
'ริว-อาทิตย์'เปิดใจไม่ได้บ้า
เปิดปม "ริว อาทิตย์" รับเคยเข้าบำบัด รพ.รักษาผู้ป่วยทางจิตนาน 1 เดือน และรักษาตัวต่อเนื่องอีก 4 ปีถึงได้ใบรับรองเป็นคนปกติระบุโดนหลอกจับฉีดยาจนเบลอลั่นไม่ได้บ้า
วันที่ 18 ต.ค.56 หลังจากห่างหายจากวงการบันเทิงและสังคมไปนาน พร้อมกระแสข่าวคราวมากมายที่เกิดขึ้นในเรื่องของสุขภาพจิ ต ตามที่มีกระแสข่าวว่าได้เข้าบำบัดรักษาอาการทางจิต เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าไปยืนแก้ผ้าตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่บริษัทโทรศัพท์มือถือเครือข่ายหนึ่ง รวมถึงอีกหลายสถานการณ์ที่เข้าข่ายน่าจะมีอาการจิตไม่ปกติ จนญาติต้องจับตัวส่งโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยทางจิต โดนจับมัดมือ มัดเท้า ฉีดยาจนลืมอดีต
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม นายอาทิตย์ ตั้งสวัสดิ์รัตน์ หรือ “ริว” อายุ 35 ปี อดีตนักร้องและนักแสดงหนุ่มได้ออกมาเปิดใจในการบันทึกเทปรายการ “ปากโป้ง” โดยมี นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม” พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง และ น.ส.ลภัสลดา ช่วยเกื้อ หรือ “เข็ม” นักแสดงและนางแบบชื่อดัง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ที่บริษัทอาร์เอส ลาดพร้าว 15
นายอาทิตย์เปิดใจว่า เริ่มต้นจากที่ผ่านมามีคนหาว่าตนไม่ส่งเสียลูกและภรรยาคนแรก อยากบอกว่าถ้าไม่ส่งเสียแล้วพวกเขาจะเอาอะไรกิน มันเกิดจากความคลาดเคลื่อนทางการสื่อสาร และเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่บังเอิญว่าตนเป็นคนของสื่อทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนไปยืนแก้ผ้าด่าทอค่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ตนไม่ได้แก้ผ้า
“เรื่องเกิดขึ้นเนื่องจากการที่ผมเห็นข้อความทางโทรศัพท์ส่งมา บอกว่าผมเป็นผู้โชคดี ให้พิมพ์ตามว่า MH แต่ผมพิมพ์ผิดเป็น MS และเสียเงิน 9 บาท แล้วมีข้อความส่งมาหาผมว่า ผมกดผิด จากนั้นผมพิมพ์กลับไปอีก 2 ครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่ามันคืออะไร คราวนี้ผมพิมพ์ถูกแล้ว แต่ยังเสียเงินอีก 9 บาท ผมเลยเกิดความไม่เข้าใจ และไปที่ศูนย์บริษัทแห่งนั้น ไปด่าเขา บอกว่ากรุณาอย่าส่งข้อความแบบนี้มาให้ผมอีก แต่ผมไม่ได้แก้ผ้า ซึ่งแก้ผ้ามันอีกเรื่องหนึ่ง” นายอาทิตย์กล่าวยืนยัน
ทั้งนี้ นายอาทิตย์ยังบอกต่อว่า การแก้ผ้าเกิดจากการที่ตนเข้าไปในสวนป่ากล้วย ย่านรังสิต คลองสอง ตอนตีห้า เกิดความรู้สึกว่า อยากเล่นน้ำฝน และเป็นตอนที่ไม่มีคน แล้วจะผิดตรงไหน ทุกคนตอนเด็กๆ ต้องเคยแก้ผ้าอาบน้ำ
“ทำไมตอนเด็กๆ ทุกคนไม่เคยแก้ผ้าเล่นน้ำเหรอ ผมโกนหัวหาว่าผมบ้า แต่การที่ วิน ดีเซล (ดารานักแสดงต่างชาติ) โกนหัวทำไมไม่หาว่าเขาบ้า กลับบอกว่าเขาเท่ หรือการที่ผมบอกว่าเงินมาจากต้นไม้ มันผิดตรงไหน เพราะกระดาษทำมาจากต้นไม้ แล้วคนก็มาหาว่าผมบ้า มันผิดตรงไหน” นายอาทิตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่มีการเข้าไปบำบัดรักษาตัวที่โรงพยาบาล นายอาทิตย์ตอบว่า เป็นเรื่องที่อุบาทว์มากที่สุดในชีวิต เพราะตนโดนจับตัวไปจากการวางแผนล่อให้ไปตรวจสุขภาพในโรงพยาบาลโดยพี่ที่สนิทในวงการ แต่ตนไม่ขอเปิดเผยชื่อ โดยบอกว่าเป็นห่วง พอไปถึง โดนฉีดยาสลบแล้วหลับไป 2 วัน ตื่นขึ้นมางงว่าคือห้องอะไร ทำไมมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ด้วย
"ผมมารู้ตัวคืออยู่ที่โรงพยาบาลบ้า ส่วนสาเหตุที่เขาจับผมไปอยู่ในโรงพยาบาล อาจเป็นเพราะผมคงทำอะไรพิเรนทร์ เหมือนตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ผมใส่ชุดสีเหลืองเป็นเสื้อฮู้ด แล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไปแลกเงินในธนาคาร คิดว่าบ้าเปล่า แน่นอนคนต้องคิดว่าผมบ้า แต่ความคิดของผมคือ คนอื่นไม่กล้า แต่ผมกล้า” นายอาทิตย์กล่าวและว่า ได้เข้าไปรักษาตัวอยู่เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม พร้อมความไม่เข้าใจ เพราะตนไม่ได้บ้า ทำไมต้องให้เข้ามาอยู่ เนื่องจากพอฉีดยาที่ต้องใช้ในการรักษาเข้าไป ทำให้เบลอ มึน งง และลืมเรื่องราวทุกอย่าง ทั้งคนรัก คนรู้จัก ลืมของ ไปในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเป็นผลกระทบจากยา
“พอผมลืมอย่างนี้ ไปเดินข้างนอกคนก็หาว่าผมบ้า พอผมบอกว่าผมไม่บ้า ก็จะมีประโยคต่อมาว่า คนบ้ามักจะบอกว่าตัวเองไม่บ้า ผมอัดอั้นกับสังคมมาก ที่คนลืมธรรมชาติ ลืมความเป็นธรรมชาติของคน ลืมโลกที่ยืนอยู่ คนลืมจุดกำเนิดของคุณ ลืมต้นไม้ ลืมทรัพยากร ทุกอย่างบนโลก ได้แต่เอามาแปรรูปเป็นสินค้า ผมเห็นมานานแล้ว พอผมรู้สึกอย่างนี้ ผมเลยประชดว่า ดีถ้าจับผมมาอยู่โรงพยาบาลบ้า ผมขอแกล้งหมอก่อน โดยการสั่งอาหารมาเลี้ยงคนในโรงพยาบาล หมดเงินไป 4 ล้าน” นายอาทิตย์ กล่าว
นายอาทิตย์เล่าต่อว่า หลังจากนั้นจึงออกมารักษาต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 4 ปี ถ้าไม่รักษา แพทย์จะไม่ให้ใบที่รับรองว่าเป็นคนปกติ ระหว่างนั้นแพทย์ให้ยามาไม่เคยกินเลย ซึ่งความเสียหายทางความรู้สึกที่เกิดขึ้นใครจะเรียกร้องคืนให้ได้บ้าง เพราะตนไม่ได้บ้า และทุกวันนี้ได้เปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ทำงานวางแผนธุรกิจ จัดอีเวนท์ขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้เงินลงทุน 10 ถึง 20 ล้าน กับชาวต่างชาติ ซึ่งพวกเขารู้ว่าตนเคยเข้ารับการรักษาตัว แต่เขาไม่เชื่อ ยังเชื่อถือและร่วมงานด้วยได้ เพราะไม่ใช่คนไทย และไม่ได้ติดแบบคนไทย
“ผมคุยกับคนต่างชาติ พวกเขาคิดว่าผมฉลาด พอคุยกับคนไทย หาว่าผมบ้า ผมรู้ทุกเรื่องก่อนทุกคน ผมเป็นคนที่คิดเร็วมาก คนบอกให้ไปขวา ผมจะไปทางซ้าย ผมแค่คิดไม่เหมือนคนอื่น ทำไมต้องหาว่าผมบ้า ถามว่าติสต์กับบ้าใกล้กันมั้ย ความคิดผมคือใกล้กันมาก แต่ผมติสต์ ไม่ได้บ้า ทุกวันนี้ผมยังทำงานดูแลแม่ ดูแลลูก ผมมีภรรยา 2 คน คนแรก มีลูกชาย 2 คน แต่เลิกกันไปแล้ว พอเลิกกันไปประมาณ 5 ปี ผมถึงมีภรรยาคนที่สอง ซึ่งแก่กว่าผม 11 ปี เขามาบอกว่าอยากมีลูกกับผม เพราะเห็นว่าผมหน้าตาดี เขากล้าขอผมก็กล้าให้ เลยมีลูกสาวด้วยกันตอนนี้ 5 ขวบแล้ว ตอนนี้ผมกับภรรยายังอยู่ด้วยกัน แต่อยู่แบบเพื่อน ที่ช่วยกันดูแลลูก” นายอาทิตย์ กล่าว
นายอาทิตย์กล่าวด้วยว่า ตนเป็นคนไทยที่มีหัวใจเป็นเด็ก อาจจะดูไม่เคยโต ทุกวันนี้ทำความดี ตั้งใจดูแลแม่และลูก และตั้งใจทำงานสร้างสรรค์สังคม อยากให้สังคมดีขึ้น มีความรักให้แก่ทุกคน รักวงการบันเทิงมาก รักเพื่อนร่วมงานทุกคน ยืนยันว่าไม่ได้บ้า ขอของขวัญจากคนไทย ลืมภาพเก่าๆ ของตน และคิดใหม่ให้ตนเป็นคนดีต่อไป อย่าให้กลายเป็นคนบ้าในสายตาใคร ซึ่ง 4 ปีที่ถูกกล่าวหาว่าบ้า เจ็บปวดมากพอแล้ว อย่าให้บ้าในสายตาใครอีกเลย



