
'อารยสถาปัตย์ที่รัสเซีย'
'อารยสถาปัตย์ที่รัสเซีย' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
เมื่อกลางเดือนกันยายน 2556 ตรงกับฤดูใบไม้ร่วงช่วงก่อนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาวในยุโรป ผมได้ไปเยือน 2 เมืองดังของ “รัสเซีย” คือ “กรุงมอสโก” เมืองหลวงปัจจุบัน และ “นครเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ก” อดีตเมืองหลวงที่สวยสง่าคลาสสิก ก็ทำให้ได้รู้ว่า..รัสเซีย ยังต้องมีการพัฒนาอารยสถาปัตย์อีกอย่างต่อเนื่อง
ไปอยู่รัสเซียมา 5 วัน นอกจากไปทำงาน ยังได้ไปเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตา และที่สำคัญคือ ได้ไปสำรวจอารยสถาปัตย์ หรือการบริหารจัดการ และการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ ของรัสเซียด้วย ครบเครื่องเลยงานนี้ 55
เริ่มจากไฮไลท์ตัวขายของกรุงมอสโก ต้นตำรับลัทธิดาวแดง ที่แรกที่ต้องไปเยือนคือ “จัตุรัสแดง” ลานอเนกประสงค์ใจกลางกรุงมอสโก ซึ่งอยู่ติดกับพระราชวังเครมลิน และมหาวิหารเซนต์บาซิล หรือปราสาทหัวหอม อีกหนึ่งสัญลักษณ์อันโด่งดังของรัสเซีย เดินไปอีกนิด เข็นไปอีกหน่อย ก็จะเข้าสู่ห้างสรรพสินค้ากุม ที่แลดูเหมือนคุณปู่วัยชราแต่ทว่าสุขภาพยังฟิตปั๋งเตะปีบดัง ตั้งอยู่เคียงข้างจัตุรัสแดงในกรุงมอสโกมานานนับร้อยปี
ใครที่ไปมอสโก ถ้าไม่ได้มาที่ย่านนี้ คงยังมาไม่ถึงมอสโกเป็นแน่แท้ ด้วยเหตุนี้ ผม และทีมงาน ก็เลยต้องไปเข็นๆๆ สำรวจอารยสถาปัตย์บริเวณจัตุรัสแดง ถึง 2 รอบ ในช่วงเวลา 3 วันที่อยู่ในมอสโก
จุดเด่นเรื่องการออกแบบ และการวางผังเมืองที่เป็น “อารยสถาปัตย์” ทั้งในกรุงมอสโก และเมืองอื่นๆ ในรัสเซีย รวมถึงประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสเมืองสำคัญต่างๆ คือ การออกแบบเส้นทางเดินที่เป็นอารยสถาปัตย์ คือ..ทั้งคนปกติทั่วไป และผู้ที่นั่งวีลแชร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้พิการ ก็สามารถใช้ทางเดินร่วมกันได้โดยสะดวก และปลอดภัย และสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ทั่วทุกจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ
แม้รัสเซียในปัจจุบัน จะยังทำอารยสถาปัตย์ได้ไม่ทั่วถึง และเพียงพอ หรือยังไม่ดีเท่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปส่วนใหญ่ เช่น เรื่องห้องสุขา ที่ยังไม่ค่อยมีบริการสำหรับผู้ที่นั่งวีลแชร์ แม้แต่ในสนามบินก็ยังหายาก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แล้วเวลา คนแก่คนเฒ่า หรือตำรวจทหารผ่านศึก ซึ่งมีอยู่มากมายในสมรภูมิรัสเซียครั้งอดีต เขาเหล่านี้จะทำอย่างไรเมื่อต้องเดินทางไปไหนมาไหน วานท่านประธานาธิบดีปูตินช่วยตอบหน่อย ?
แต่เอาเหอะ รัสเซียยุคใหม่ หลังจากฉีกคัมภีร์คาร์ลมาร์กทิ้งไปเมื่อ 22 ปีก่อน หันหน้ามาสู่ระบบทุนนิยมเสรีเหมือนในโลกประชาธิปไตยทั่วไป รัสเซียตอนนี้ จึงกำลังทำการปรับปรุง และพัฒนาเรื่องอารยสถาปัตย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น มีการทำทางลาดที่สวยงาม และได้มาตรฐาน 1 ต่อ 12 เมตร (ถ้าขั้นบันไดสูง 1 เมตร ต้องทำทางลาดยาว 12 เมตร) อวดโชว์อยู่ตรงด้านหน้าประตูทางเข้า ไปชมพระราชวังเครมลิน และภายในเขตพระราชวังฯ ก็มีห้องน้ำสำหรับมนุษย์ล้อ
โบสถ์วิหารสวยงามต่างๆ ที่เคยมีแต่ขั้นบันไดสูงๆ เต็มไปหมด ก็เริ่มมีการทำทางลาดเชื่อมเข้าไปด้านใน ให้ผู้สูงอายุ และผู้พิการสามารถขึ้น-ลง และเข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น
ระบบขนส่งมวลชนในมอสโก ก็ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรถเมล์สาธารณะในเมืองก็สามารถให้บริการแก่ผู้ที่นั่งวีลแชร์ได้ รวมถึงสถานีรถไฟใต้ดินที่โด่งดังอลังการในกรุงมอสโก ก็มีการทำรางเหล็กเป็นทางลาดสำหรับให้ผู้ที่นั่งรถเข็นวีลแชร์สามารถลงไปใช้บริการได้ แม้จะดูหวาดเสียวไปบ้างก็ตามที
จากกรุงมอสโก ผม และทีมงานก็ขึ้นรถไฟความเร็วสูงวิ่งขึ้นไปทางตอนเหนือ ด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก็มาถึงเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของรัสเซีย คือ “เซนต์ปิเตอร์สเบิร์ก” หรือในชื่อ “เลนินกราด” ในยุคที่รัสเซีย ยังเป็นสหภาพโซเวียตที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์
ที่เมืองเซนต์ฯ มีสถานที่ยอดฮิตทางการท่องเที่ยวมากมาย เช่น พระราชฤดูร้อน-ปิเตอร์ฮอฟ พระราชวังแคทเธอรีน พระราชวังฤดูหนาว-พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ จัตุรัสพระราชวัง และที่ขาดไม่ได้ คือ สถาปัตยกรรมทางศาสนาในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์มีสีสันโดดเด่นสวยงาม และต้องมีโดมกลมๆ ที่มียอดแหลมตรงปลาย ดูคล้ายหัวหอมบ้านเรา ที่เด่นดังแห่งหนึ่งคือ โบสถ์เก่าแก่อายุ 130 ปี ที่ฟังชื่อแล้วสยอง คือ “โบสถ์หยดเลือด” เหตุเพราะโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อไว้อาลัยแก่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ที่ถูกลอบปลงพระชนม์โดยระเบิด เมื่อปี 1881
เมืองเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ก ก็เช่นเดียวกับกรุงมอสโก ที่โดยรวมแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่า จะถูกออกแบบด้วยหลักอารยสถาปัตย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งมีการปรับปรุงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน คือ ทำให้เดินง่าย เข็นง่าย ทำให้สะดวก ปลอดภัย ไร้กังวล แม้ว่าบางจุดจะยังมีแต่บันได หรือหลายจุดทางลาดจะไม่ราบเรียบ แบบสะดวก 100 % เหมือนในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ถือว่าพอเข็นไปเองได้ โดยอาจต้องออกกำลังกายกล้ามแขน และลำตัว ที่ต้องโยกซ้ายโยกขวา หรือโยกหน้าโยกหลังกันบ้างในบางจังหวะระหว่างการเดินทาง
ที่ผมชอบมากคือ บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง ตรงหน้าพระราชวังฤดูหนาว อาคารสีขาวลายฟ้าๆ อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจอันโด่งดังของรัสเซีย เพราะจุดนี้ เป็นจุดศูนย์กลางของนครเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ก ที่สามารถเดินเที่ยว เข็นเที่ยวไปได้ทั่ว เพราะมีการออกแบบเส้นทางเดินให้สะดวก และเชื่อมโยงกันได้เกือบทั่วทุกจุด ตราบเท่าที่คุณจะมีแรงเดิน หรือมีแรงเข็นพอ รับรองเพลินเลย
คนไทยที่ได้ไปเยือนเมืองเซนต์ฯ มักไม่พลาดที่จะต้องนั่งรถออกนอกตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกราว 30 กิโลเมตร เพื่อไปเที่ยวชมความงามอลังการของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่าง “ไทย-รัสเซีย” นั่นคือ พระราชวังฤดูร้อนอายุ 300 ปี ชื่อ “ปิเตอร์ฮอฟ”
เมื่อ 116 ปีก่อน สมัยมหาราชรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2440 เพื่อรุกสู้ลัทธิจักรวรรดินิยมอังกฤษ-ฝรั่งเศส ด้วยวิธีการทางการทูตที่แยบยล พระองค์ท่านได้เสด็จมาที่นี่ และทรงฉายพระรูปคู่กับมหามิตรของพระองค์ท่าน คือ พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ซึ่งถือเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่อีกชาติหนึ่งในยุโรปสมัยนั้น ก่อนที่ภาพนี้จะถูกนำไปเผยแพร่ทั่วยุโรป และกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อังกฤษ และฝรั่งเศสไม่กล้าบุกยึดครองสยามประเทศเหมือนเช่นที่ทำในประเทศต่างๆ รอบๆ เมืองสยามในเวลานั้น
พระราชวังปิเตอร์ฮอฟในปัจจุบัน มีการปรับปรุงพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลมากขึ้น จากอดีตที่เคยมีแต่ขั้นบันได ก็ปรับปรุงใหม่ให้มีทางลาดเชื่อมโยงไปเที่ยวชมจุดต่างๆ ภายในพระราชวังได้เสมือนเหมือนคนปกติทั่วไป ตรงจุดขายตั๋ว และทางเข้า ก็จะมีช่องเฉพาะสำหรับผู้ที่นั่งวีลแชร์ เสียดายที่ห้องน้ำสาธารณะทางด้านหน้า ยังไม่มีห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ
จุดไฮไลท์ของปิเตอร์ฮอฟ คือ ลานสวนน้ำพุ และประติมากรรมอลังการตรงไหล่เนินเขาด้านล่างอาคารพระราชวัง เห็นตอนแรกก็ตกใจ เพราะมีแต่บันไดทอดตัวยาวลงไปไกลลิบ แต่เมื่อมองลึกเข้าไปด้านในสุดตัวอาคารพระราชวัง ก็เห็นทางลาดขนาดใหญ่เป็นดินลูกรังลัดเลาะลงไปตามไหล่เขาเพื่อให้ผู้ที่นั่งวีลแชร์ทั้งหลาย สามารถเข็นลงไปเที่ยวชมความงามอลังการของ “แวร์ซายส์แห่งรัสเซีย” ได้โดยสะดวก
ได้ไปเห็นแล้วก็เกิดแรงบันดานใจ ถ้าเมืองไทยมีการปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญของชาติทุกแห่งให้มีความสะดวก และปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุ และผู้พิการ สามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โดยมีการปรับปรุงเรื่องอารยสถาปัตย์ให้มากขึ้น ประเทศชาติของเราก็จะยิ่งเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองมากขึ้นไปอีกในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะทางด้านธุรกิจการท่องเที่ยวที่เป็นอีกแหล่งรายได้หลักของประเทศชาติ และประชาชนคนไทย
“ไตยแลนด์ โอชิน คะลา ซีวึย” (แปลว่า เมืองไทยสวยมากๆ) หนุ่มรัสเซียคนหนึ่งตอบผม เมื่อผมถามเขาว่า คนรัสเซียชอบไปเที่ยวเมืองไทยเพราะอะไร ? สาวรัสเซียผมสีทองที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดว่า “ไตสะกี้ ลูดี้ มึย โอชิน ลูบิม” (แปลว่า คนไทย ยิ้มเก่งมากๆ)
ถ้าพวกเราทุกคนช่วยกันอย่างต่อเนื่องจริงจัง ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า..จากนี้ไป คนรัสเซียคงต้องพูดอีกประโยคหนึ่งถึงสาเหตุที่ทำให้เขารัก หลงใหล และชอบมาเที่ยวเมืองไทยมากๆ ว่า “เยสท์ อูนีเวียร์ ซาลนึย ดีไซน์” แปลว่า..”เพราะเมืองไทยมีอารยสถาปัตย์ ครับ / ค่ะ”
.......................................
(หมายเหตุ 'อารยสถาปัตย์ที่รัสเซีย' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



