บันเทิง

คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 11หนังไทยกึ่งสารคดีโดดเด่น

คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 11หนังไทยกึ่งสารคดีโดดเด่น

05 พ.ย. 2556

คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 11หนังไทยกึ่งสารคดีโดดเด่น : สกู๊ปบันเทิง


    
          ผ่านพ้นไปแล้วกับการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 2 ของ "ประเภทภาพยนตร์ไทย" ที่หนังไทยปีนี้ แม้จะมีจำนวนน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะค่ายหนังใหญ่ๆ ต่างผลิตหนังน้อยลง หนังหลายเรื่องที่ฉายในโรงภาพยนตร์เป็นหนังของค่ายเล็กๆ ทำให้คณะกรรมการต่างฟันธง ว่าปีนี้อาจเกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ สำหรับรางวัลประเภทภาพยนตร์ไทย ในงานคมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 11 ก็เป็นได้
    
          หากดูกันให้ดีๆ จะเห็นได้ว่าหนังในปีนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเรื่องราวของวัยรุ่น ใช้นักแสดงวัยรุ่น หรือจะว่าด้วย เรื่องภาษาวัยรุ่น แต่โดยรวมภาพยนตร์ไทยที่โดดเด่นก็ยังคงเป็นภาพยนตร์นอกกระแสจากค่ายหนังเล็กๆ เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น "ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" ผลงานการเขียนบท และกำกับโดย นนทวัฒน์ นำเบญจพล หรือจะเป็น "ประชาธิปไทย" ของ 2 ผู้กำกับมือรางวัลอย่าง เป็นเอก รัตนเรือง และ ภาสกร ประมูลวงศ์
    
          นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "ตั้งวง" ผลงานการเขียนบทและกำกับของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (ซึ่งปีที่แล้วได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม) ส่วนในปีนี้หนังเรื่องตั้งวง ก็มีความโดดเด่นเรื่องบท หนังได้ตั้งประเด็นคำถามเกี่ยวกับความเป็นไทยของสังคมยุคใหม่ที่มีความขัดแย้งกัน ว่าแท้จริงแล้วความเป็นไทยคืออะไร หนังสามารถวิจารณ์สังคมได้อย่างร่วมสมัย และผสมกลมกลืน นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องนักแสดงที่แม้ว่าจะใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด แต่การใช้ดาราหน้าใหม่กลับเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนดู เชื่อว่านักแสดงแสดงได้เป็นธรรมชาติและสมบทบาท
    
          นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์จากค่ายใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น เอ็ม39 จีทีเอช สหมงคลฟิลม์ ไฟว์สตาร์ ฯลฯ ที่ส่งภาพยนตร์ตามกระแสเข้ามาตีตลาด ซึ่งมีหลายเรื่องที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็น "เกรียนฟิคชั่น" หนังวัยรุ่นของค่ายสหมงคลฟิล์ม ที่ดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ แม้จะใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด  หรือจะเป็น "คู่กรรม" ของเอ็ม 39 ที่แม้ว่าหนังจะได้รับเสียงติมากกว่าเสียงชม ทั้งเรื่องบท องค์ประกอบ และการตีความของเรื่องที่ต่างไปจากเดิม แต่เรื่องนี้ก็ได้นักแสดงแม่เหล็กอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มาแสดงเป็น โกโบริ ซึ่งกระแสตอบรับจากแฟนๆ ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าแสดงได้ดีมาก ทำให้ "ริชชี่" อมราวดี ดีคาบาเลส ที่แสดงเป็นอังศุมาลินถูกมองว่าแสดงไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งท่าทาง แววตาและอารมณ์ที่แสดงออกมาค่อนข้างกระจัดกระจาย ทำให้คนดูเกิดความค้างในอารมณ์เมื่อดูถึงฉากสุดท้าย
    
          นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย" นับว่าเป็นหนังในกระแสอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีความโดดเด่นเรื่องบท ดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้นักแสดงในเรื่องยังเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็น "เก้า" จิรายุ ละอองมณี "ปันปัน" สุทัตตา อุดมศิลป์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบทภาพยนตร์ที่โดดเด่นดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ  ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง "Love Syndrome รักโง่ๆ" ก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี (สวนกระแสรายได้) นับว่าเป็นหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูไม่ซ้ำซาก เป็นหนังน้ำเน่าที่ดูไม่น้ำเน่า แถมนักแสดงนำไม่ว่าจะเป็น  "โตโน่" ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ "ยิปซี" คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ ธิติรัตน์ โรจน์แสงรัตน์ ต่างแสดงได้ดีแถมดูเป็นธรรมชาติมากๆ
    
          นอกจากเรื่องวัยรุ่นปีนี้ ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่นำเสนอโลกกลางคืน อย่งหนังเรื่อง "สาวคาราโอเกะ" ผลงานกำกับของ วริศรา วิจิตรวาทการ หนังเรื่องนี้มีความโดดเด่นเรื่องภาพ มีสไตล์การถ่ายภาพที่น่าสนใจ เป็นการผสมเรื่องเล่าและสารคดีไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มีการนำเสนอโลกกลางคืน (โดยใช้นักแสดงในอาชีพนั้นจริงๆ) ได้อย่างน่าสนใจ หากดูให้ดีจะเห็นว่ายังมีหนังเรื่อง "นางฟ้า" ที่ได้ "ตั๊ก" บงกช คงมาลัย ทั้งเขียนบท กำกับฯ และลงทุนแสดงนำเอง อีกเรื่องหนึ่งนำเสนอเส้นเรื่องที่คล้ายคลึงกันเพียงแต่เรื่องนี้ใช้นักแสดงมืออาชีพ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเทียบได้กับหนังดังในอดีตอย่าง "ธิดาโรงแรม" เลยทีเดียว
      
          อ.มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ หนึ่งในคณะกรรมการให้ความเห็นว่า ปรากฏการณ์ใหม่ของหนังไทยปีนี้ไว้ว่า "รางวัลในสาขาต่างๆ ของภาพยนตร์ไทย ไม่ว่าจะเป็นสาขาบทภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม และ สาขาภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม (ซึ่งทุกปี 5 อันดับสุดท้ายของ 3 รางวัลนี้ มักจะเป็นหนังเรื่องเดียวกัน) ในปีนี้อาจจะไม่กระจุกตัวเหมือนทุกปีที่ผ่านมา อาจมีการกระจายตัวมากขึ้น แต่ผลสรุปของรางวัลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลสรุปของคณะกรรมการท้ายสุด เพราะภาพยนตร์ที่น่าสนใจมักจะมาปลายปี ถึงแม้ปีนี้หนังไทยจะมีน้อยจนดูเหมือนไม่มี แต่ถ้าตรวจสอบดีๆ อาจมีหัวกะทิที่แฝงตัวอยู่ในหนังแต่ละเรื่อง ซึ่งหนังเหล่านั้นอาจจะอยู่ในกระแสหรือไม่ได้อยู่ในกระแสก็ได้" อ.มโนธรรมกล่าว
    
          ยังเหลือเวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะจัด 5 อันดับของหนังไทยสาขาต่างๆ ออกมาได้ ดูๆ ไปแล้ว ยังมีหนังไทยที่เข้าคิวรอเข้าชิงชัยทั้งค่ายใหญ่ ค่ายเล็ก ไม่ว่าจะเป็น "Time line จดหมาย ความทรงจำ" ของ นนทรี นิมิบุตร  "Marry is Happy Marry is Happy" ของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ "ฮาชิมะ โปรเจกต์" ของ ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ "รวมพลลูทุ่งเงินล้าน" ของ กัลป์ หงษ์รัตนาภรณ์ ฯลฯ งานนี้คงได้แต่ลุ้นตัวโก่งเท่านั้น

.......................................
(หมายเหตุ คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่ 11หนังไทยกึ่งสารคดีโดดเด่น : สกู๊ปบันเทิง)