
ขบคิดขีดเขียน:'เราคือ....อะไร'
'เราคือ....อะไร' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
เคยคิดกันบ้างไหมคะว่าจริงๆ แล้ว ตัวเราเป็นคนยังไง??
ล่าสุดหญิงยศได้รับแบบฝึกหัดหนึ่งมาให้ลองคิด คือ ให้เราเขียนว่าตัวเราเป็นคนยังไง และคนอื่นมองว่าเราเป็นอย่างไร และอีกหนึ่งคำถามที่ยากมากก็คือ เราคืออะไร? คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก นี่คือแบบฝึกหัดที่เราทำกันในละครเวทีเรื่องลางลิงค่ะ คนที่ตอบคำถามนี้ได้เร็วที่สุดคือ "พี่ธัญญ่า" ธัญญาเรศ รามณรงค์ พี่ธัญญ่าตอบยิ้มๆ ว่า “ชื่อธัญญ่าค่ะ เป็นแม่ของลียา” คำตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนและน่ารักมาก เป็นคำตอบที่จริงใจจน "คุณนุ๊ก" สุทธิดา ที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบน้ำตาซึม นางบอกว่า “มันเรียลอ่ะ แอบอิน” สุดท้ายพอมาถึงตาหญิงยศ หญิงยศก็ต้องให้คำตอบไปว่า “เป็นผู้จัดค่ะ” มันแฮ้ง แห้ง ไม่เรียลไม่อินมั่งเลยอ่ะ จนพอเดินออกมาจากคลาสฝึกซ้อม ก็ยังแอบคิดถึงคำถามนั้นอยู่
คนเราเวลาเจอคำถามแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็จะตอบไปตามตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือสถานะในครอบครัว แต่ถ้าต้องลงลึกไปกว่านั้น ยอมรับว่าไม่ค่อยได้นึกถึงสักเท่าไหร่
จนวันอาทิตย์หมุนเวียนมาอีกครั้ง คุณสามีก็พาไปโบสถ์อีก ได้เห็นหัวข้อแล้วถึงกับต๊ก...กะใจ อุ๊ต่ะ นี่พระเจ้าได้ยินคำถามในใจเราหรือยังไง เพราะหัวข้อในวันนี้ก็คือคำถามที่ว่า “คุณเป็นคนประเภทใด”
และนี่คือสิ่งที่หญิงยศได้ฟังมาค่ะ....
มีคนบอกไว้ว่า ในโลกนี้มีคนอยู่เพียงแค่สองประเภทเท่านั้น ไม่ใช่คนจนและคนรวย ไม่ใช่คนบาปและนักบุญ ไม่ใช่คนที่ทุกข์หรือคนมีความสุข แต่คนสองประเภทนี้คือ “คนที่ยกคนอื่นขึ้นและคนที่ถ่วงคนอื่นลง”
น่าคิดนะคะ เพราะเอาเข้าจริงๆ เราเจอคนสองประเภทนี้ตลอดเวลา แล้วเคยย้อนมาคิดบ้างไหมคะว่าตัวเรานั้นจริงๆ แล้วเป็นคนประเภทใด
หญิงยศเชื่อว่าใครๆ ก็ต้องรีบตอบว่าเราไม่ไปถ่วงคนอื่นหรอก เราต้องช่วยยกเขาขึ้นสิ แน่ใจเหรอคะ ลองคิดดูดีๆ ว่าเราเคยไปถ่วงคนอื่นไว้โดยไม่ตั้งใจบ้างหรือเปล่า เราเคยหวังดีกับใครแต่พอเขาไปไกลเกินหน้าแล้วก็แอบอิจฉาเขาเบาๆ บ้างไหม
หลายคนอาจคิดว่าการที่เราจะเป็นคนดี เราคงต้องไปทำดีกับคนอื่น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วการที่เราเสียสละอย่างเงียบๆ อาจกลายเป็นการยกผู้อื่นขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
ล่าสุดมี Forward Message มาถึงหญิงยศ ส่วนใหญ่หญิงยศไม่ค่อยสนใจแต่ยอมรับว่าข้อความอันนี้มาอย่างยาว แต่อ่านแล้วน่าสนใจค่ะ หัวข้อคือการฝึกหาความสุข มีข้อฝึกปฏิบัติมากมาย แต่ทุกข้อสอนให้เราเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ให้เราฝึกตัวเองให้เล็กเข้าใจ หรือฝึกให้เราไม่เป็นนักสะสม มีข้อความหนึ่งที่หญิงยศอ่านแล้วชอบมากก็คือ เวลาไปที่ร้านหนังสือแล้วเจอหนังสือที่เราต้องการ ให้เราหยิบเล่มที่ดูเก่าโทรมมากที่สุดมาจ่ายเงิน แล้วทิ้งเล่มที่สภาพดีไว้ คนอื่นเขาจะได้มีโอกาสซื้อหนังสือที่สภาพดีๆ ไป
อ่านข้อความนี้แล้วถึงกับอึ้ง เพราะหญิงยศเป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคจิตกับการซื้อหนังสืออย่างรุนแรง หญิงยศจะหยิบทุกเล่มออกมาทั้งตั้งแล้วเพียรเลือกเล่มที่เนี้ยบกริ้บที่สุดออกมา โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าเราอาจทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนหนังสือเล่มอื่นๆ บ้าง คนมาซื้อต่อเขาอาจจะต้องได้หนังสือยับนิดๆ ไป แค่นี้ก็ถือเป็นว่าถ่วงคนอื่นลงโดยที่เราไม่รู้ตัวเสียแล้ว แล้วจะพูดเต็มปากได้อย่างไรว่าเราเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นค่ะ
บางทีการที่เรารู้จักเสียสละบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ อาจกลายเป็นการ “เพิ่ม” ให้กับคนอื่นได้โดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นได้ หญิงยศรู้สึกจริงๆ ว่าคนเราสมัยนี้ คิดเผื่อคนอื่นน้อยลงทุกวัน
เอาแค่ง่ายๆ กับการใช้ชีวิตบนท้องถนน เราเห็นรถคันหน้าเปิดไฟขอทาง เราก็เลือกที่จะเร่งเครื่องขึ้นไปแทนที่จะยอมปล่อยทาง เราเห็นคนข้ามถนน เราก็รีบเร่งไปก่อนไม่ให้เขาข้าม พอไฟเขียวก็รีบๆ ปาดหน้าแย่งๆ กันไป พอใครโดนปาดก็หงุดหงิดด่าทอ ต้องเร่งเครื่องไปปาดกลับให้สาแก่ใจ แต่พอจอดรถเดินลงมาแล้วเจอคำถามว่าคุณเป็นคนประเภทใด กลับตอบว่าเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น...
หญิงยศว่าสังคมเราอาจถึงเวลาต้องซื่อสัตย์กับการตอบคำถามเหล่านี้เสียทีว่าทุกวันนี้เรามีตัวถ่วงมากกว่าตัวยกหรือเปล่า....???
.......................................
(หมายเหตุ 'เราคือ....อะไร' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



