
เล่นหูเล่นตา:'เยี่ยมญาติ (ตอนจบ)'
'เยี่ยมญาติ (ตอนจบ)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“ข้าเจ้าเป็นสาวเชียงใหม่ แฮ๋มบ่เต้าใดก็จะเมนส์หมดแล้ว ...”
เคยร้องตั้งแต่ครั้งยังสาว... ปูนนี้แล้วต้องเปลี่ยนเนื้อจาก... “แฮ๋มบ่เต้าใดก็จะเป็นสาวแล้ว" มาเป็นอย่างที่เห็น! ถ้าฉันเป็นสาวเชียงใหม่จริงๆ คงจะพูดจาอ่อนหวานน่าฟังไม่ฉีกข้าวหลามอย่างทุกวันนี้แน่ๆ แต่... นั่นคงไม่ใช่ฉัน! ติดอกติดใจเชียงใหม่ทุกครั้งที่ได้เวียนไปเวียนมาทำงานที่นั่นมานาน 10 กว่าปี นานจนมีคนใจดีมานับญาติกับฉัน ด้วยความรัก ความเมตตา และความผูกพันกันหลายบ้าน ไปแต่ละทีก็ต้องเวียนเยี่ยมญาติกันจนหมดเวลาไปหลายวัน ไม่ค่อยมีโอกาสไปชิลไปแอ่วหรือไปอังหนุ่มเหนือที่ไหน วัยขนาดนี้แล้วคงไม่มีคนดีๆ ที่ไหนมาติดพัน นอกจากติดตังค์!
เวลานี้แล้วฉันถือคติว่าเสียอะไรไม่ว่า... อย่าเสียตังค์! ฉันจึงเอาเวลาส่วนใหญ่ไปเยี่ยมญาติหลังจากเสร็จงานที่เชียงใหม่ต่ออีกหลายวัน เยี่ยมพี่หม่วย เยี่ยมพ่อแม่ของมด และบ้านสุดท้ายที่ต้องไปเยี่ยมเพราะอาวุโสโอเคสุดๆ คุณแม่ดาวเรือง (แม่เลี้ยงโก้ แซกแมน) และพี่อ้อย
ที่บ้านสวนกว้างขวางกินอาณาบริเวณ 16-17 ไร่ อากาศชื้นๆ ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีปกคลุมอยู่ทั่วบ้าน มองไปทางไหนก็เขียวไปหมด หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ และกลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้า ฉันว่าโรงแรมหรือรีสอร์ทระดับ 5 ดาวก็เทียบไม่ได้ เพราะนั่นคือโรงแรม แต่ที่นี่คือ... "บ้าน" สิ่งที่ทำให้บ้านต่างจากสถานที่ใดๆ ในโลกนี้ก็คือ "ความรักและความสามัคคีของคนในบ้าน"... ไม่ว่าจะไปที่ไหนฉันก็ไม่เคยอยู่ไกลความรู้สึกของคำว่า "บ้าน" เลย ฉันจึงไม่เคยเห่อไปพักหรือไปเที่ยวตามสถานที่หรูหรา ไฮโซ อย่างที่คนมีกะตังค์เขาชอบทำกัน อาจเป็นเพราะฉันไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาแบบนั้นและไม่เคยซึมซับเอารสนิยมสูงๆ ที่เคยพยายามเจอมาเก็บไว้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของฉัน ฉันยังคงเป็นฉันที่เติบโตมาในเรือกสวนไร่นาแบบที่ตายายคนบ้านนอกของฉันเคยเลี้ยงฉันมา ชีวิตในแบบเรียบง่ายคือวิถีของฉันอย่างแท้จริง...
มาบ้านพี่อ้อยทีไรมีความสุขทุกที ได้มาเติมเต็มความเป็นธรรมชาติ ได้พูดคุยกับคุณแม่ดาวเรือง ท่านอายุ 86 ปี และยังคงแข็งแรงอยู่ ความเหี่ยวย่นและสายตาที่ฝ้าฟางไม่สามารถบดบังความงามของคุณแม่ได้ ท่านเป็นผู้หญิงที่งดงามทั้งหน้าตาและจิตใจ ใบหน้าใจดีกับผมสีดอกเลาเป็นลอนของท่านช่างงามเหลือเกิน ท่านชอบเขียนจดหมายน้อยด้วยลายมือของท่านแนบมาพร้อมกับของฝาก เป็นกำลังใจให้ทุกครั้งที่ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่... เปิดออกอ่านทีไร ซาบซึ้งใจ และรู้สึกเป็นมงคลแก่ตัว
ฉันภาวนาให้ตัวเองเป็นได้สักเสี้ยวหนึ่งของคุณแม่ โดยเฉพาะความเมตตาที่ท่านให้แก่ทุกๆ คนรอบข้าง ไม่ว่าดีหรือเลว... โก้ แซกแมน เป็นลูกชายคนโปรดอีกคนของท่าน ยามใดที่ท่านไม่สบาย งอแง แค่โก้โทรมาหา แค่เรียกว่า... “คุณแม่" ท่านก็จะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ยิ่งได้เจอตัวเป็นๆ ก็จะทั้งกอดทั้งหอมลูบหัวลูบหลังโก้ด้วยความเอ็นดู เป็นเรื่องน่าประหลาดว่าโก้หน้าตาเหมือนพี่อ้อลูกชายคนโตของท่านราวกับฝาแฝด มันทำให้ฉันอนุมานเอาเองว่า... พวกเขาคงทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้จึงได้มารักมาร่วมบุญกันอีกชาติ... หากมาเจอกันและผูกพันก็ด้วยความดี ก็คงเป็น "บุญ" แต่หากมาเจอกัน ทำร้ายกัน เกลียดชังกัน ก็คงเป็นเพราะ "กรรมเวร" จากชาติที่แล้วเช่นกัน... การที่คนเรามาพบมาเจอและเป็นไปก็ด้วยผลแห่งกรรม จะชาติไหนๆ ก็ขอให้สะสมบุญบารมีเอาไว้... ใครทำอะไรก็อย่าได้ผูกใจพยาบาทอาฆาตให้เป็นบ่วงกรรมต่อเนื่องไปถึงชาติอื่นๆ จะเป็นบาปเป็นกรรมใดๆ ก็ขอให้ชดใช้กันให้จบไปในชาตินี้ ...ออกแนวปลงๆ นะคะคุณตำรวจ! แต่ถ้าใครไม่ดีกับเรา ก่อนจะปลงอิฉันขอด่าให้สะใจก่อนดีมั้ยคะ ถ้าจะถึงขั้นลงไม้ลงมือต้องไปโรงพักเสียค่าปรับ 500 ตบแรกต้องเป็นของเรา ที่เหลือจะยับแค่ไหนค่อยว่ากันดีมั้ยคะคุณตำรวจ! (จำมาจาก อ.เอก ช่างทำผมประจำ)
ฉันมักจะสั่งดอกไม้ช่อใหญ่ใส่แจกันเอาไปกราบคุณแม่... คราวนี้ก็เช่นกัน ท่านไม่ค่อยสบายตัวนัก เป็นผดเป็นผื่นเพราะอากาศเปลี่ยน จึงอยู่แต่ในห้องนอน นั่งดูทีวีโดยมีคนรับใช้ดูแลอยู่ใกล้ๆ ทั้งพี่หม่วย ฉัน มด และสีเกด เข้าไปกราบคุณแม่ถึงห้องนอน ชวนท่านคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ (รื้อฟื้นความหลัง) หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีความสุข... อือ... การมาเยี่ยมเยียนคนเฒ่าคนแก่ให้คลายเหงาก็เท่ากับได้ทำบุญอย่างหนึ่ง แม้ท่านจะมีทุกอย่างแล้ว แต่ท่านก็ต้องการเพื่อนคุยคอยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ด้วยวัยของท่านเพื่อนฝูงก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ เพื่อนกินเหลือน้อยเต็มที มีแต่เพื่อนตาย! (ตายจากไปทีละคน) วันเกิดของท่านฉันเคยไปร่วมงานครั้งหนึ่ง ทั้งงานเต็มไปด้วยคนหัวขาว คุยกันเบาๆ เดินกันช้าๆ หยุดทักทายกันตามโต๊ะเป็นระยะ เชื่อว่าแต่ละปีที่ผ่านไปแขกหรื่อของท่านก็คงน้อยลงๆ ทุกๆ ปี เป็นกลุ่มที่ไม่นิยมเล่นแชร์ เพราะกลัวว่าแชร์จะตายตั้งแต่มือแรก หลายคนอาจชิงเสียชีวิตไปก่อนจะถึงมือบ๊วย ดังนั้นกิจกรรมที่พวกท่านทำก็คือ "เล่นไพ่ตอง" เมื่อก่อนฉันเคยไปนั่งเฝ้า คนแก่จะเอากระป๋องเศษตังค์พกมาจากบ้านเล่นกันตาละ 5 บาท จากเช้าจรดค่ำ กว่าจะล้นกว่าจะนับแต้มช่างสโลว์โมชั่นเหลือเกิน ผิดกับเตี่ยฉันใครอย่าได้ชวนเล่นไพ่ เตี่ยฉันไวยังกับเห้งเจีย (ลิงในเรื่องไซอิ๋ว) ... ทุกวันนี้คุณแม่เลิกเล่นไพ่ตองมาหลายปีแล้ว ไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากการที่สายตาไม่ดี หรือขาไพ่เสียชีวิตกันไปหมด เหลือแต่เจ้ามืออย่างคุณแม่ดาวเรือง แล้วจะให้เล่นกับใครล่ะทีนี้!
คนเราทุกคนเกิดมาวนเวียนอยู่ในวัฏจักรแห่งชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา ฟังดูน่าจะรับได้ แต่ที่สุดแล้วมันก็น่าใจหาย คนคนหนึ่งเกิดมาบนโลก เติบโต แก่ตัว และตาย หายไปจากโลกนี้เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำที่อยู่ในความคิดคำนึงของคนที่ยังอยู่...
“เกิดมาคนเดียว ตายไปคนเดียว" เป็นความจริงของชีวิตที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น แต่ระหว่างเกิดจนไปถึงตาย เราได้เรียนรู้ความหมายของชีวิตแค่ไหน?... ความสุข-ความทุกข์ ความสมหวัง-ความผิดหวัง การพบ-การจาก ความรัก-ความเกลียด ความผูกพัน-ความโดดเดี่ยว การให้-การรับ มิตรแท้-ศัตรู ฯลฯ ... ในห้วงของลมหายใจและหัวใจที่ยังเต้นอยู่
ฉันเรียนรู้คำว่า "ชีวิต" ผ่านความรัก ความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว การเดินทางเป็นเพียงวิธีการที่จะนำไปสู่การรู้จักผู้คนและตนเอง... ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อท่องโลก แต่ฉันเดินทางไปในสถานที่ซ้ำซากเพื่อท่องเข้าไปในใจคน.. คนที่เป็นมิตร
.......................................
(หมายเหตุ 'เยี่ยมญาติ (ตอนจบ)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



