บันเทิง

แกรมมี่ฯแจงเก็บ 'แสดงสด'เน้นเจรจาอย่าเชื่อข่าวลือ

แกรมมี่ฯแจงเก็บ 'แสดงสด'เน้นเจรจาอย่าเชื่อข่าวลือ

02 ต.ค. 2556

แกรมมี่ฯแจงเก็บ 'แสดงสด'เน้นเจรจาอย่าเชื่อข่าวลือ : ลูกทุ่ง



    
          หลังจากมีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการเวที ที่ไม่เห็นด้วยกับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ที่มีการจัดเก็บลิขสิทธิ์แสดงสดและมีการรวมกลุ่มเคลื่อนไหว และสรุปว่า จะไม่จ่าย ไม่แสดงและไม่ให้นักร้องแกรมมี่ขึ้นเวที ตามข่าวที่ได้เสนอไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
    
          ทีมข่าวบันเทิง ”คมชัดลึก” ได้พูดคุยกับ กษม อดิศัยปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนธุรกิจเพลงบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ถึงเหตุผลและอัตราการเก็บในครั้งนี้
          “เพลงเกิดขึ้นมาเพื่อฟังเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเอามาทำการค้าเจ้าของสิทธิ์ต้องได้ผลประโยนช์ด้วย GMM ตกลงกับนักร้อง ถ้าเขานำเพลงไปร้องบนเวทีนักร้องก็ต้องเจียดรายได้ให้กับผู้สร้างสรรค์  คนอื่นก็เหมือนกันเมื่อเอาเพลงไปใช้ทางการค้าก็ต้องถูกเก็บด้วย การเก็บ ก็ต้องให้ผู้ใช้งานอยู่ได้ อัตราที่เราเสนอคือ 0.5% ของค่าจ้างวงต่อครั้ง/เพลง ถ้ามีการใช้ประจำก็มีส่วนลดอีก หรือเหมา ก็แล้วแต่รายไป ต้องมาคุยกันซึ่งก็มีเข้ามาคุยผู้ใช้ไหวที่เท่าไหร่ เช่น วงระเบียบวาทศิลป์  แก่นนครบันเทิงศิลป์ ฯลฯ เราดูเจตนาของผู้ใช้มากกว่า เราไม่ได้เก็บแบบเอาเปรียบอย่างที่เป็นข่าว วงที่มีรายได้น้อย เราเก็บน้อยแต่ขอให้มาคุยเช่น วงอิเล็กโทน เราเก็บวันละ100 บาท เล่นกี่เพลงก็ได้ 30 วันก็ 3,000 บาท  ถ้าไม่ไหวก็มาคุยกัน เราพร้อมหาทางออกช่วยเหลือ เรามีเพลงทุกแนวไม่เฉพาะเพลงของ GMM แกรมมี่”
    
          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการบ้างไหมผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนธุรกิจเพลงบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บอกว่า
          “รวมกลุ่มกันเข้ามาคุย เราดูเจนตนาของผู้ประกอบการว่าตั้งใจจะทำให้ถูกต้องหรือไม่ ต้องเข้าใจกันก่อน เรามอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการ ช่วงนี้เราอยู่ในช่วงเจรจากับทุกคน  ผู้ที่รับมอบอำนาจจากเราไปดำเนินการจับกุม เขาไม่ได้มีเงินเดือนจากเรา ฉะนั้นเขาก็พร้อมทำ ผู้รับมอบอำนาจไม่มีหน้าที่เจรจา การที่ออกมาโต้ตอบว่าจะไม่ใช้เพลงเรา ไม่จ่ายเรา ไม่ให้นักร้องเราขึ้นเวทีเป็นสิทธิ์ของเขา ผู้จัดงานเป็นผู้เช่าเวทีแล้วคุณทำแบบนี้มันถูกต้องไหม GMM ไม่ได้กระทบ ผู้จัดงานกับเวทีต้องคุยกันเอง เวที เครื่องเสียง  เครื่องไฟ ไม่ใช่ผู้ใช้งานเพลง ผู้ที่ใช้งานเพลงคือ นักร้อง นักดนตรี“
    
          ผู้สื่อข่าวถามจี้อีกว่ามีหลายวงที่บอกว่าเก็บค่าลิขสิทธิ์สูงเกินไปเขาอยู่ไม่ได้ ยิ่งถ้าทุกค่ายเก็บเหมือนตอนคาราโอเกะหลายรายก็ต้องเลิกไป กษม อดิศัยปัญญา อธิบายว่า
          “ผู้สร้างสรรค์ให้เราดูแลผลประโยชน์  เมื่อมีใครนำงานนั้นไปใช้ประโยชน์ทางการค้าเราก็ต้องเก็บ ผู้แต่งเพลงได้จากค่าแต่งอย่างเดียวซึ่งไม่เท่าไหร่ รายได้ของคนแต่งเพลงจะมาจากผู้ที่นำเพลงไปใช้ ซึ่งเป็นการแบ่งรายได้มาสู่ผู้แต่ง หลายวงต่อรองกับเรา เราก็ช่วยเหลือเราพร้อมเจรจา เราทำการค้า เพลงที่พวกคุณนำไปร้อง เราโปรโมทมาจนดัง ลูกค้าเขาชอบก็มาจ้างวงคุณ ไม่ใช่พวกคุณมาใช้เพลงของเราแล้วทำให้เพลงเราดัง ถ้าทุกค่ายเพลงเก็บ คุณก็ต้องดูว่าการแสดงของคุณใช้เพลงเหล่านั้นไหม ถ้าไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องไปจ่าย เรากำหนดขึ้นมาตามการใช้งานจริง เราให้วิธีคิดเขาก่อนถ้าเขาใช้เยอะมีการเหมาจ่าย ถ้าใช้เพลงเดียวก็0.5%   อีกอย่างเราไม่ได้เก็บเจ้าภาพ เราเก็บผู้ใช้ ถ้าร้องฟรีไม่มีการจ้าง เราก็ไม่ได้ไปเก็บ“
    
          ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายวงบอกว่าต้นทุนทุกวันนี้สูงขึ้นแต่มีงานจริงๆ แค่ 5-6 เดือน ต่างจากวงใหญ่ๆ ที่อาจมีงานทั้งปีจะทำอย่างไร กษม บอกว่า
          “หลายวงบอกว่าต้นทุนสูง ความเป็นจริง ”ลิขสิทธิ์เพลง” คือหัวใจของการแสดงสด คุณไปทุ่มเรื่องแสงสีเสียงเวทีกันเป็นล้านๆ แต่ไม่มีการพูดถึงลิขสิทธิ์เลย ทั้งที่ถ้าไม่มีเพลงคุณคงไม่ต้องใช้แสงสีเสียง เราไม่ได้ไปทำลายวิถีชุมชน ถ้าเราเก็บโหดห้ามร้องเก็บตามฐานจริงนั่นซิทำลาย เราเก็บแล้วคุณต้องเลิกวงมันเป็นไปไม่ได้ พวกคุณเป็นคนหล่อเลี้ยงชีวิตคนแต่ง  พวกคุณต้องเอาลิขสิทธิ์เป็นต้นทุนของคุณด้วย เรามีหลักการวิธีคิด ซึ่งเราค้าขายกันทุกอย่างช่วยกัน อย่าตั้งธงเดินเข้ามาคุยกันดีกว่า“