บันเทิง

'เพลงเพื่อมวลประชา'

'เพลงเพื่อมวลประชา'

07 พ.ย. 2556

'เพลงเพื่อมวลประชา' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ

 
 
 
          เดิมที ตั้งใจจะเขียนถึงเพลงแห่งฤดูฝนในตอนที่สอง เพื่อส่งท้ายฤดู ก่อนจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ฤดูใหม่ แต่บรรยากาศบ้านเมืองเราเมื่อสองสองสัปดาห์ก่อนกับวันนี้ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คล้ายกับการเร่งผลผลิตของเกษตรกรมักง่าย เห็นแก่ได้ ที่ใส่สารเร่งให้ผลผลิตสุกงอม โดยไม่สนใจความเป็นไปของผู้คนและธรรมชาติ
 
เพลงของคนเดือนตุลา
          ในอดีตเพลงแห่งการต่อสู้เพื่อมวลประชา ของไทย ตั้งแต่ยุค พศ. 2516 -2519 เริ่มจากยุคเพลงที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก อย่างเพลงของ บ๊อบ ดิแลน, โจอัน เบซ และกลุ่มศิลปินอื่นๆ ที่ร้องประท้วงใน อเมริกา นับว่ามีอิทธิพลต่อแนวทางการต่อสู้ของนักศึกษาและปัญญาชนของไทย การแสดงออกทางความคิดผ่านการแต่งตัวของคนยุคนั้น คือใส่ยีน ถือย่าม รองเท้ายาง ผมยาว สนใจปัญหา ความทุกข์ยากของชาวนา ความไม่เป็นธรรมในสังคม และพัฒนาเนื้อหาและดนตรีมาสู่ยุคการแสวงหาในเวลาต่อมา ในภาคดนตรีที่เน้นกีตาร์โปร่ง บรรเลงเพลงโฟล์ก หรือการนำเสนอเพลงแบบพื้นบ้านโดยการใส่เสียงจากเครื่องดนตรีไทยเข้าไป แนวคิดของเพลงเน้นไปการปลุกใจ ให้ลุกขึ้นสู้ต่อต้านกับอำนาจรัฐ เพลงยุคนั้นได้กลายเป็นเพลงสะท้อนวิถีชีวิตของคนกลุ่มต่างๆ สะท้อนปัญหาของชาติ และอุดมการณ์ของผู้ร่วมต่อสู้
เพลงคนกับควาย ของวงคาราวานเป็นตัวแทนของเพลงยุคนี้ได้เป็นอย่างดี จากทำนองเพลง Master of war -บ๊อบ ดิแลน โดยมี สมคิด สิงสง เขียนคำร้องภาษาไทย
 
เพลงของคนเดือนพฤษภา
          เหตุการณ์ต่อมาในปี 2535 เรียกว่า พฤษภาทมิฬ ช่วง วันที่ 17-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เหตุอันเนื่องมาจากรัฐประหาร เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ ในปีก่อนหน้า ของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) โดยยึดอำนาจจาก รัฐบาล ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็น นายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลหลักว่า มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างหนักในรัฐบาล และรัฐบาลพยายามทำลายสถาบัน
 
          ทหาร จึงมีการเสนอชื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งเมื่อได้รับพระราชทานแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ก็เกิดความไม่พอใจของประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ในระหว่างที่มีการทักท้วงโต้แย้งเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่ว่า ไม่มีความเป็น
 
          ประชาธิปไตย ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ถูกประกาศใช้ จึงเกิดการต่อต้านจากประชาชน นำขบวนโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง (หัวหน้าพรรคพลังธรรมในขณะนั้น)
เพลง ราชดำเนิน ของ แอ๊ด อี๊ด โอภากุล อัลบั้ม พฤษภา เป็นตัวแทนของเพลงยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เสียงร้องกับ เสียง ทรัมเป็ต ฟังแล้วได้บรรยากาศแห่งการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี
 
เพลงของคนเดือนพฤศจิกา
          จากจุดเริ่มต้นในการบริหารประเทศของ ทักษิน ชินวัตร สู่การปฏิวัติในปี 2549 ได้แบ่งคนไทยออกเป็นหลายสี ต่อมาได้มีการเลือกตั้งใหม่ที่ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายก ที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่าจะขอแก้ไข ไม่แก้แค้น ในวันที่ 23 สิงหาคม 2554 โดยมีนโยบายเร่งด่วนคือ นโยบายปรองดอง สรุปเป็นข้อความสั้นๆ ว่า จะส่งเสริมความเข้าใจให้เกิดความสามัคคีของประชาชน จะเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง และจะตรวจสอบค้นหาความจริงจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง โดยได้มีการเสนอแนวคิด พ.ร.บ.ปรองดองมาเป็นระยะ แต่ก็ถูกคัดค้าน จากผู้ไม่เห็นด้วย จนแหลงร่างมาสู่ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่ วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการพรรค เพื่อไทย และทนายความ นปช. รวมถึง ส.ส พรรคเพื่อไทยอีก 21 คน ได้รับการสนับสนุนจากคนเสื้อแดงอย่างสุดตัว แต่แล้วเมื่อมีการผ่านร่าง พ.ร.บ. จริง กลับเป็น พ.ร.บ นิโทษกรรมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนเปลี่ยนแปลงสาระใจความไปจนสุดซอย จึงมีผู้ไม่เห็นด้วย ออกมาเปิดหน้าคัดค้านอย่างชัดเจน และขยายวงออกไปอย่างรวดเร็ว 
 
          แม้จะมีหลายกลุ่มที่รวมตัวกันออกมาคัดค้านต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับนี้ ไม่เพียงเฉพาะ ผู้คนในกรุงเทพฯ แต่ยังมีอีกหลายจังหวัด รวมทั้งองค์กร นักธุรกิจ แพทย์ พยาบาล สถาบันการศึกษา และองค์กรต่างๆ อีกมากมายที่ร่วมต่อต้าน อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับ พ.ร.บ. ฉบับใดของการเมืองไทยมาก่อน นับเป็นความพร้อมเพรียงของคนในชาติที่น่าติดตาม
 
          ความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเช่นนี้ ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า บรรยากาศการเมืองไทย จะเดินไปในทิศทางใด และจะมีเพลงอะไรที่เหมาะจะเป็นตัวแทนของยุคสมัยประชาธิปไตยในวาระนี้ โชคดีประเทศไทย
 
.......................................
(หมายเหตุ 'เพลงเพื่อมวลประชา' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ)