวงการดนตรีไทยแล้วนั้นวงปี่พาทย์ศิษย์เขมา แฟนๆ เพลงก็มีความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรไปกับวงนูโวหรือวงคีรีบูน และวงปี่พาทย์ของคณะศิษย์เขมานั้นก็มีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าการที่จะบอกว่าวงนี้เป็นวงที่เก่งหรือเป็นวงปี่พาทย์ที่ได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใดขนาดไหนกันหรอกครับแต่วงนี้เป็นวงปี่พาทย์ที่มีความน่าสนใจตรงต้นกำเนิดของวงและตัวของครูผู้ฝึกสอนมากกว่า
ถ้าย้อนไปประมาณเมื่อต้นๆ ยุค พ.ศ. 2520 ในตอนนั้นก็เป็นที่รู้กันว่าวิทยาลัยนาฏศิลปนั้นจะมีนักเรียนที่มีฝีมือในการเล่นดนตรีไทยโดยเฉพาะวงปี่พาทย์กันอย่างมากมาย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะว่าวิทยาลัยนาฏศิลปะนั้นจะมีเด็กที่เก่งๆ เดินชักแถวกันเข้ามาเรียนซึ่งก็ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งตัวผมเอง แต่ในยุคนั้นวิทยาลัยนาฏศิลป ก็จะมีคู่แข่งทางการปี่พาทย์มาโดยตลอด ซึ่งก็คือโรงเรียนวัดเขมาภิตาราม จังหวัดนนทบุรีนั่นเอง ซึ่งโรงเรียนนี้ความจริงแล้วนั้นก็เป็นโรงเรียนมัธยมทั่วไปไม่ได้เป็นโรงเรียนที่เน้นสอนดนตรีหรือศิลปะการแสดงต่างๆ โดยตรง แต่อาจารย์สุพัตร แย้มทับ ผู้นี้นามนี้ท่านได้ฝึกหัดและฝึกซ้อมเด็กนักเรียนขึ้นมาและส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลต่างๆ อย่างมากมายและที่สำคัญในรายการของดนตรีไทยมัธยมศึกษา โดยในสมัยนั้นยังไม่ได้จัดเป็นการประกวดแบบในปัจจุบันนี้ ซึ่งจะจัดการแสดงดนตรีไทยแบบใครมีอะไรก็มาโชว์ฝีมือกันแบบไม่ต้องตัดสินและมีกติกามาควบคุม และวงปี่พาทย์ของโรงเรียนวัดเขมาภิตาราม นั้นก็จะเป็นวงเดียวที่ได้ขับเคี่ยวกับวิทยาลัยนาฏศิลปกันมายาวนานหลายยุคหลายสมัยและก็สามรถผลิตมือระนาดเอก ที่เก่งๆ ให้เกิดขึ้นมาในโรงเรียนนี้อย่างต่อเนื่อง
จวบจนเมื่อปี พ.ศ. 2527 ที่วัดพระพิเรนทร์ ซึ่งจะเป็นการจัดการบรรเลงโชว์วงปี่พาทย์แบบมืออาชีพเนื่องในงานไหว้ครูกันเป็นประจำทุกปีจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ในปีนั้นโรงเรียนวัดเขมาภิตารามนั้นได้สร้างชื่อเสียงในเรื่องของวงปี่พาทย์มากที่สุด ก็คือในครั้งนั้น อาจารย์สุพัตร แย้มทับ ได้ปั้นมือระนาดเอกขึ้นมาใหม่ที่ชื่อว่า ดช.ไกรสันต์ แย้มทับ หรือน้องเอก มือระนาดเอกวัยเพียง 13 ปี ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือลูกชายของท่านนั่นเอง แต่ด้วยความเป็นลูกนั้นก็ไม่ได้สำคัญกว่าที่เด็กชายคนนี้มีฝีมือในการตีระนาดเอกแบบที่เรียกว่าไหวดุดันเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันหรือแม้กระทั่งวัยรุ่นสมัยนั้นอีกหลายต่อหลายคน ก็เรียกว่าแจ้งเกิดกันในงานนี้กันไปเลยครับ จนกระทั่งเด็กชายไกรสันต์ ก็ได้เติบโตขึ้นมาเป็นนักระนาดเอกที่มีฝีมือในระดับหัวแถวของนักระนาดเอกเมืองไทยและอยู่ในวงการปี่พาทย์มาอย่างยาวนานในฉายาของ "เอก เขมา" และในปัจจุบันนี้ด้วยวัย 40 ปีต้นๆ ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น อาจารย์ธนาเศรษฐ์ แย้มทับ รับราชการครูอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี แถมกำลังจะมีดีกรีเป็นดอกเตอร์อีกด้วยครับ
หลังจากที่ ท่านอาจารย์สุพัตร แย้มทับ ได้เกษียณอายุราชการลูกศิษย์ของท่านในโรงเรียนวัดเขมาในยุคนั้นก็ได้เติบโตไปเป็นบุคคลสำคัญในวงการศึกษาและดนตรีไทย และส่วนใหญ่เกือบ 100% จะไปรับราชการเป็นครูสอนดนตรีไทยกันเกือบทั้งหมด เรียกว่าเดินตามทางของคุณครูที่วางไว้ กันอย่างเป็นทิวแถว ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมทั้งศิษย์และครูของบุคคลที่เราสามารถเรียกพวกเขาได้ว่า"ปี่พาทย์ราชการและงานวัด "ก็คือทุกวันนี้พวกเขาส่วนใหญ่ในยามว่างนั้นจะรวมตัวกันรับงานแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวัดงานศพ ในนามของคณะ "ศิษย์เขมา" จะมีบ้างบางท่านที่อยู่ห่างกันด้วยระยะทาง แต่ในรายการจุฬาวาทิตที่ผ่านมา ลูกศิษย์ของอาจารย์สุพัตร แย้มทับ ในยุคของวัดพระพิเรนทร์ 2527 นำโดย "เอก เขมา" ได้กลับมาเป็น "ศิษย์เขมารีเทิร์น" กันอย่างครบครันจึงไม่ต้องแปลกใจกันว่า ที่ผมและคอปี่พาทย์อีกหลายๆ ท่านนั้นบ่นว่า "เสียดายที่ไม่สามารถไปรับชมได้ครับ" เฮ้อออ
.......................................
(หมายเหตุ 'ศิษย์เขมา รีเทิร์น' : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)



