
"วีนัส บัตเตอร์ฟลาย เดอะ เฟิร์ส" 8 ปีกับอัลบั้มแรกของ 5 สาว
เอ : รู้จักวงวีนัส บัตเตอร์ฟลาย ป่ะ บี : รู้จักสิ นักร้องที่เป็นสาวประเภทสองทั้งวง เอ : แป่ว....???...
หลายครั้งที่เมื่อพูดถึงวงนักร้องหญิงล้วน "วีนัส บัตเตอร์ฟลาย" หลายคนมักจะเข้าใจว่าเป็นวงนักร้องสาวประเภทสองชื่อคล้ายคลึงอย่าง "วีนัส ฟลายแท็ป" ซึ่งเคยออกอัลบั้มเมื่อหลายปีก่อน ด้วยความที่พวกเธอยังไม่มีอัลบั้มออกมาให้ฟังเสียที
และแล้วหลังจากบ่มเพาะประสบการณ์มายาวนานถึง 8 ปี พวกเธอทั้ง 5 "โหน่ง" พิมลักษณ์ กมลเพชร (ร้องนำ) "เหน่ง" นิจกานต์ กมลเพชร (คีย์บอร์ด) "เคที่" คทรีน่า กลอส (เบส) "ตาล" จิตประภา ไมตรีจิตต์ (กลอง) และ "อ๋อม" สริตา เสรีพุกกะณะ (กีตาร์) พร้อมแล้วกับอัลบั้มแรกในชีวิต "วีนัส บัตเตอร์ฟลาย เดอะ เฟิร์ส" ภายใต้สังกัด "สไปร์ซซี่ ดิสก์" โดยมี "ก้อ" ณฐพล ศรีจอมขวัญ รับหน้าที่โปรดิวเซอร์
วีนัส บัตเตอร์ฟลาย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เริ่มจากโหน่งที่มีฝันว่าอยากจะเป็นร็อกผู้หญิงที่ได้การยอมรับ กระทั่งได้ไปเจอกับเคที่ที่มีแนวคิดเดียวกัน จึงฟอร์มวงดนตรีขึ้น ก่อนที่เหน่ง ซึ่งเป็นพี่สาวของโหน่งเข้ามาแจมด้วย แถมยังชวนเพื่อนอย่างตาลเข้ามาอีก ส่วนอ๋อมเข้ามาเสริมทีมเป็นคนสุดท้ายเมื่อ 3 ปีที่แล้วหลังจากมือกีตาร์คนเดิมถอนตัวไป โดยทั้งหมดเริ่มต้นจากไม่มีพื้นฐานทางดนตรีเลย นับหนึ่งกันใหม่หมด จนมาถึงวันนี้
"กว่าที่เราจะมีวันนี้ได้ เราต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก พวกเราเริ่มจากศูนย์ โหน่งปิ๊งไอเดียอยากตั้งวง ก็เลยหลอกเพื่อนมาตั้งวงดนตรีกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเล่นดนตรีเป็นเลยนะ (หัวเราะ) คืออย่างที่บอกพวกเราเริ่มจากศูนย์ แต่พวกเราฝันไกลถึงขนาดว่า พวกฉันจะตั้งวงและต้องโกอินเตอร์ให้ได้ จากนั้นก็ตัดสินใจทำกันเลย ไม่ได้นั่งรอความฝันไปวันๆ
เราใช้เวลาฝึกฝนกันนานมาก ทะเลาะกันก็บ่อย ผู้หญิง 5 คนชอบอะไรไม่เหมือนกันเลย ที่สำคัญเราต้องหัดเล่นดนตรี เราต้องหาตรงกลางความชอบของทุกคนให้เจอ ต้องหาแนวเพลงที่พวกเราชอบเหมือนๆ กันให้ได้ พอได้แล้วก็เริ่มฝึกฝนกันเอง ดูตามเว็บไซต์บ้าง ถามพี่ๆ นักดนตรีบ้าง พอเริ่มเล่นกันเป็น ก็หัดแต่งเพลงกันเอง ตอนนั้น 3 ปีได้แค่ 3 เพลงเอง ถึงขั้นมีคนดูถูกต่างๆ นานาแบบว่า...รู้จริงเหรอ จะเล่นได้จริงหรือเปล่า แค่สวยไปวันๆ หรือเปล่า เราก็เก็บเอาคำสบประมาทเหล่านี้มาเป็นแรงให้หมั่นฝึกฝน และพัฒนาตัวเองกันมาโดยตลอด" สาวๆ ช่วยกันเล่า
ถามต่อว่าฝ่าฟันมาขนาดนี้ พอมาถึงวันนี้วันที่มีอัลบั้มเต็มจริงๆ รู้สึกอย่างไร พวกเธอพูดอย่างตื้นตันว่า
"มาถึงวันนี้รู้สึกน้ำตาจะไหล เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา 8 ปี หลายคนถามว่าทำไมนานจัง แต่สำหรับเรา 8 ปีมันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก เราได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ด้วยการที่เรียนเอง รู้เอง จากข้อผิดพลาดต่างๆ ถึงวันนี้ก็เลยคุ้ม แล้วก็คุ้มมากจริงๆ"
สำหรับแนวเพลงในอัลบั้มแรก พวกเธอบอกว่าเป็นแนวป๊อปร็อก ภายใต้คอนเซ็ปต์นักดนตรีร็อกผู้หญิงล้วน โดยพวกเธอได้ลงมือแต่งเพลงเอง เล่นเอง เปรียบเสมือนงานแฮนด์เมดของพวกเธอเลยก็ว่าได้
"การแต่งเพลงเองมันเป็นอุดมคติของเราตั้งแต่แรกแล้ว เพราะว่าถ้าเราออกอัลบั้ม เราไม่อยากให้ใครแต่งให้ และเราก็จะไม่ออกอัลบั้ม ถ้ามีคนอื่นแต่งให้ เราไม่อยากใช้แค่ภาพลักษณ์เพื่อออกอัลบั้ม เราต้องการเป็นศิลปินที่น่าเชื่อถือระดับสากล แล้วเราก็เชื่อว่าทุกคนในวงนี้มีฝีมือเรื่องการแต่งเพลง เราต้องพิสูจน์เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเราเล่นเองจริงๆ แล้วก็แต่งเพลงได้ด้วย
พวกเราจะทำดนตรีขึ้นมาก่อน แล้วโหน่งก็จะแต่งเนื้อเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยความที่ภาษาไทยไม่แข็งแรง จึงได้นักแต่งเพลงเก่งๆ หลายคน อาทิ ตรัย ภูมิรัตน โตน โซฟา หนึ่ง ณรงค์วิทย์ ฯลฯ มาช่วยในส่วนนี้
จริงๆ จะแบ่งหน้าที่ว่าใครทำอะไรเลยคงไม่ได้ เพราะอัลบั้มนี้ทุกคนไม่มีใครรู้ว่าใครทำอะไรอยู่ รู้แต่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สุดท้ายแล้วทุกเพลง รวมถึงปก เอ็มวี พวกเราก็เข้าไปยุ่งหมด พยายามที่จะคิด พยายามที่จะมีส่วนร่วมกับมัน 8 ปีที่ผ่านมาเราก็อยากให้มันออกมาเป็นตัวเรามากที่สุด"
พวกเธอยังยอมรับด้วยว่าฝีมือการเล่นดนตรีของพวกเธออาจจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่จะตั้งใจทำให้ทุกสิ่งออกมาด้วยความรู้สึก มีอารมณ์ร่วมไปด้วยกันตั้งใจกันอย่างเต็มที่
นอกจากอัลบั้มเพลงไทยที่ออกมาแล้ว พวกเธอยังได้รับโอกาสโกอินเตอร์ไปไกลถึงสหรัฐอเมริกาอีกด้วย โดยทั้งหมดเผยให้ฟังว่า
"พี่สุกี้ (กมลสุโกศล แคลปป์) แนะนำให้รู้จักกัน เดวิส เคนเนท โปรดิวเซอร์ที่ทำงานให้ศิลปินต่างชาติมามากมาย อาทิ วงคิส แอนแทร็กซ์ อีริค แครร์ เจมส์ บราวน์ สโนว์ แล้วเขากำลังมองหาผู้หญิงล้วนอยู่พอดี พวกเราเลยเอาเดโมให้เขาฟัง เขาก็ตอบตกลงทันที พวกเราขนลุกเลยดีใจมากแบบฝันเป็นจริงเลย ทะลุฝันมากๆ เราได้ทำงานกับมืออาชีพ ได้ทำงานกับคนระดับอินเตอร์ จากนั้นเราก็บินไปทำอัลบั้มอินเตอร์กันที่อเมริกา แล้วก็ตกลงเซ็นสัญญากับค่ายอินดี้ที่นั่น จริงๆ ทำเสร็จแล้วแต่อยากออกอัลบั้มไทยก่อน เลยกลับมาออกอัลบั้มไทยก่อน"



