บันเทิง

ลูกทุ่ง-หมอลำ-เวทีร้องถูกจับดะ

ลูกทุ่ง-หมอลำ-เวทีร้องถูกจับดะ

11 ต.ค. 2556

ลูกทุ่ง-หมอลำ-เวทีร้องถูกจับดะ แกรมมี่แจ้งด่วนยกเลิกจับ รอคุย3ฝ่าย

                ลูกทุ่ง-หมอลำ-เวทีร้องถูกกลุ่มคนอ้างเป็นหน่วยจัดเก็บลิขสิทธิ์บริษัท แกรมมี่ตามจับวงอิเล็คโทนงานแต่ง งานวันเกิด โดนถ้วนหน้า ไวพจน์ เพชรสุพรรณออกหน้าร่วมต้านสุดตัว ด้านแกรมมี่สายตรงผู้ประกอบการหยุดจับให้ทุกวงใช้เพลงเหมือนเดิมรอคุย3ฝ่ายหาทางออก

                สมจิตร บ่อทอง หนึ่งในวงหมอลำภาคอีสานเปิดใจทีมข่าวบันเทิง ”คมชัดลึก” ถึงเรื่องการที่ทางบ.แกรมมี่ ออกมาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงและมีการจับวงหมอลำในขณะนี้ว่า

                 “ความเป็นจริงแล้วคณะหมอลำแต่ละวงรับงานก็ไม่ได้มากอย่างหมอลำนั้นมีฤดูการแสดง และค่าจ้างก็ไม่ได้มากนักเมื่อนำมาหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว อย่างคณะผม ซึ่งเปิดวงมาเกือบ 4 ปีแล้ว แต่ยังเล่นไม่ถึง 70 แห่งเลย และการแสดงแต่ละครั้งยอมมีค่าใช้จ่ายที่สูง เนื่องจากวงหมอลำนั้นมีจำนวนลูกน้องมาก รวมไปถึงค่าเดินทางหมอลำเล็กๆน้อยๆ ที่แสดงตามบ้าน ตามงานต่างๆ ก็ไม่ได้มีรายได้เยอะ มีงานบวช งานแต่งงาน เป็นต้น และการที่ต้องต้องมาเสียค่าลิขสิทธิ์เพลงอีกทางหนึ่งนั้นคณะหมอลำจะเอาเงินตรงไหนมาให้“

                 ขณะเดียวกัน เกรียงศักดิ์ ปรีชาวุฒิวัฒน์ ประธานชมรมผู้ประกอบการวงดนตรี แสงสีเสียง ภาคกลาง รวมทั้งนักร้องลูกทุ่งอาทิ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติ ศรชัย เมฆวิเชียร เสรี รุ่งสว่าง ทศพล หิมพานต์ อ๊อด โฟร์เอส นิค นิรนาม อ.ดอย อินทนนท์ ได้เปิดแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวในงานสวดพระอภิธรรม ก้าน แก้วสุพรรณ ที่วัดไร่ขิง

                 ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า "ลูกๆ หลานๆ เขาเดือดร้อนวันนี้เขามากันหลายที่จากอีสาน ภาคกลาง วานให้พ่อเป็นคนกลางช่วยเจรจาให้หน่อย ผมก็อยากให้ทำอะไรก็ให้นึกถึงวัฒนธรรม ความสามัคคีในสังคม ถ้าแกรมมี่เก็บคนระดับรากหญ้าน้ำตาร่วงแน่ วงเล็กๆตามหมู่บ้านรับงาน 3-4 พันกว่าจะแบ่งกันทีก็น้อยมากอยู่แล้ว คงคุยกันได้นัดเจรจากันเมื่อไหร่ขอให้ทางแกรมมี่บอกมาผมจะนำลูกๆ เหล่านี้ไปจับเข่าคุยกัน พวกนี้น่าสงสาร ผมไปทำขวัญทั่วประเทศผมไม่ต้องไปกระโดนโลดเต้นบนเวทีไปนั่งแหล่ ก็ได้ตังค์กลับบ้านแล้ว หลังจากนั้นเขาก็จะมีอีเลคโทนเล็กๆ ขับกล่อมมีนักร้อง 4-5 คน หมอลำก็เหมือนกันพอได้ซื้อกับข้าวให้ลูกเมียกิน ผมหวังจะได้ไปพบพูดคุยกัน"

                  ด้าน เสรี รุ่งสว่าง กล่าวเสริมว่า "อยากให้กลับไปทบทวนใหม่ ถ้าเป็นผมๆ จะไปเก็บกับพวกเทปผีมากกว่าจะเก็บกับคนที่ทำมาหากิน ค่ายไหนจะเก็บขอให้ออกมาประกาศเลย จะได้รู้ว่าใครบ้าง คนดูอยากดูนักร้องดูแสงสีเสียง มันคุมไหมกับที่เขาไม่ให้นักร้องคุณขึ้นเวที ฝากบอกกับแกรมมี่จัดเก็บยังไงให้บอกมาให้ชัดเจนเขาจะได้รู้ว่าเป็นยังไงท่านโปรโมทท่านเสียเงินผมก็เสีย ผมไม่ท้าทายกับใคร"

                  ส่วน อ.ดอย อินทนนท์ ในฐานะนักแต่งเพลง กล่าวว่า” เรามาคุยกันแบบนี้มันปลายเหตุมากกว่า แกรมมี่ผิดไหมไม่ผิด ถูกไหมถูกน้อย บางทีก็มาอ้างอื้อครูเพลง คนเขียนเพลงที่อยู่กันได้จริงๆ มีไม่กี่คน ค่ายเพลงนักแต่ง ผู้ประกอบการควรมีความเห็นใจกันแกรมมี่อยู่ได้ แต่คนอื่นๆ ลำบากอยากให้คุยกันมีข้อมูลมาบอกกันจะดีกว่า“

                  ในส่วนของกำนันเจี๊ยบ วงนานา ผู้ประกอบการจากสุพรรณบุรี บอกว่า “ถ้ายังไม่เห็นหนังสือยังไม่เชื่อเท่าไหร่ อยากให้มีหนังสือออกมาให้ชัดเจน พูดคุยกันมันเป็นเรื่องขนบธรรมเนียมของชาติที่ถูกกฎหมายลิขสิทธิปัจจุบันทำให้เดือดร้อน เราพยายามพูดคุยในกลุ่มต้องหาวิธีแก้ร่วมกัน“

                   ซึ่งระหว่างการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่บริษัทแกรมมี่ได้โทรศัพท์สายตรงมาที่เกรียงศักดิ์ ปรีชาวุฒิวัฒน์ ประธานชมรมผู้ประกอบการวงดนตรี แสงสีเสียง ภาคกลาง เพื่อแจ้งว่า ทางแกรมมี่ทราบความเดือดร้อนของผู้ประกอบการโดยเฉพาะเรื่องการจับคุมจากกลุ่มบางกลุ่มซึ่งอ้างว่าเป็นคนของทางแกรมมี่ ซึ่งทางแกรมมี่กำลังหาทางแก้ไข้อยู่โดยระบุว่า ในช่วงนี้จะยังไม่มีการจัดเก็บหรือจับผู้ประกอบการ ให้ทุกวงใช้เพลงได้ โดยจะมีการนัดหาทางออกระหว่างบริษัทแกรมมี่ ผู้ประกอบการ และ กรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อน ซึ่งอยู่ในระหว่างการประสานงาน