
'ช่อง 7-จันทร์ 25'2ตระกูลในศึกทีวีดิจิตอล
09 ต.ค. 2556
"ช่อง 7-จันทร์ 25" 2ตระกูลในศึกทีวีดิจิตอล : คอลัมน์ โลกไร้เสา
ก่อนวันเปิดประมูลทีวีดิจิตอล ก็เกิด "สงครามเย็น" ระหว่างผู้บริหารช่อง 7 กับ "สุรางค์ เปรมปรีดิ์" แห่งบริษัทจันทร์ 25 กรณีการถือครองหุ้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดจำหน่ายเอกสาร (ซอง) ประมูล "ทีวีดิจิตอล" ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ไปเมื่อวันที่ 10-12 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจซื้อซองจำนวน 33 บริษัท รวม 49 ซอง
ช่วงที่รอการเปิดประมูลได้เกิดประเด็นที่มีการสอบถาม กสทช. คือ หลักเกณฑ์เรื่องการถือครองหุ้นและการมีอำนาจควบคุมและผลประโยชน์ร่วมกันของผู้เข้าร่วมประมูล ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดให้บริษัทที่เข้าร่วมประมูลในประเภทใบอนุญาตเดียวกัน ห้ามมีผู้ถือหุ้นร่วมกันเกิน 10%
อย่างเช่น กรณีการซื้อซองประมูล "ช่องเอชดี" มีรายชื่อ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (บีบีทีวี) ผู้บริหารช่อง 7 ซึ่งมี "สุรางค์ เปรมปรีดิ์" และคู่สมรส ถือหุ้นรวม 21%
ขณะเดียวกันยังมี บริษัทจันทร์ 25 จำกัด ซึ่งมีสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นผู้ถือหุ้น 99% ซื้อซองประมูลช่องเอชดีเช่นกัน
หากทั้งบริษัทบีบีทีวี และจันทร์ 25 ยื่นซองประมูลวันที่ 28-29 ตุลาคมนี้ โดยไม่เปลี่ยนแปลงการถือหุ้นก็จะเข้าข่ายผู้ประมูลที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน และอาจถูกพิจารณาตัดสิทธิการประมูลทั้ง 2 บริษัท
สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทจันทร์ 25 จำกัด กล่าวว่า หลังจากจันทร์ 25 ได้ซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทเอชดี ไปเมื่อ 12 กันยายน และในวันเดียวกัน บริษัทบีบีทีวีก็ได้ส่งหนังสือมายังบริษัทจันทร์ 25 เพื่อขอไม่ให้จันทร์ 25 เข้าร่วมประมูล หรือให้สุรางค์ขายหุ้นในบีบีทีวีออก เพื่อให้เหลือสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 10% ซึ่งจะไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์การเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน ตามประกาศหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิตอลของ กสทช.
"คุณสุรางค์ได้ตอบหนังสือของบีบีทีวี ว่า จะเข้าร่วมประมูล เพราะเป็นสิทธิพื้นฐานส่วนบุคคลของคุณสุรางค์และจันทร์ 25 เช่นเดียวกับสิทธิในการเข้าร่วมประมูลของช่อง 7" สุรชัย กล่าว
รวมทั้งจะ "ไม่ขายหุ้น" ในบีบีทีวี โดยการพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าประมูล กสทช.จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะตัดสิทธิรายใด
เหตุใด "คุณแดง" -สุรางค์ จึงเดินหน้าชนตระกูล "รัตนรักษ์" แห่งวิกหมอชิต? เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ทีวีทหารช่องที่เก่าแก่มีอายุมากกว่า 50 ปี
000
บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการบริหารสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทย ที่รู้จักกันในนามช่อง 7 สีปัจจุบัน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมวิทยุและโทรทัศน์ของกองทัพบก ยุค จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยมี "เรวดี เทียนประภาส" ผู้ก่อตั้ง ได้ยื่นขอจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2510 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 หมื่นบาท
"เรวดี" เป็นน้องสาวคุณหญิงไสว จารุเสถียร (ภรรยาจอมพลประภาส) แต่งงานกับ สุชาติ กรรณสูต มีบุตรและธิดาคือ ชาติเชื้อ กรรณสูต (บุตรชายคนโต) ร.ท.ชายชาญ กรรณสูต (บุตรชายคนที่สอง ที่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลเทียนประภาสของแม่เมื่อปี 2517) และสุรางค์ เปรมปรีดิ์ (บุตรสาวคนเล็ก)
การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2510 ได้มีมติให้ คุณหญิงไสว จารุเสถียร เป็นประธานกรรมการบริษัท, ชวน รัตนรักษ์ เป็นรองประธานกรรมการ, เรวดี เทียนประภาส เป็นกรรมการผู้จัดการ
ช่วงแรกมีผู้ถือหุ้นตามทะเบียนในวันที่ 18 ตุลาคม 2510 ดังนี้ คุณหญิงไสว 100 หุ้น นางเรวดี 230 หุ้น ชวน 50 หุ้น นายเฑียร์ 100 หุ้น นายชาติเชื้อ 100 หุ้น ร.อ.ชูศักดิ์ 20 หุ้น ร.ท.ชายชาญ 100 หุ้น ของทุนจดทะเบียน 1,000 หุ้น
จะเห็นว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของช่อง 7 สี ยุคเริ่มต้นล้วนแล้วแต่เป็นคนในตระกูล "จารุเสถียร, เทียนประภาส และกรรณสูต" ที่มีความเกี่ยวดองกันอย่างใกล้ชิด
แล้วตระกูล "รัตนรักษ์" มาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปัจจุบันได้อย่างไร?
"ชวน รัตนรักษ์" เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในช่อง 7 เพราะเขามีความสนิทสนมกับจอมพลประภาสมากๆ ตั้งแต่สมัยที่พลตรีประภาส (ยศขณะนั้น) ทำการรวบรวมบรรดาเจ้าพ่อขนส่งทางน้ำมาอยู่ในอาณัติเดียวกัน ด้วยการตั้งบริษัท สหขนส่งทางน้ำขึ้นเมื่อปี 2497 ซึ่งประภาสถือหุ้นใหญ่ 2,000 หุ้น ชวนก็ได้เข้าถือหุ้นด้วย 500 หุ้น
จอมพลประภาสจึง "ชวน" เข้ามาร่วมถือหุ้นกับช่อง 7 สี ฐานที่มีความรู้ด้านธุรกิจและเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินในฐานะนายแบงก์ (ขณะนั้นเขาเป็นผู้ถือหุ้นธนาคารนครหลวงไทย)
30 มกราคม 2513 ช่อง 7 สี ต้องประสบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเรวดี เทียนประภาส ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ชาติเชื้อ กรรณสูต จึงได้รับมอบหมายจากผู้ถือหุ้นให้รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการแทนมารดา
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญช่อง 7 สี เมื่อสิ้นสุดยุคเรืองอำนาจของจอมพลถนอม-จอมพลประภาส
เดือนมิถุนายน 2517 คุณหญิงไสว ประธานกรรมการบริษัท ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ ร้อยเอกหญิงสุมิตรา จารุเสถียร จึงเข้ามาเป็นกรรมการแทน พร้อมกับควบตำแหน่งรองประธานกรรมการด้วย ส่วนตำแหน่งประธานกรรมการตกเป็นของ ชวน รัตนรักษ์
หลังจากการเสียชีวิตของชวน เมื่อ 6 กันยายน 2536 กฤตย์ รัตนรักษ์ ซึ่งเป็นกรรมการของช่อง 7 สีตั้งแต่ปี 2513 ก็ได้เข้ามานั่งเป็นประธานกรรมการแทนพ่อ
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ "รัตนรักษ์" อยู่เบื้องหลังช่อง 7 สีมาโดยตลอด เพราะเป็นธรรมชาติของคนในตระกูลนี้ที่โลว์โปรไฟล์มากๆ และสนุกกับการเป็นนายแบงก์
พลันที่ "กฤตย์" ขายหุ้นแบงก์กรุงศรีฯ ให้ต่างชาติ จึงกระโดดเข้ามาบริหารช่อง 7 สี เต็มตัว และปลด "คุณแดง" สุรางค์ พ้นจากทุกตำแหน่งในฝ่ายบริหารวิกหมอชิต เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ทีวีช่องนี้เป็นของตระกูล "รัตนรักษ์"
นี่แหละเป็นที่มาของ "จันทร์ 25" ที่ลูกสาวคนเล็กของ "เรวดี เทียนประภาส" ขอปั้นทีวีดิจิตอลช่องใหม่ ให้เหมือนที่มารดาทำคลอดช่อง 7 มากับมือ
.......................................
(หมายเหตุ "ช่อง 7-จันทร์ 25" 2ตระกูลในศึกทีวีดิจิตอล : คอลัมน์ โลกไร้เสา)



