
'อียิปต์' ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
"อียิปต์" ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด : คอลัมน์ เปิดม่านมายา โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์
คำถามแรกที่ได้รับการเชื้อเชิญจากตัวแทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือนของ "ประเทศอียิปต์" ให้ไปเยือนบ้านเขาคือที่นั่นปลอดภัยแล้วหรือ?
จนเมื่อได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่น พร้อมทั้งย้ำถึงเหตุผลที่อยากให้เราไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง นั่นคือ ที่นั่นปลอดภัยแล้ว!
ว่ากันตามจริง แค่พูดถึง "อียิปต์" ดิฉันก็ตาโตเป็นไข่ห่านแล้ว เพราะเป็นสถานที่ในฝัน ที่อยากไปมากๆ
เหตุนี้ ทำให้ "ความกลัว" เป็นเพียงแค่คำถามสามัญ ที่ไม่มีผลอะไรต่อการที่จะไม่ไป เพราะดิฉันตัดสินใจล่วงหน้าไปแล้ว
นั่นเอง ทำให้ตลอด 4 วันในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ช่างมีความหมายเหลือเกิน....
..........................
กลางดึกของการเดินทางยาว 9 ชั่วโมงเต็มด้วยสายการบิน "อียิปต์แอร์" มารุ่งสางที่ท่าอากาศยานกรุงไคโร เพราะคณะเราต้องหมุนนาฬิกาให้ย้อนหลังไป 5 ชั่วโมง ถึงจะเป็นเวลาของที่นี่
ไม่ยากสำหรับการปรับตัวกับสถานที่ใหม่ ทว่า มาตื่นเต้นในช่วงที่นั่งรถเพื่อเข้าที่พัก เพราะเราต้องผ่านย่าน ALGEZIRA ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของโรงแรมดัง เข้าใจง่ายๆ คือย่านคนรวยนั่นแหละค่ะ ที่ว่าตื่นเต้นก็เพราะเราเจอกับด่านของทหารที่วางรั้วลวดหนามไม่ให้รถใหญ่ผ่าน ไกด์ท้องถิ่นบอกว่าเขาแค่มาคอยระแวดวังเหตุเท่านั้น ไม่มีอะไรร้ายแรง คณะเราเลยต้องเดินเท้าอีกเกือบกิโล แต่ก็ถือว่าได้อุ่นเครื่อง เพราะเราก็ได้แอบเก็บภาพบรรยากาศระหว่างทางด้วย
พอมาถึงจุดหมาย "โรงแรมโซฟิเทล ไคโร" ขอบอกว่าประทับใจมาก เพราะเป็นแหลมยื่นเข้าไปในแม่ไนล์ ทุกห้องจะมองเห็นวิวทั้งแม่น้ำและบรรยากาศของเมืองหลวงแห่งนี้โดยรอบ
อิ่มท้องอิ่มวิวริมน้ำไนล์มื้อเช้ากันแล้ว ก็เข้าโหมดย้อนรอยอดีต ตามหาอารยธรรมโบราณยุคแรกๆ ของมนุษย์ เป็นช่วงค้นหาดินแดนแห่งตำนานอันลี้ลับของฟาโรห์
แม้บางช่วงระหว่างเดินทาง จะเห็นรถถัง เห็นทหารตั้งด่านในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นช่วงก่อการประท้วงทางการเมืองของประชาชน แต่ที่ปลายทางการได้ชมมหาพีระมิด ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งมีประวัติอันยาวนานกว่า 7,000 ปี นี่สิ สุดยอด!
แท่งหินขนาดใหญ่กว่า 2 ล้านล้านใช้เวลายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยแรงงานคนล้วนๆ เพื่อที่จะนำหินแต่ละก้อนมาวางซ้อนได้อย่างแนบสนิทเพื่อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังร่างของฟาโรห์ ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์นัก
นั่งรถถัดไปอีกอึดใจ ก็พบกับพีระมิดที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองกีซ่า เป็นพีระมิดที่เรียงกันสามอัน และต่อด้วยพีระมิดที่มี "มหาสฟิงซ์" ส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์ และลำตัวเป็นสิงโต หมอบเฝ้าด้านหน้า
แต่ละสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนตาโตและทึ่งในการคิดและการสร้างสิ่งเหล่านี้ด้วยฝีมือของมนุษย์ล้วนๆ น่าเสียดายจริงๆ ที่เหตุการณ์ความไม่สงบทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้ามาสัมผัสด้วยตาตัวเอง ส่งผลให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวย่อยยับไปด้วย
ดิฉันเห็นแววตาของเด็กๆ ที่ขายของที่ระลึก เห็นอาการตื๊อของเหล่าเจ้าของอูฐ ที่ตอนนี้แทบจะไม่มีรถทัวร์เข้ามาแล้วใจหายแทน
แม้แต่การล่องเรือไปตามแม่น้ำไนล์เพื่อทานอาหารค่ำ พร้อมกับชมระบำหน้าท้อง Belly Dance ก็บางตาอย่างเห็นได้ชัด และตลาดขายของพื้นเมืองที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด อย่างตลาดข่านเอลคาลีลีก็แทบร้างผู้คน (โดยเฉพาะวันศุกร์ที่คณะไปถึง เพราะได้ข่าวว่าจะมีการชุมนุม-แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น) ยังไม่นับรวมสถานที่สำคัญระดับโลกอีกมากมาย
สิ่งที่เราในฐานะสื่อมวลชนอยากจะสัมผัสอีกแห่งหนึ่งก็คือ "ตาฮรีสแควร์" อีกหนึ่งสถานสำคัญของภาคประชาชน เป็นที่นัดหมายเพื่อเรียกร้องหรือประท้วงรัฐบาลมาหลายครั้งหลายหน ซึ่งขณะนี้สงบและใช้เป็นที่สัญจรไปจุดต่างๆ ของเมืองเป็นหลักเท่านั้น
ฟัง HISHAM ZAAZOU รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวอียิปต์ ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลชั่วคราวสามารถควบคุมสถานการณ์ให้ดีขึ้น จนปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เขายังฝากเชิญชวนให้คนไทยมาเที่ยว เพราะที่นี่ค่าใช้จ่ายถูก โรงแรมต่างๆ แข่งขันกันเสนอราคาพิเศษ มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายทั้งอารยธรรมโบราณ หาดทราย น้ำทะเลที่เหมาะแก่การดำน้ำ ทะเลทราย รวมทั้งการท่องเที่ยวยามค่ำคืน มีกาสิโน และศูนย์การค้าใหม่ที่ทันสมัย
ด้าน ABDEL AZIZ FADEL รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือน ก็บอกว่า "ไคโร" มิใช่เป็นแค่จุดหมายปลายทางอันยิ่งใหญ่เท่านั้น หากยังเป็นศูนย์กลางที่ผู้โดยสารสามารถต่อเครื่องบินไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าทวีปแอฟริกา ยุโรป และเอเชีย ทั้งยังเปิดโรงแรมใหม่ระดับ 5 ดาว ที่ TERMINAL 3 ในสนามบินกรุงไคโรไว้บริการผู้โดยสารอีกด้วย
ยืนยันการเดินทางอีกครั้งกับการดูแลเป็นอย่างดีของ MR.YOUSSEF GAD ผู้จัดการใหญ่ของสายการบินอียิปต์แอร์ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่บอกว่า กว่า 50 ปี ที่อียิปต์แอร์บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่กรุงไคโร ด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ ทุกวัน ไม่เคยหยุดเลยแม้ช่วงที่เกิดการปฏิวัติที่ประเทศอียิปต์ในปี ค.ศ. 2011
ทั้งหมดนี้ แค่อยากจะบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง ถ้า "มนุษย์" ยุคนี้ พลาดที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการซึมซับสถานที่ที่ติดอันดับโลกอย่าง "อียิปต์ค่ะ
.......................................
(หมายเหตุ "อียิปต์" ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด : คอลัมน์ เปิดม่านมายา โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)



