บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'Planes'

เอกเขนกดูหนัง:'Planes'

18 ต.ค. 2556

'Planes' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม



    
          ด้วยความตั้งใจเดิมของดิสนีย์ สตูดิโอ (ภายใต้การผลิตของดิสนีย์ตูน สตูดิโอ) ที่ไลน์ธุรกิจคือการสร้างหนังแอนิเมชั่นเพื่อลงแผ่น DVD หรือนำออกฉายทางทีวี มากกว่านำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดยมี “Planes” คือโปรดักส์ล่าสุดของ ‘ดิสนีย์ตูน’ โดยหลักฐานยืนยันว่า “Planes” ถูกสร้างเพื่อส่งตรงลงแผ่นก็คือ พิกซ่าร์ สตูดิโอ ไม่ได้ผลิตหรือมีส่วนร่วมในการทำงานแม้แต่น้อย แถมพล็อตเรื่องยังใกล้เคียงกับ “Cars” แอนนิเมชั่นเรื่องก่อนหน้าทั้ง 2 ภาค จนเกือบถูกระงับโปรเจกท์ไป
    
          ก่อนที่ทีมงานต้องออกรีเสิร์ชกันยกใหญ่ ด้วยการสัมภาษณ์นักบิน ที่ขับเครื่องบินหลายๆ ประเภท เพื่อนำข้อมูลมาเขียนบทและใช้เป็นแนวทางในการทำหนังเรื่องนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม “Planes” ก็เป็นได้แค่หนังแผ่นการ์ตูนเมื่อดูจากเครดิตคนทำงาน ตั้งแต่คนที่มาให้เสียงพากษ์ ซึ่งก็ไม่ได้มีดาราดังคนใดมารับงานนี้ จะมีที่พอรู้จักบ้างก็เช่น Dane Cook ศิลปินนักร้อง นักแสดง ดีเจ เดี่ยวไมโครโฟน มาให้เสียงพากษ์เป็น ‘Dusty Crophopper’พระเอกของเรื่องที่เป็นไอ้หนุ่มเครื่องบินพ่นยาฆ่าแมลงประจำฟาร์ม ที่มีความฝันอยากเข้าแข่งขันท้าความเร็วในการบินรอบโลก (อันที่จริงแล้วบทนี้ได้รับการวางตัวให้ Jon Cryerก่อนจะถอนตัวออกไปและได้ Cook มาพากษ์เสียงแทน)
    
          ส่วนผู้กำกับ Klay Hall ก็เพิ่งทำหนังเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านั้นทำแต่หนังแผ่นหรือไม่ก็หนังสำหรับฉายทางทีวีให้กับ ดิสนี่ย์ตูน สตูดิโอ และสุดท้ายดิสนี่ย์เองมองว่า ตัวหนังไม่ได้เลวร้าย ให้อารมณ์ชวนซาบซึ้งประทับใจ มีศักยภาพที่น่าจะเป็นหนังทำเงินได้เรื่องหนึ่ง จึงตัดสินใจนำออกฉายในโรง (ซึ่งก็ทำรายได้เป็นที่น่าพอใจไม่น้อย เมื่อเก็บเงินไปกว่า 190 ล้านเหรียญสหรัฐจากทั่วโลก โดยใช้ทุนสร้างไปราว 50 ล้านเหรียญ) และเป็นหนังเรื่องแรกในรอบ 8 ปี ของ ‘ดิสนีย์ตูน’ ที่มีโอกาสฉายโรง หลังจาก ‘Pooh’sHeffalump Movie’ ที่ออกฉายเป็นเรื่องแรกเมื่อปี 2005 นอกจากนี้ “Planes” ยังถูกนำไปฉายรอบปฐมทัศน์พิเศษในโรง The Fly-in Theatre ที่งานแอร์โชว์ นิทรรศการบิน EAA AirVenture Oshkosh ในเมืองโอชโค้ชมลรัฐวิสคอนซิล สหรัฐอเมริกา โดยคาแรคเตอร์ของเจ้า ‘ดัสตี้’ เครื่องบินพ่นยาฆ่าแมลงในเรื่องก็นำมาจากเครื่องบิน Air Tractor รุ่น AT-400A ซึ่งถือว่าเป็นอากาศยานแห่งการเกษตร ที่ผลิตออกใช้งานมานานกว่า 30 แล้ว
    
          ด้วยความตั้งใจแรกของดิสนีย์ ที่จะสร้างหนังเรื่องนี้เพื่อนำออกจำหน่ายในรูปแบบ DVD, Blu-ray เท่านั้น พล็อตของหนังจึงไม่ได้มีความสลับซับซ้อน นอกจากป้อนความบันเทิงให้กับเด็กๆ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในตลาด Home Entertainment ของค่ายดิสนีย์อยู่แล้ว ดังนั้นความเรียบง่าย ดูสบายๆ แค่ให้คนดูรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยให้ภารกิจของตัวละครประสบความสำเร็จแค่นี้ก็พอแล้ว ตัวละครแบนๆ ไม่จำเป็นต้องมีปูมหลัง หรือสร้างแรงขับเคลื่อนอย่างยิ่งยวดเพื่อผลักให้ออกเดินตามความฝัน แต่เน้นสถานการณ์สนุกๆ ในการขับเคี่ยวระหว่างการแข่งขันของตัวละครฝ่ายดีและเจ้าวายร้าย ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับความบันเทิงของเด็กๆ ที่ดิสนีย์สามารถตอบโจทย์ทางการตลาดข้อนี้ได้อย่างแม่นยำมาแต่ไหนแต่ไร    
    
          อันที่จริงดิสนีย์ หวังผลักดันโปรเจกท์ เจ้าเครื่องบินหนุ่ม ดัสตี้ เหินซิ่งชิงเจ้าเวหา ให้ไปได้ไกลถึง 3 ภาคเลยทีเดียว โดยในปีหน้าก็จะมีภาคสองในชื่อ “Planes: Fire&Rescue” ตามออกมา (ซึ่งอาจจะสั่งตรงลงแผ่น DVD โดยไม่ฉายโรงเลยก็เป็นได้) เช่นเดียวกับแอนิเมชั่นในตำนานหลายๆ เรื่องของดิสนีย์ ที่พอมาถึงภาค 2, 3 ก็ถูกจับลงแผ่นทันที ไม่ว่าจะเป็น Aladdin, Lion King, Beauty and the Beast, Pocahontas, Tarzan ฯลฯ
    
          มีคนแซวกันว่า นอกจาก รถ, มาถึงเครื่องบิน ตัวละครเอกในแอนิเมชั่น เรื่องต่อไปของดิสนีย์น่าจะเป็นเรือ เพราะดิสนีย์นำเอายวดยานพาหนะที่เรารู้จักคุ้นเคย มาเป็นตัวละครจนเกือบจะหมดแล้ว แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการผูกเรื่องราว แต่งเติมรายละเอียด สร้างเรื่อง กำหนดสถานการณ์ให้น่าสนใจ มีบทสรุปชวนคิดสอนใจ สร้างทัศนคติที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ก็ดูจะเป็นจุดขายซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ในหนังของดิสนี่ย์มาแล้วทุกเรื่อง (และที่สำคัญ มากกว่าครึ่งล้วนประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่เป็นไปในทางชื่นชม) แม้ “Planes” จะเปิดตัวฉายในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่การนำมาลงโรงของผู้จัดจำหน่ายในบ้านเราปลายเดือนนี้ ก็ถือเป็นการช่วงชิงผู้ชมกลุ่มเด็กๆ ที่ยังอยู่ในระหว่างปิดเทอม ที่นอกจาก Planes, Doraemon the Movie: Nobita’s Secret Gadget Museum ก็ดูเหมือนจะหาหนังเด็กดีๆได้ยากเต็มทีสำหรับปิดภาคเรียนของน้องๆ หนูๆ ปีนี้
    
          แม้ดิสนีย์จะยังไม่มีหนังที่เรียกว่าดีเข้าขั้นและสนุกเอาการหลายๆ เรื่องเหมือนปีที่ผ่านมาอย่าง Brave, Wreck it Ralph, Frankenweenieแต่ในเดือนหน้านี้ “Frozen” หนังผจญภัยกลางหิมะเพื่อแก้คำสาปของเจ้าหญิง ที่ดัดแปลงมาจากเทพนิยายเรื่อง The Snow Queen ก็น่าจะเป็นความหวังให้ดิสนีย์กวาดทั้งเงิน ซิวทั้งกล่องไปได้อีกครั้ง

.......................................
(หมายเหตุ 'Planes' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)