
'เพลงแห่งฤดูฝน'
'เพลงแห่งฤดูฝน' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ
ศิลปะดนตรี ย่อมขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก จากสภาพแวดล้อม ยุคสมัย และช่วงเวลานั้นๆ ที่เกิดผลกระทบจิตใจ ของผู้ประพันธ์เพลง หากมีอิทธิพลสูงพอก็สามารถส่งผลให้ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเพลง เพื่อให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินจากการเสพเพลงนั้นๆ ไปด้วย
ฤดูกาลก็เป็นสิ่งหนึ่งที่วนที่อยู่กับมนุษย์ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า หลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดคำนึง การตั้งคำถาม ความสุขความทุกข์ ความเสียใจ ฯลฯ การฟังเพลงของคนเรา นอกจากเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังเพื่อตอบสนองจิตใจในเวลานั้นๆ ด้วยเหมือนกัน เช่น หากเรามีประสบการณ์ร่วม หรือตรงกับสถานการณ์ใดๆ ในชีวิตแล้วล่ะก็ เพลงนั้นอาจเป็นเพลงพิเศษที่สุดสำหรับช่วงเวลานั้นของเราก็เป็นได้
ฤดูฝนที่กำลังจะผ่านสู่ฤดูหนาว นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดอีกช่วงหนึ่งของคนไทย เพลงที่เกี่ยวข้องกับฝนนั้นมีหลายร้อยเพลง ผมขออนุญาตเลือกมานำเสนอเพียงบางส่วน โดยเริ่มต้นจากเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นตอนแรก
สายฝน
เพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ลำดับที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ในพ.ศ. 2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงแต่งร่วมกับท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา เพลงพระราชนิพนธ์สายฝนนี้ มีลีลานุ่มนวลอ่อนหวาน บรรเลงครั้งแรกในงานรื่นเริงของสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2489 จึงเป็นเพลงยอดนิยมของพสกนิกรไทยอีกเพลงหนึ่งจนถึงปัจจุบัน
คำร้องภาษาไทย คำร้องภาษาอังกฤษ
เมื่อลมฝนบนฟ้ามาลิ่ว ต้นไม้พลิ้วลู่กิ่งใบ เหมือนจะเอนรากคลอนถอนไป แต่เหล่าไม้ยิ่งกลับงาม พระพรหมท่านบันดาลให้ฝนหลั่ง เพื่อประทังชีวิตมิทราม น้ำทิพย์สาดเป็นสายพรายพลิ้วทิวงาม ทั่วเขตคามชุ่มธารา สาดเป็นสายพรายพลิ้วทิวทุ่ง แดดทอรุ้งอร่ามตา รุ้งเลื่อมลายพร่างพรายนภา ยามเมื่อฝนมาแต่ไกล พระพรหมช่วยอำนวยให้ชื่นฉ่ำ เพื่อจะนำดับความร้อนใจ น้ำฝนหลั่งลงมาจากฟ้าแดนไกล พืชพรรณไม้ชื่นยืนยง Rain winds sweep across the plain. Thunder rumbles on high. Lightening flashes; Bows the grain. Birds in fright nestward fly. But the rain pours down in blessing; Filled with cheer our hearts expand. As the woods with notes of pleasure ring, Sunlight streams o'er the land. Bright the rainbow comes in view. All the world's cool and clean. Angels' tears the flowers renew. Nature glistens in green. Rain beads sparkle in your hair, love. Rainbows glitter when you smile. Thus we soon forget the clouds above, Beauty so does beguile.
ผ่านมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่คนไทยได้รู้จักเพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ สำหรับผู้ที่รู้จัก และร้องได้จนจบเพลง คงพอเดาได้ว่าส่วนใหญ่ เป็นรุ่น หรือรุ่นคุณปู่ ย่า ตา ยาย หรือ ยุคคุณพ่อ คุณแม่ ยังหนุ่มสาวกันทั้งสิ้น แม้วันเวลาล่วงเลยไปแต่บทเพลงหลายเพลงสร้างความประทับใจต่างๆ นั้น ไม่ได้จืดจางไปตามกาลเวลาแม้แต่น้อย เพราะผู้ที่เคยได้ฟัง ได้สัมผัสอย่างจริงจังนั้นก็ยังร้องตามได้อย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยิน เรียกว่าประทับใจไม่รู้ลืม เหมือนการขี่จักรยาน ที่ทำเป็นแล้วเป็นเลย จะแกล้งทำไม่เป็นก็ดูจะไม่ง่าย ไม่ต่างกับการที่นักร้องอาชีพ พยายามทำให้ดูเหมือน ร้องเพลงไม่เป็น นั้นก็ยากอยู่
เพลงพระราชนิพนธ์ ส่วนใหญ่เป็น บลูส์, แจ๊ส ที่แม้จะมีนักร้อง นักดนตรี อัญเชิญพระราชนิพนธ์ มาบรรเลง หรือถ่ายทอดเพลงเป็นแบบวงออเคสตรา หรือบิ๊กแบนด์ ทำให้การรับรู้ของเยาวชน หรือคนทั่วไป เกิดความเข้าใจว่าเป็นเพลงเคารพ ดั่งเช่นเพลง สรรเสริญพระบารมี เป็นต้นฯ คนรุ่นใหม่บางคนไม่กล้าร้อง ไม่กล้าบรรเลง ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเพลงพระราชนิพนธ์ ที่พระองค์ท่านได้ประทานมาให้คนไทยได้ฟังกันนั้น มีทั้งเพลงรัก เพลงสนุกสนาน บางเพลงปลุกขวัญ และกำลังใจ และที่สำคัญเป็นเพลงมักแฝงข้อคิด คติธรรมชีวิต มาด้วยเสมอ อย่างเพลง ชะตาชีวิต ที่ชี้นำชีวิตเราได้เป็นอย่างดี ดังนั้น บทเพลงพระราชนิพนธ์ จึงมีกาลเทศะต่างกันไป
ความเข้าใจของผู้คนโดยส่วนใหญ่ที่ยังเข้าผิดว่า เพลงพระราชนิพนธ์ไม่สามารถแตะต้องได้ นั่นทำให้การนำมาร้อง นำมาเล่นนั้น ค่อยๆ น้อยลงไป เด็กนักเรียน นักศึกษา แม้กระทั่งประชาชนทั่วไป หลายคนจำเนื้อไม่ได้ จำชื่อเพลงไม่ได้ แต่คุ้นหูทุกครั้งหากได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงข่าวพระราชสำนักของสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง หรือสารคดีเทิดพระเกียรติต่างๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ไม่รู้ว่าชื่อเพลงอะไร บางครั้งก็ไม่ได้ฟังจนจบเพลง ทำให้จำได้บ้างไม่ได้บ้าง
อันที่จริง เพลงพระราชนิพนธ์ ประชาชนทั่วไป สามารถนำมาร้อง นำมาบรรเลงได้ เช่นร้องกันในบ้าน งานโรงเรียน ร้องในที่ทำงานเป็นการภายใน อันนั้นสามารถกระทำได้ เแต่หากจะนำไปเผยแผ่ต่อสาธารณะ มีการเรียงเรียงเพลงใหม่ ขับร้องใหม่ อันนั้น ต้องขอพระบรมราชานุญาตก่อน เพราะเพลงพระราชนิพนธ์ก็เป็นเพลงที่มีลิขสิทธิ์ เหมือนกับเพลงทุกเพลงบนโลกใบนี้ เป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญา หากจะทำก็ต้องทำให้ถูกต้อง
เพลงพระราชนิพนธ์เป็นเพลงที่มีคุณค่า ที่คนรุ่นใหม่ต้องสืบสานต่อไป โดยความเข้าใจ และการรับรู้ที่ถูกต้อง สื่อมวลชนต้องทำหน้าที่ในการเผยแผ่เพลงพระราชนิพนธ์ไปสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจ ความซาบซึ้งในวงกว้าง เพื่อจะได้ให้คนรุ่นใหม่ได้ซาบซึ้ง ประทับใจดั่งเช่นที่ผ่านมา
ชาตินี้ ยังไงก็ฟังเพลงทั่วไป ได้ไม่หมด
ขอเลือกเพลงโปรด ฟังก่อนตาย ดีกว่า
.......................................
(หมายเหตุ 'เพลงแห่งฤดูฝน' : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ)



