บันเทิง

Eat Play Life:ธุรกิจ'ชื่อหนังสือ'

Eat Play Life:ธุรกิจ'ชื่อหนังสือ'

29 ต.ค. 2556

ธุรกิจ'ชื่อหนังสือ' : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร



    
          งานสัปดาห์หนังสือที่เพิ่งหมดไปแค่วันสองวัน ไม่ได้ทำให้ผมคิดถึงอะไรอื่น นอกเหนือไปจากชื่อของหนังสือ ที่นับวันจะเป็น “เทรนด์คำพูด” หรือรูปประโยคมากกว่าชื่อตามขนบของสมัยก่อน อาจจะมีชื่อของ Til we meet again แบบงานอาลัย หรือมีชื่อ Wine I love you กระทั่ง The Song that changed the world โดยที่ยังไม่นับชื่อรูปประโยคอีกมากในแผงหนังสือต่างประเทศ การที่ทางและเทรนด์ชื่อหนังสือมาทิศนี้ นั่นก็เพราะว่ามันช่วยให้ยอดขายมีโอกาสขยับ มีอะไรใหม่ๆ เพราะชื่อหนังสือนี่แหละ ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า publishing name game หรือชื่อของหนังสือ ก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง
    
          เคยมีผู้กล่าวเอาไว้ว่า Don’t Judge a Book by Movie Version หากนำมาเทียบเคียงกับชื่อหนังสือก็คงเช่นเดียวกัน เราคงไม่สามารถวัดคุณค่าหรือตัดสินว่าหนังสือเล่มไหนดี ไม่ดีจากชื่อของมัน
    
          แต่ช่วง 4-5 ปีมานี้ มีปรากฏการณ์น่าสนใจในวงการหนังสือต่างประเทศเกี่ยวกับอิทธิพลของชื่อเรื่องที่สามารถผลักดันหนังสือหลายเล่มให้ทะลุสู่เบสต์เซลเลอร์ ทำยอดขายได้เป็นหลักแสนหลักล้านเล่ม ส่งให้นักเขียนบางคนเป็นเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน
    
          ในการเดินทางของงานเขียนคลาสสิกนั้น เคยมีหลายเล่มที่มีชื่ออย่างอื่น ที่เคยจะถูกตั้งมาก่อน และมันน่าสนใจว่า ถ้ามีชื่อแบบนั้น มันจะดังอย่างที่มันดังไหม
    
          ยกตัวอย่างเช่น Pride and Prejudice ( 1813 ) ของ Jane Austen ก่อนหน้านี้เคยคิดจะตั้งชื่อว่า First Impressions,
    
          David Copperfield ( 1849 ) โดย Charles Dickens ชื่อเดิมคือ Mag’s Diversions อันนี้ว่าฮาแล้ว มาดู Alice’s Adventures in Wonderland ( 1865 ) โดย Lewis Carroll เพราะฮากว่า เนื่องจากชื่อเดิม คือ Alice’s Adventures Underground
    
          บางเล่มชื่อที่โด่งดังและง่ายๆ ก็เคยจะมาจากชื่อที่ยากไป เช่น War and Peace (1866 ) ของ Leo Tolstoy นั้น ตัวชื่อเดิมคือ All’s Well That Ends Well หรือ The Time Machine ( 1895 ) โดย H.G.Wells ชื่อเดิมที่เกือบจะใชคือ The Chronic Argonauts
    
          ชื่อหนังสือย่อมมี “ความรู้สึก” ของมัน เพราะภาษาและถ้อยคำมีอารมณ์และการออกเสียง อย่างเล่มที่ชื่อ Sons and Lovers (1913 )ของ D.H.Lawrence ฟังอ่านยังไงก็ไพเราะกว่าชื่อเดิมคือ Paul Morel หรือที่ไม่นานมานี้กลับมาเป็นหนัง และมีบางคนชอบอย่าง The Great Gatsby (1925 )ของ F. Scott Fitzgerald ตัวชื่อเดิมคือ Incident at West Egg
    
          บางเล่มชื่อใหม่กับชื่อเก่า ก็สูสีกัน เช่นหนังสืออย่าง The Sound and the Fury (1929 )ของ William Faulkner ที่ชื่อเดิมคือ Twilight แต่ที่โคตรฮามากก็คือหนังสือเล่มโปรดของผมอีกเล่มอย่าง The Postman Always Rings Twice ( 1934 ) โดย James M. Cain ชื่อเดิมคือ Bar-B-Q
    
          และหนังในดวงใจของ สุทธิชัย หยุ่นอย่าง Gone with the Wind นั้น ตอนเป็นวรรณกรรมเคยตั้งชื่อไว้ว่า Tomorrow is Another Day เหมือนที่หนังสือโปรดของ ทิวา สาระจูฑะ อย่าง Of Mice and Men ของ John Steinbeck มันเคยมีชื่อเดิมคือ Something That Happened
    
          ชื่อจึงมีความรู้สึกของถ้อยคำและการขายได้ แต่ว่ากันถึงที่สุด เนื้อหาต้องดีจริงก่อน เพราะถ้ามันอ่อนยวบกลวงโบ๋ ต่อให้จะชื่อ smart lady แต่ถ้าตื้นเขินกับชีวิตและความรู้ มันก็แค่ชื่อเท่านั้น

.......................................
(หมายเหตุ ธุรกิจ'ชื่อหนังสือ' : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)