
เล่นหูเล่นตา:ความดี?
ความดี? : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
การผ่านเหตุการณ์ เรื่องราว และผู้คนจนมาถึงวันนี้...ฉันยังคงเฝ้าถามตัวเองเสมอว่า... "ฉันยังคงเป็นคนคนเดิมหรือเปล่า?" มีสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไป มีสิ่งเลวร้ายอะไรที่ปนเปื้อนหรือตกตะกอนอยู่ในใจจิตใจฉันบ้างไหม แล้วความดีที่มีอยู่ในจิตใจยังคงอยู่มากน้อยแค่ไหน? ... มันยังคงเป็นคำถามที่ต้องคอยถามตอบตัวเองอยู่ทุกๆ วัน ...
ฉันเชื่อว่าคนแต่ละคนที่เกิดมาบนโลกนี้ มีต้นทุนความดีในใจมาก-น้อยแตกต่างกัน ทั้งนี้ไม่รวมถึงบุญบารมีที่สะสมมาจนแปรสภาพมาเป็นวาสนาในชาตินี้ อันจะส่งผลให้ชีวิตไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้นๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเจริญรุ่งเรือง... คนบางคนเกิดมาด้วยต้นทุนแห่งความดีที่มาก คนไทยมีคำพูดที่ว่า... พระมาเกิด นั่นหมายความว่า คนคนนั้นจะมีจิตที่ดี คิดดี พูดดี ทำดี มีเมตตา โอบอ้อมอารี รู้จักให้ รู้จักอภัย ไม่ว่าจะต้องอยู่ในสังคมและผู้คนที่เลวร้าย สิ่งต่างๆ เหล่านั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความดีในจิตที่มีอยู่เป็นต้นทุนนั้นได้ ยิ่งนานวันความดีนั้นก็ยิ่งจะแกร่งและชัดมากขึ้นไป นั่นคือการสร้างสมบุญบารมีในตัวคน ... ฉันอยากเป็นแบบนั้น!
"ขอคุณงามความดีจงสถิตอยู่ในตัวข้าพเจ้าตลอดไป..."
ฉันไม่เคยขอให้พระให้เจ้าช่วยเหลือให้ฉันเจริญรุ่งเรืองเพราะคุณพระคุณเจ้าเป็นเพียงที่มั่นของศรัทธาและแรงบันดาลใจให้มนุษย์ทุกผู้คนยึดมั่นในการทำคุณงามความดี การทำความดีก็จะได้ความสบายใจ ได้สะสมความดีใหม่ๆ เข้าไปผนวกกับความดีที่มีอยู่เป็นทุนเดิม และนั่นก็จะทำให้ชีวิตและจิตใจของเราดีเอง... ไม่ต้องไปขอความช่วยเหลือจากสิ่งใด แต่ควรทำความดีด้วยตัวเอง... ฉันเชื่อของฉันแบบนั้น
"พี่... งานนี้พี่ต้องไปบน (บนบานศาลกล่าว) นะ น้องขอร้อง ครั้งนี้พี่ต้องเชื่อน้อง" นังนุชนาฎ ผู้ช่วยตัวป่วนที่มักจะเชื่อถือเรื่องราวมูเตรูทั้งหลายและพยายามเผยแพร่ความเชื่อนั้นมาสู่พวกเราด้วยการบอกเล่าเชิงชักชวน ทั้งเรื่องผีสาง เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึงหวย!
"คนเราจะทำอะไรสำเร็จ มันขึ้นอยู่กับความสามารถและวาสนา ไม่งั้นใครๆ ที่ไปบนขอท่านก็คงได้สมหวังกันทุกคน ไม่เว้นคนดี คนเลว คนขี้เกียจ คนขยันน่ะเซ่ ... โธ่! อีนุช"
บางคนอาจเถียงว่า คนบางคนทั้งเลว ทั้งขี้เกียจ ยังได้ดีกว่าคนดี คนขยัน นั่นอาจเป็นเพราะวาสนา บุญที่สะสมมาแต่ชาติที่แล้ว แต่ถึงยังไรความสามารถมันก็ยังต้องมีอยู่ในตัวอยู่ดี ความสามารถมันมีทั้งด้านลบและด้านบวก... ไม่งั้นคนบางคนที่ตอแหล แชนเดอ "เลีย" เก่งๆ คงไม่ได้ดีข้ามหน้าข้ามตาคนขยันกว่าหลายๆ คน ก็นั่นแหละ "วาสนา" มันแข่งกันไม่ได้อย่างที่เตี่ยฉันพร่ำสอนตั้งแต่เด็กน่ะค่ะ คุณตำรวจขา!
ฉันอยากเป็นคนดี คิดดี พูดดี ทำดี ตั้งแต่ตื่นลืมตาขึ้นมาไปจนหลับตานอนในทุกๆ วัน... แต่ฉันก็รู้ดีว่า ฉันไม่ใช่พระ หรือนางฟ้ามาเกิด ฉันเป็นนางมาร! ที่ต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อตัวเองบนเส้นทางที่ไม่เคยปรานีปราศรัย ไม่มีทางลัด ทางเบี่ยง หรือทางเลือก ไม่มีตัวช่วยใดๆ นอกจากหนึ่งสมอง สองมือ และหัวใจที่เข้มแข็ง ยิ่งต้องพบเจอกับสถานการณ์ ผู้คนเลวๆ มากมายในชีวิต (ไม่ได้วิ่งเข้าหาแต่มันดันมาของมันเอง) เรื่องไม่เป็นเรื่องจึงต้องเป็นเรื่องใหญ่หลายๆ ครั้ง ฉันอยากจะแผ่เมตตา "สัพเพ สัตตา ... " กรวดน้ำแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปให้สัมภเวสีเหล่านั้นให้ไปเกิดเป็นคนจิตใจดีในชาติหน้า (ชาตินี้ไม่ทันแล้ว) ... มันจะวุ่นวายหลายสิ่งเอฟรี่ติงริงมายเบลไปมะ สิ่งที่ฉันทำได้จริงๆ คือ เปล่งวาจา 2 พยางค์ เรื่องจะเงียบค่าคุณตำรวจ! ... ช่างแม่ง! ปัญหาทุกปัญหามันมีวิธีแก้อยู่ 2 ทาง คือ ใช้ปัญญาหาทางออกแล้วเราอาจเจอคำตอบ กับยอมรับซะว่าเราทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า "ปล่อยวาง" เมื่อเราพบเจอคนไม่ดี กลั่นแกล้ง รังแก ก็ให้คิดเสียว่า "คนชั่วมีอยู่จริง และคนดีอย่งเราก็ยังมีอยู่" ตราบเท่าที่เราไม่ตอบโต้คนเหล่านั้นด้วยวิธีการเดียวกัน ความดีที่มีในตัวเราก็ไม่บกไม่พร่องไป แต่ในส่วนของอารมณ์นั้นคงต้องปล่อยให้มันพุ่งพล่านร่านเสียวเหวี่ยงวีนของมันไปตามเรื่อง ก็แค่ ... ระบายกับคนใกล้ตัว! (ซวยเลยอีคนนั้น)
คนที่เดินเท้าเปล่าบนหนทางขุรขระมีทั้งหินคมและหนามแหลมบาดเท้า คงจะพยุงสังขารและจิตให้งดงามหมดจดไปทั้งหมดไม่ได้ เพราะมันต้องอยู่ในสภาพต่อสู้ดิ้นรน ปากกัดตีนถีบเพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ ความก้าวร้าวย่อมซ่อนตัวอยู่ในความเข้มแข็ง ชีวิตฉันมันเป็นอย่างนั้น ... ฉันอยากจะทำดี แต่บางทีก็ดีที่สุดได้แค่นี้ และฉันก็อยากจะทำเลวกับใครที่เลวใส่ แต่ฉันก็ทำไม่ได้เพราะเลวไม่ถึงขนาดนั้น (ไม่ใช่ไม่กล้า!) ฉันใช้ชีวิตอยู่บนวิถีของ "การเอาตัวให้รอด" การเอาชนะทุกคนและการตอบโต้นั้นยุ่งยากและสิ้นเปลืองแรงใจเกินไป เก็บเอาเวลามาทำมาหากินจะดีกว่ามะ! และไม่ว่าฉันจะผ่านอะไรมาจนถึงวันนี้ ฉันเชื่อว่าจิตใจของฉันก็ยังไม่เลวลง ฉันยังคงรักษาต้นทุนความดีที่มีอยู่ในใจได้อยู่ ถ้าทำให้มันเพิ่มขึ้นไม่ได้ก็อย่าไปทำให้มันลดลง ...
ฉันยังคงทำบุญและทำทานตามโอกาสที่เห็นสมควร ไม่ได้คิดจะสะสมบุญไว้เพื่อชาติหน้าหรือชาติไหนๆ แต่ทำไปเพื่อตอกย้ำความดีในตัวและขจัดความโลภ ความตระหนี่ถี่เหนียวออกไปเหมือนคนอาบน้ำขัดขี้ไคล ใจจะได้กระจ่างสว่างใสภายใน 7 วันโดยไม่ต้องทาครีมบำรุง นั่นคือวิธีขัดเกลาจิตใจของฉัน ในบางครั้งฉันก็ขัดเกลาสันดานของตัวเองด้วย และฉันว่านั่นมันทำให้ฉันรู้สึกดีพอๆ กับได้ทำบุญ ... มันเป็นเพียงแค่เหตุการณ์โง่ๆ ง่ายๆ ของฉันทำให้เดินยิ้มได้ทั้งวัน ... ฉันขับรถไปซื้อของที่ซูเปอร์แห่งหนึ่ง ตอนเข้ามารับบัตรจอดรถ ซื้อของเสร็จเอาไปประทับตราค่าจอดฟรี พอขาออกไม่ทันสังเกตดันขับผ่านป้อมยามรับบัตรออกจนไปถึงถนนใหญ่ไกลออกไปมากแล้ว นึกในใจว่า ... อ่า ... จะขับออกไปเฉยๆ ก็แค่บัตรจอดรถใบหนึ่งมะ? ในที่สุดฉันก็ตีรถกลับมาเพื่อเอามาคืนป้อมยามนั้นเพราะคิดว่า ฉันก็แค่เสียเวลาอ้อมกลับมาดีกว่าปล่อยให้พนักงานเก็บบัตรจอดรถที่เงินเดือนน้อยๆ นั้นโดนปรับหลายร้อยบาทเพราะทำบัตรหายไป 1 ใบ ... ไอ้ที่ทำไปเรียกว่าความดีหรือเปล่าไม่รู้ รู้แค่ว่า ... เราเดือดร้อนไม่เป็นไร แต่อย่าให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเรา
.......................................
(หมายเหตุ ความดี? : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



